24.3.09

[VOD] Winter Sonata Director Cut


Winter Sonata making




冬のソナタ インタビューで・・cut Ⅰ




冬のソナタ インタビューで・・cut Ⅱ


17.3.09

[VOD] Winter Sonata NG 1 - 4


Winter Sonata NG 1




Winter Sonata NG 2




Winter Sonata NG 3




Winter Sonata NG 4


Thank you so much to...myfa20...

12.3.09

เบื้องหลังการถ่ายทำละคร " เพลงรักในสายลมหนาว"/ Winter Sonata's Behind the scene


Winter Sonata's Behind the scene 1.




Winter Sonata's Behind the scene 2 (interview)




Winter Sonata's Behind the scene 3




Winter Sonata's Behind the scene 4 (shooting place)/strong>




Winter Sonata's Behind the scene 5




Winter Sonata's Behind the scene 6

10.3.09

WINTER SONATA - 10- Resolution

Winter sonata -10-Resolution



ร้าง....รัก....

การตัดสินใจ ของแต่ละคน....
ที่ทำให้ คนเหล่านั้น......
หลงทางรักของตัวเอง …..
จะโทษใคร.....
ได้แต่เสียใจ....


Episode 10- ร้าง...รัก...

ทุกคนเข้าไปในบ้าน มี กาแฟคนละถ้วย

มินฮุง : ผมนึกว่าแม่ อยู่ โซล ซะอีก
คัง มุยฮี ; แม่แค่แวะมาค้างที่นี่ ลูกมาทำงานที่นี่หรือจ๊ะ นั่นเพื่อนที่ทำงานใช่ไหม
มินฮุง ; เอ้อ..ครับ เรามาทำงาน
คัง มุยฮี : ทำไมต้องมาทำงานที่นี่ แม่ว่ามันจะไม่เหมาะนะ ที่ลูกจะแบกงานมาทำที่นี่ แม่นึกว่าลูกยุ่งซะอีก

คัง มุยฮี มีท่าทางไม่ค่อยพอใจ และไม่สบายใจที่ ลี มินฮุง พา ยูจิน มาที่บ้านพักตากอากาศในเวลาที่ดึกดื่นเช่นนี้
แววตาของ คัง มุยฮี แสดงความรู้สึกออกมาและเสียดแทงความรู้สึกของ ยูจิน
มินฮุง รู้สึกแปลกใจ แต่ก็ พยายาม กลบเกลื่อน

มินฮุง หันไปทาง ยูจิน : แม่เขาอยากยึดที่นี่ไว้คนเดียว ไม่อยากให้ผมมาค้างน่ะ
หันมาทางแม่ตัวเอง : อ้อ ผมได้ยินว่าที่นี่ทะเลสาบที่คนนิยมมาตกปลา ถ้าตอนนี้เป็นหน้าร้อน เราคงได้ไปว่ายน้ำกัน
คัง มุยฮี ; นี่ลูกลืมไปแล้วหรือว่า ลูกเกือบจะจมน้ำตายตอนอายุ 7 ขวบน่ะ
มินฮุง : แม่ครับ นั่นมันที่อเมริกา ตอนที่เราไป เลคก้อน เคาน์ตี้ ไม่ใช่เหรอ
คัง มุยฮี อึกอัก ; อ้อนั่นนะซีนะ แม่นี่ก็เลอะเลือน แม่ไปสับสนกับเรื่องอื่นๆน่ะ แล้วยิ้มแหยๆ ให้ลูกชาย
มินฮุง ยิ้มปลอบใจแม่ : ก็ผมไม่เคยมาเกาหลีนี่ครับแม่
คัง มุยฮี :เอ้อ ใช่แล้วใช่ ในมือ คัง มุยฮี ยังถือถ้วยกาแฟอยู่ เส ชวน ลูกชาย และ ยูจิน ให้ ดื่มกาแฟ : ดื่มสิ ดื่มสิคะ
มิน ฮุง ยกกาแฟขึ้นดื่ม ยูจิน ทำตาม
(น่าสงสาร ยูจิน ที่ คัง มุยฮี แสดงกิริยา เฉยชา ขนาดนี้)
คัง มุยฮี : แม่กะว่า ถ้ามานอกเมือง อากาศจะดีกว่าอยู่ที่โซล
มินฮุง : ที่จริง ยูจิน เกิดที่ ชุนชง ครับ
คัง มุยฮี สีหน้าผิดปกติ
มินฮุง ; แม่เคยไปที่นั่นไหมครับ
คัง มุยฮี : อึกอักตอบ : ไม่เคย แม่ไม่เคยไปที่นั่นหรอก
มินฮุง : แม่ชอบทะเลมั๊ยครับ ว่างๆ เราจะไปกัน
มินฮุง หันไปทาง ยูจิน : อ้อ ยูจิน ช่วยเป็นไกด์ให้ได้
คัง มุยฮี ทำท่าทาง นึกขึ้นมาได้ : นี่มันดึกป่านนี้แล้วเหรอนี่ แม่คงต้องไปแล้วน่ะ แล้ว ก็ ลุกขึ้น
มินฮุง และ ยูจิน ลุกขึ้นออกมาส่ง คัง มุยฮี ขึ้น รถ รถขับออกจากบ้าน

มินฮุง : ผมไม่รู้ว่าแม่อยู่ที่นี่ คุณไม่เป็นไรนะ
ยูจิน ส่ายหน้าตอบ
มินฮุง : ผมเองก็ช๊อคเหมือนกัน ผมกะจะพาคุณมาพักผ่อนที่นี่

ทั้งคู่เอามือใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อ เพราะอากาศหนาว มินฮุง เอามือของตัวออก ออกจากกระเป๋าเสื้อ ยืนออก ไปจับสองมือของยูจิน ออกจากกระเป๋าเสื้อ เช่นกัน


มินฮุง ทั้งหน้าตาและสุ้มเสียงอ่อนโยน : ผมอยากจับมือคุณไว้แบบนี้ ผมอยากปลอบใจคุณ ด้วยการจับมือ และก็มองตาคุณ ให้คุณหายเศร้า
ยูจิน ซาบซึ้ง น้ำตาคลอ ยิ้มน้อยๆให้ มินฮุง
แล้วทั้งคู่ ก็มองตากัน ถ่ายทอดความรู้สึก จากหัวใจให้กัน หัวใจที่อบอุ่นของมินฮุง ปลอบโยนหัวใจที่อ่อนล้าเศร้าสร้อยของ ยูจิน

ที่ถนน ออกจากบ้านพัก มีชาวบ้าน ขี่จักรยาน สวนทางรถของคัง มุยฮี คังมุยฮี สั่งให้จอดรถ
( แหม ขอสงสัยนิดเถอะว่า ตอน มินฮุง จอดรถ พายูจิน เข้าบ้าน รถของ คัง มุยฮี จอด อยู่ตรงไหน แถมมีคนขับรถ อีก 1 คน )
คัง มุยฮี ไขกระจกรถลง ทักทายว่า สวัสดี สบายดีเหรอ
ชาวบ้าน : สวัสดีครับ โอ้โฮ ไม่ได้เจอตั้งนานนะเนี่ย
คัง มุยฮี : จ้ะ ทุกอย่างเรียบร้อยไหม
ชาวบ้าน ; เรียบร้อยดีครับ แล้ว ลูกชายเป็นไงบ้าง สบายดีไหมครับ
คัง มุยฮี : สบายดี ฉันยังขอบคุณ คุณจริงๆนะคะ
ชาวบ้าน : โอ๊ะ ไม่ต้องหรอกครับ ผมก็ไม่ได้ช่วยอะไรนัก แล้วนี่คุณกำลังจะกลับเหรอครับ
คัง มุยฮี : พยักหน้าตอบ : จ้ะ ไว้คราวหน้าฉันจะแวะมาเยี่ยมอีกนะ
คัง มุยฮี รู้สึกไม่สบายใจ เมื่อ ชาวบ้านถามถึงลูกชาย จึงให้ออกรถ : ไปก่อนนะ


มินฮุง พา ยูจิน ไปนั่งที่ม้ายาว ไม่ไกลนัก มี ต้นไม้ใหญ่ ที่ ทิ้งใบจนหมดต้น ทั้งสองนั่งเคียงคู่กัน

มินฮุง : คุณหนาวไหม
ยูจิน : ไม่เป็นไรค่ะ
มินฮุง : รอแป๊บนะ
มินฮุง ขยับตัว ถอดแขนเสื้อโค๊ทที่นั่งชิด ยูจิน แล้วเอาเสื้อโอบคลุมให้ แล้วใช้มือ โอบไหล่ ยูจิน ไว้

มินฮุง : อุ่นขึ้นหรือยัง
ยูจิน พยักหน้าตอบคำ
มินฮุง นั่งไขว่ห้าง ท่าทางสบายอกสบายใจ ทำตัวตามสบาย : ดีจังเลย ผมอยากให้หนาวกว่านี้อีกนะ
( ผมจะได้กอดคุณ ให้แน่นกว่านี้ ไม่ใช่แค่โอบไหล่ คุณ กับผม จะได้ อิงแอบแนบชิดกันกว่านี้ไง ครับ)

ยูจิน หันมามองมินฮุง
มินฮุง แก้เขิน เงยหน้ามองท้องฟ้า คืนนี้เป็นคืนเดือนมืด
มินฮุง : คืนนี้ไม่เห็นมีดาวเลย หิมะจะตกมั๊ยน้า......
ยูจิน : โพลาริส คุณ รู้จักไหมคะ โพลาริส
มินฮุง หันมามอง ยูจิน ตอบว่า : รู้จักสิ โพลาริส

ยูจิน หันมามองหน้า มินฮุง แล้ว มองตรงไปเบื้องหน้า รำลึกถึง จุนซาง ; จุนซาง เคยพูดให้ฉันฟัง เขาบอกว่า ถ้าเกิดว่าเราหลงทาง เราควรมองหาดาวโพลาริส ดาว ทุก ๆ ดวงจะย้ายที่ไปตาม ฤดูกาล แต่ โพลาริส น่ะ ไม่เคยย้ายที่ไปไหน มันจะอยู่ประจำที่เดิมตลอดไป
( เวลานี้ข้างกาย ยูจิน ไม่มี จุนซาง ที่เป็นดาวโพลาริส ของ ยูจิน ในยามที่ ยูจิน หลงทาง)

พอนึกถึง จุนซาง แววตา ของ ยูจิน ก็เริ่มเป็นประกาย
มินฮุง ที่เฝ้ามอง ยูจิน อยู่ตลอดเวลา รู้สึก เจ็บปวดหัวใจ : ยูจิน คุณรู้สึกเหมือนหลงทางเหรอ
( ทั้งที่ ผมอยู่ข้างคุณ อย่างนี้น่ะ)
ยูจิน หันมา น้ำตาคลอ : ก็ วันนี้ ฉันทำร้ายความรู้สึกของคนที่ฉันรัก แม่ฉัน ยงกุ๊ก จินซุก ยังซังฮวกด้วย พวกเขาอาจไม่มีวันยกโทษให้ฉัน ฉันควรทำยังไงดี
มินฮุง : เมื่อกี้ คุณบอกผมว่า โพลาริสไม่มีวันย้ายที่ไปไหน
ถ้าเกิด.... ผมยังอยู่คงที่เดิมไม่ไปไหน คุณจะหาทางออกเจอ แม้ว่า คนอื่นๆน่ะ จะไม่ยกโทษให้คุณหรือเปล่า
นี่..... คุณเชื่อใจผมมั๊ย
ยูจิน พยักหน้า
มินฮุง มอง ยูจิน ที่น่าสงสาร หางตาของมินฮุง มีร่องรอย น้ำตาเช่นกัน
ยกสองมือจับใบหน้าของ ยูจิน ยื่นริมฝีปากปากไปจุมพิต หน้าผากของ ยูจิน อย่างนิ่มนวลอ่อนหวาน
จุมพิตนี้เหมือนคำมั่นสัญญาว่า มินฮุง จะเป็น โพลาริส ให้ ยูจิน
ทั้งคู่สบตากัน มีหิมะโปรยปรายลงมา ยูจิน ซบไหล่ของมินฮุง

ที่สกีรีสอร์ต

ทุกคน นั่งคอย ซังฮวก และ ยูจิน แต่ ซังฮวก กลับเข้ามาคนเดียว
อาจารย์คิม : อ้าว ซังฮวก ยูจินล่ะ
แม่ของ ยูจิน ; อ้าว ยูจิน ล่ะ ยูจินอยูที่ไหนเหรอซังฮวก
ซังฮวก : ยูจินกลับไปโซล แล้วครับ ผมไปส่งเขาที่บ้าน
แม่ของ ซังฮวก : ลูกไปส่งเขา หรือเขาหนีไปกับแฟนของ แชรีน กันแน่
ซังฮวก เสียงดัง : แม่ครับ ทำไมต้องทำแบบนี้ ผมบอกแล้วไง มันไม่ใช่อย่างที่แม่คิด ผมต้องบอกอะไรแม่อย่างหนึ่ง วันที่ ยูจิน ไปงานวันเกิดของแม่ ผมทำไม่ดีกับ ยูจิน เขา ผมไม่ได้ไปส่ง ยูจิน กลับสกีรีสอร์ต
ทุกคนตกใจ
อาจารย์คิม ลุกขึ้นยืน ; นี่แกพูดจริงๆ หรือนี่
ซังฮวก ; และนั่นก็คือ เหตุผล ที่ผมอยากเร่งการแต่งงานโดยเร็ว แต่ ยูจิน ยังโกรธผมอยู่ เขาถึงทำแบบนั้น แม่ครับ ผมขอโทษจริงๆ แม่ครับ เข้าใจ ยูจิน เขาเถอะ ยูจิน เขาไม่ผิดหรอกนะครับ
ซังฮวกทำเสียงดังขึ้นไปอีก : แม่ครับ
อาจารย์คิม : ถ้าแกทำแบบนั้นกับ ยูจิน เขาจริงๆ พ่อก็ผิดหวังในตัวแกมาก
หันไปทางแม่ของ ยูจิน : เอ้อ.....ผมต้องขอโทษ จริงๆ ครับ
แม่ของซังฮวก เหมือนหัวใจสลาย ได้แต่บริภาษ ลูกชายสุดรัก น้ำตาคลอ : ไอ้ลูกชั่ว
แล้วก็รีบลุกออกไปจากที่นั่น

ซังฮวก รู้สึกว่า คำพูดของตนเองทำร้ายจิตใจใครต่อใครหลายคนในที่นั้น ที่เขาโกหกว่า ยูจิน กลับไปโซล เขาไม่ได้ทำเพื่อปกป้อง ยูจิน แต่ทำเพื่อรักษาศักดิ์ศรีของตัวเอง เขาจะอธิบายคน อื่นได้อย่างไรว่า คู่หมั้นที่เขาจะแต่งงานด้วยในเดือนหน้า หนีไปกับชายอื่นต่อหน้าต่อตา ผู้คนมากมาย ซังฮวกเห็นกับตาว่า ทั้งสองคนนั่งรถออกไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ซังฮวกไม่มีทางเลือก

ซังฮวก ตั้งใจจะไปวิงวอนขอโทษ แม่ของ ยูจิน แต่ ระหว่างทางโถงทางเดิน แชรีน มาดักคอยอยู่

แชรีน ; เธอโกหกใช่มั๊ย หลอกคนอื่นได้แต่หลอกฉันไม่ได้หรอก ยูจิน ไม่ได้ไปโซล ใช่มั๊ย แชรีนจ้องหน้า ซังฮวก
ซังฮวก : แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเธอด้วย
แชรีน : เขาหนีไปพร้อมกับมินฮุง ใช่มั๊ย
ซังฮวก ; เธอเป็นคนบอกแม่ฉัน เรื่อง มินฮุง กับ ยูจิน ใช่มั๊ย
แชรีน นิ่งเป็นการยอมรับโดยดี
ซังฮวก : ฉันรู้ว่าทำไมเธอถึงทำแบบนั้น เธออยากให้พวกเขาพรากจากกัน ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหน แต่ เธอก็เห็นผลลัพธ์แล้วนี่ว่ามันไกลกว่าที่เธอตั้งใจ ถ้าเธอรู้ ก็แกล้งทำเป็นไม่รู้เถอะ

ซังฮวก รู้ด้วยว่า ที่แชรีน ทำไปนั้น ไม่ได้หวัง จะดึง มินฮุง กลับมา ตั้งใจเพียงแต่ ให้ มินฮุง และ ยูจิน แยกจากกัน
แล้ว ซังฮวก ก็เดินจากไป แชรีน อยากพูดบางอย่าง แต่ ซังฮวก เดินไปเสียแล้ว

แม่ของ ยูจิน เก็บของใส่กระเป๋า
ซังฮวก : ผมเสียใจจริงๆ ยกโทษให้ผมเถอะครับ ทุกอย่างเป็นความผิดของผมเอง
แม่ ยูจิน : ฉันจะไปโซล ฝากขอโทษ พ่อแม่เธอด้วย ที่ไม่ได้บอกก่อน
ซังฮวก นั่งคุกเข่าลง วิงวอน : อย่าไปเลยนะครับ ไปรอที่ชุนชงเถอะครับ แล้วผมจะพา ยูจิน ไปหา อย่าเพิ่งกลับเลยนะครับ
แม่ ยูจิน : ไม่ได้หรอก ตอนนี้เขาอยู่ โซล ฉันถึงต้องไปหาเขา ฉันต้องไปบอกเขา ให้ ทำตัวให้ดีกว่านี้
ซังฮวก : คุณแม่ครับ
แม่ ยูจิน : ซังฮวก บอกความจริงฉันมาเถอะ ตอนนี้ ยูจิน อยู่ที่ไหน ฉัน รู้จักเธอดี เธอต้องไม่ทำอย่างนั้นแน่ และฉันก็รู้จัก ยูจิน แน่ใจนะว่า ยูจิน อยู่ที่ โซล
ซังฮวก ก้มหน้านิ่ง
แม่ยูจิน : เขาไม่ได้อยู่ที่นั่นใช่ไหม แล้วเขาอยู่ที่ไหน อยู่ที่ไหนกันนะ บอกฉันมาสิ ตกลงเขาไปกับ มินฮุง เหรอ ตอนนี้เขาอยู่ด้วยกัน ใช่มั๊ย ล่ะ
ซังฮวก เงยหน้าน้ำตาคลอ : แม่ครับ ผมขอโทษ

แม่ของ ยูจิน เชื่อมั่นว่า ซังฮวกไม่ใช่เด็กหนุ่ม ที่จะทำเรื่องราวอย่างนั้นเด็ดขาด ยูจิน ก็เหมือนกัน แต่เรื่องที่นางไม่สบายใจ คือ เวลานี้ ยูจินไม่ได้อยู่ที่โซล แต่อยู่ กับ ลี มินฮุง


( นี่เป็น อุทาหรณ์นะคะ ว่า คน ที่ว่า เรา คิดว่ารู้จัก ดี ทุกแง่ ทุก มุม จะเป็น อย่างที่ เราเคยเห็น เรา เคย รู้จัก ซังฮวก ภาพพจน์ ดีมาตลอด ในสายตา ของแม่ ยูจิน ขนาด สารภาพ ความไม่ดีของตัวเอง แต่ คนอื่นไม่เชื่อ..)

แม่ของ ยูจิน คว้ากระเป๋า ออกไปหน้าโรงแรม ซังฮวก ยังพยายามทัดทาน
แม่ ยูจินบอกว่า : ฉันต้องไปโซล เพื่อรักษาชื่อเสียงของ ยูจิน ฉันต้องไปเดี๋ยวนี้
ซังฮวก ขอขับรถไปส่ง
แม่ ยูจิน : ขนาดนี้แล้ว ฉันยังกล้าให้เธอไปส่งเหรอ ฉันอาย จนไม่กล้ามองหน้าเธออีกแล้ว ขอโทษนะ ซังฮวก
(อุ๊ย !!! คุณแม่ขา มองซังฮวก ดีไปหมด เชียวนะคะ )


ผลที่สุดซังฮวก ก็ได้แต่มองตามหลัง รถ แท็กซี่ คร่ำครวญว่า : คุณแม่ คุณแม่ ผมเองก็ไม่อยากเสีย ยูจิน ไปเหมือนกันครับ



ที่บ้านพัก ตากอากาศของมินฮุง

ยูจิน ยืนเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง
มินฮุง ทักว่า : ยูจิน คิดอะไรอยู่

มินฮุง หอบหมอน ที่นอนปูกับพื้น เดินลงบันไดมา พูดต่อว่า : ผมจะนอนชั้น 2 คุณนอนชั้นล่างแล้วกันนะ หลับให้สบายจะได้ดีขึ้น

ยูจิน : ดีขึ้นแน่ ถ้าพรุ่งนี้ ฉันตื่นขึ้นมาแล้ว ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
มินฮุง ยิ้ม เดินมาจับไหล่ของยูจิน : ไว้ ตื่นขึ้นมาค่อยคิดก็แล้วกัน ราตรีสวัสดิ์ นะครับ
ยูจิน มอง มินฮุง ที่เดินขึ้นบันไดไปชั้นบน

รุ่งเช้า
ยูจิน ลืมตาตื่น ขึ้น แสงแดดในฤดูหนาวสว่างเจิดจ้าสาดส่องเข้ามาในห้องอย่างเต็มที่ ยูจิน เดินไปที่ห้องรับแขก
จิตใจของ ยูจิน รู้สึก แจ่มใส หลังจากตื่นขึ้นมา
ยูจิน รู้สึกว่า จิตใจเปลี่ยนแปลงไปทันทีที่เห็นแสงอาทิตย์ยามเช้า หัวใจ ของ ยูจิน ก็เบิกบานขึ้น

บนโต๊ะ มีแก้วนม และ จานผลไม้ มีหยดน้ำเล็กๆ เกาะบนผลไม้ และกระดาษข้อความของ มิน ฮุง ยูจิน ยิ้มออกมา เอื้อมมือไปเด็ดมะเขือเทศ ลูกเล็กๆ เข้าปาก ชีวิตเช้านี้น่ารื่นรมย์ แต่ความเบิกบานใจ นี้อยู่ไม่ได้นาน เมื่อ ยูจิน หยิบโทรศัพท์มือถือ มาเปิดดู แล้ว ก็สำนึกว่า ความเป็นจริงที่ต้องเผชิญนั้นหนักหนาสาหัสเหลือเกิน ข้อความในโทรศัพท์ ที่ปรากฏแต่ละครั้งทำให้ ยูจิน ใจหาย ยูจิน ปิดโทรศัพท์ นี่คือความจริงที่ ยูจิน ไม่อาจแบกรับได้

ยูจิน เดินออกไปข้างนอก นั่งที่ม้ายาว ตัวที่นั่งกับ มินฮุง เมื่อคืนนี้
มินฮุง ขับรถเข้ามาจอดใกล้ๆ เห็น ยูจิน นั่งก้มหน้าใช้ความคิด ยูจิน ไม่รู้ตัว จน ได้ยินเสียงของมินฮุง : ตื่นแล้วเหรอ

ยูจิน ลุกขึ้นยืน มินฮุง เดินเข้ามาหา : เมื่อคืนหลับสบายหรือเปล่า
ยูจิน : ค่ะ แล้ว ยูจินก็ชะโงก มองของที่ มินฮุง ถืออยู่ เป็นตะกร้า มีปลา เป็น ๆ ดิ้นอยู่ 4 ตัว
อุทานว่า : ยังเป็นๆ อยู่ คุณตกมาเองหรือคะ
มินฮุง : อ๋อ นี่นะเหรอ คือผมซื้อมาน่ะ
ทั้งคู่ หัวเราะ กันอย่าง แจ่มใส เบิกบาน

ในครัว

มินฮุง กำลังหั่นผัก ทำท่าทะมัดทะแมง เอาการเอางาน
ยูจิน เดินเข้ามา บอกว่า : ฉันทำให้ค่ะ
มินฮุง : ไม่เป็นไร ผมทำเองได้
ยูจิน เอื้อม มือ ไปที่มือของมินฮุง : ฉันทำเอง
มินฮุง หลบ ; ไม่เป็นไร รอแป๊บนึง นะ ผมมีอะไรให้ดู

มินฮุง หั่นผักต่อ แล้วก็โดนมีดบาดนิ้ว มินฮุง ทำเสียง ซีดส์ปากเพราะเจ็บ ยูจิน ก้มหน้าลงไปดูใกล้ ๆ
มินฮุง ยกนิ้วที่โดนมีดบาด ใส่ปาก ดูดแผล สั่นหน้า ตามองที่ ยูจิน เป็นทำนองว่า ไม่เป็นไรครับ
( ท่าทาง ยงจุน น่ารัก มาก นะคะ ขอบอก ไม่ใช่ ลี มินฮุง คะ ยงจุน ค่ะ ยงจุน ต่างหาก)

ยูจิน เอื้อมมือ ไปดึงมือของ มินฮุง ออกจากปาก
มินฮุง หัวเราะ : ไม่เป็นไร บาดแค่นิดเดียวเอง
ยูจิน : เห็นมั๊ยเล่า ให้ฉันทำดีกว่า แล้ว ยูจิน ก็เอามือดันตัว มินฮุง ให้ถอยออกไป
แล้ว ยูจิน ลงมือหั่นผักแทน
มินฮุง เดินไปได้ 2-3 ก้าว ก็ หันมามอง ยูจิน ที่หั่นผัก เสียงบอกความชำนาญ
มินฮุง ยืนยิ้มอย่างมีความสุข : มันรู้สึกอย่างนี้เอง
ยูจิน เงยหน้าขึ้นมอง มินฮุง แล้วก้มลงหั่นผักต่อ
มินฮุง เดินกลับมา เอาสองมือ ท้าวโต๊ะ : คุณ คิม เคยบอกผมว่า ผู้ชายทุกคนต่างมีความฝัน มีภรรยาแสนน่ารัก เราแค่นั่งรอเดี๋ยวเดียว ก็ได้กินดินเนอร์ สุดหรูแล้ว หันไปยิ้มกับ ยูจิน : ผมรู้แล้ว มันรู้สึกยังไง
ยูจิน ยิ้มตอบ


ทั้งคู่ นั่ง รับประทานอาหารเช้าด้วยกัน มินฮุง เอาช้อนตักน้ำแกงในชาม
ยูจิน : เป็นไงคะ
มินฮุง : อร่อยมาก ขอบคุณมากนะ ยูจิน
ยูจิน : เรื่องอะไรคะ
มินฮุง : สำหรับมื้อเช้าที่แสนวิเศษ
ยูจิน ยิ้ม
มินฮุง : นี่ นานแล้วนะ ที่ผมไม่ได้กินข้าวเช้ากับคนอื่น



มินฮุง เปิดประตูรถ ขึ้นไปนั่งด้านคนขับ มอง ยูจิน ที่ยังคุยโทรศัพท์ อยู่นอกรถ
จุงอา หรือ ฉันเอง
จุงอา ; อ้าว ยูจิน เหรอ
ยูจิน ; ขอโทษนะ แม่ฉันเป็นอย่างไรบ้าง
จุง อา : แม่เธอไปโซลแล้ว ยังไม่ได้เจอกันเหรอ
ยูจิน : โซลหรือ
ยูจิน ขึ้นรถมานั่งข้าง มินฮุง
มินฮุง ; คุณจะไปไหนล่ะ
ยูจิน ; ไปโซลค่ะ
มินฮุง นิ่ง
ยูจิน : ฉันว่า ซังฮวกคงไม่ได้บอกให้ทุกคนรู้นะค่ะ
มินฮุง พยักหน้า: แล้วคุณพร้อมหรือยัง
ยูจิน เงยหน้ามองมินฮุง เป็นเชิงถาม
มินฮุง ยิ้มให้ : พร้อมที่จะเจ็บปวด
ยูจิน : ฉันต่างหากที่ทำให้คนอื่นเจ็บปวด
มินฮุง ; ไปกันเถอะ คาด Sest Belt ด้วย แล้ว มินฮุงก็ออกรถ


ที่สกีรีสอร์ต
อาจารย์คิม ยืนรอที่ข้างรถ ซังฮวก และแม่ เดินตามมา
ซังฮวก : พ่อครับไปกันก่อนเถอะครับ เดี๋ยวผมจะตามไป
อาจารย์ คิม : โอเค.... ว่าแต่ ลี มินฮุง คนนั้น
ซังฮวก ; ผมบอกพ่อแล้วไงครับ มันไม่ใช่อย่างที่แม่คิดหรอก
อาจารย์ คิม พยักหน้า : พ่อรู้ดี
จุงอา และคุณคิม เดินออกจากที่พัก เพื่อจะไปทำงาน
จุงอา : หิมะตกมากเลย
คุณ คิม : เขาไปกันหมดแล้วเหรอ
จุงอา : ค่ะ
คุณคิม : พายุเพิ่งจะหมด แต่พายุจริงๆเพิ่งจะมาถึงนะเนี่ยะ ได้ข่าว ยูจิน บ้างไหม
จุงอา : ไม่เลย
คุณคิม : คุณว่าผมคิดถูกไหมเนี่ยะ
จุงอา : อะไรคะ
คุณคิม : ก็พวกเขาหนีไปด้วยกันน่ะซี
จุงอา : คุณนี่จะบ้าหรือไง พูด อย่างนั้นออกมาได้ไง บ้าจริงๆ
คุณคิม : ไปทำงานกันดีกว่า

ในรถของซังฮวก
จินซุก ; นี่ ซังฮวก เธอทำแบบนั้นกับ ยูจิน จริงๆเหรอ
ยงกุ๊ก หันไปข้างหลัง : นี่พวกเขาก็โตๆ กันแล้วนะ แล้วแถมยังหมั้นกันแล้วด้วย ก็ไม่เห็นจะแปลกตรงไหนเลยนี่นา ถามแปลกนี่นะ
จินซุก อึกอัก : คือฉัน ..ฉัน.. คือฉันหมายความว่า
: ซังฮวก ยูจิน กลับไปโซล แล้วจริงๆหรือ จริงเหรอ
ซังฮวก ไม่ตอบ

มินฮุง ขับรถ พา ยูจิน มาถึงที่พักของ ยูจิน
มินฮุง ; ห้องคุณ อยู่ตรงไหนครับ
ยูจิน ชี้ขึ้นไป : อยู่ชั้น 3 ค่ะ
มินฮุง ; อ้อ.... ตรงนั้นเอง
ยูจิน ; ฉันต้องไปแล้วนะคะ
มินฮุง มอง ยูจิน หัวใจของ มินฮุง ร้อนรุ่มขึ้นมา : แล้วคุณจะกลับไปที่โน่นใช่ไหม
ยูจิน พยักหน้า : แล้วฉันจะรีบกลับไปค่ะ
มินฮุง ดึง ยูจิน เข้ามากอด เสียงลมหายใจของ ยูจิน ทำให้หัวใจของ มินฮุง สั่นไหว
มินฮุง กอด ยูจิน สายตาเงยขึ้น น่ารักมากๆ เลย ( นากะจุน วาดภาพนี้ไว้ด้วยนะคะ)

แล้ว มินฮุง ก็ปล่อย ยูจิน ; ไปสิ
ยูจิน พยักหน้า เดินไปแล้วหันมามองดู มินฮุง มินฮุง พยักหน้าให้
ยูจิน หันมามองดู มินฮุง เขายังคงยืนอยู่ตรงนั้น หัวใจของ ยูจิน ปวดร้าว ทำไมต้องเป็นแบบนี้ด้วย เมื่อยูจินมองเห็น มินฮุง ในสภาพเช่นนี้ก็รู้สึกเจ็บปวดจนแทบจะหายใจไม่ออก
มินฮุง รู้สึกได้ว่า เมื่อ ยูจิน หันมามองเขานั้น หัวใจของ ยูจิน ปวดร้าวเพียงไร
มินฮุง ยังจดจำเสียงลมหายใจที่แผ่วเบา ของ ยูจินได้ชัดเจน แล้ว มินฮุง จะไม่รู้ได้อย่างไรว่า ยูจินกำลังเศร้าใจ


ยูจิน เปิดประตูบ้านเข้าไป พบว่า แม่นั่งคอยที่โต๊ะ ยูจิน เรียก แม่คะ
แม่ ทำเฉย หมางเมินให้เห็น ยูจิน นั่งลงที่เก้าอี้ ตรงข้ามแม่
แม่ ยูจิน : ลูกกล้าทำแบบนี้กับ ซังฮวกได้อย่างไร รู้หรือเปล่าว่าตอนนี้ ซังฮวก เขาเป็นอย่างไร เขาต้องเจ็บปวดแค่ไหน ซังฮวก เขาไปทำอะไรให้ ลูกถึงต้องทำกับเขาแบบนี้ แม่ไม่อยากจะเชื่อเลย เขาทำอะไรผิดกับลูกยังงั้นเหรอ บอกแม่มาสิ แม่จะได้เข้าใจเสียที
(ท่าทางโมโห พูดเสียงดังเชียว คุณแม่ )
ยูจิน : เขาไม่ได้ทำอะไรผิดหรอกค่ะ ไม่เลย
แม่ยูจิน : งั้นลูกเป็นอะไรไปเล่า .... หรือว่า......อย่าบอกนะว่า เพราะ ลี มินฮุง คนนั้นน่ะ เพราะเขาใช่ไหม เป็นเพราะเขาใช่ไหม ลูกชอบเขามาก ขนาดนี้เชียวหรือนี่ ขนาดกล้าทิ้งคู่หมั้น ที่คบกันมา 10 ปี งั้นเหรอ ยังงั้นใช่ไหม ยูจิน บอกแม่สิ ทำไมลูกถึงทำแบบนี้ แล้ว แม่ ก็ร้องไห้ บอกแม่มาสิว่า ทำไม ฮึ!!
ยูจิน : แม่คะ หนู...น่ะ ... ไม่ได้รักซังฮวกเลยค่ะ...
แม่ ยูจิน ตะลึง ราวกับฟ้าถล่มโลกทะลายลงมา อย่างฉับพลัน แม่รีบฉวยกระเป๋า ลงบันไดตึกมาข้างล่าง ยูจิน ร้องเรียกแม่ วิ่งตามออกมา แม่ก็ไม่สนใจ
ยูจิน : แม่คะ แม่ฟังหนูก่อน ให้หนูอธิบายก่อนสิคะ แม่คะ
แม่ หันมา : แกเป็นลูกสาวฉันจริงๆเหรอ แกใช่ลูกฉันจริงๆหรือ แล้ว หันกลับ เดินอ้าวไปที่ถนน


แม่ไม่สนใจว่า ยูจิน จะร้องเรียกด้วยความร้อนใจแค่ไหน เดินออกมาจนพ้นบริเวณแฟลต แม่ไม่เชื่อว่า ยูจิน จะทำร้ายจิตใจคนอื่นได้ถึงขนาดนี้ พูดออกมาได้อย่างไร ว่าไม่รักผู้ชายที่คอยปกป้อง ดูแลเหมือนเงาตามตัวมาถึงสิบปีเต็ม

( โอ๊ย คุณ แม่เกาหลี คนนี้ แย่จริงๆ ลูกสาว กำลังมีความทุกข์ แทนที่จะรับฟัง เรื่องราวคำอธิบาย แล้ว หาทางช่วยลูก แก้ปัญหาหากเห็นว่าลูกสาว ทำสิ่งที่ผิด ก็ต้อง แนะนำสอนสั่งให้ เป็นเรื่องราว แล้ว จริงๆ เรื่องราวเป็นมาอย่างไร ก็ไม่ถามไถ่คุณแม่เกาหลีคนนี้ สอบตก ความเป็นแม่ เอาแต่โมโหโทโส ภาษาของหนังจีน ต้องใข้คำว่า ไร้เหตุผลสิ้นดี นะคะคุณแม่)


ยูจิน กลับมานั่งร้องไห้ คนเดียวในห้อง
จินซุก และ ยงกุ๊ก เปิดประตูเข้ามา จินซุก ทิ้งกระเป๋า ถลาไปหาหายูจิน : ยูจิน ฉันรู้ว่า เธอต้องอยู่ที่นี่จริงๆ กอด ยูจิน ปลอบใจ ฉันเชื่อเธอนะ ยูจิน
ซังฮวก เดินตามเข้ามาเป็นคนสุดท้าย มองด้านหลังของยูจิน


ในห้องส่วนตัวของ ยูจิน

ซังฮวก ยืนหันหลังให้ ยูจิน หันหน้าออกหน้าต่าง ส่วน ยูจิน นั่งที่เก้าอี้หน้าเตียง ข้างนอกห้อง ยงกุ๊ก และจิ นซุก หันรีหันขวางแล้วมองหน้ากันอยู่ที่หน้าประตู คอยสังเกตการณ์ (ทำท่าเหมือนจะแอบฟัง )
ซังฮวก : ช่วยบอกเหตุผลมาได้มั๊ย ฉันน่ะไม่ดีพอยังงั้นเหรอ ฉันทำอะไรผิดเหรอ

(ว้าว คุณ ซังฮวก ยังไม่รู้ตัวอีกว่า 1. คุณไม่หล่อ 2. คุณ เป็นแค่พระรอง 3. คุณ แหวกกฎ พระรองแสนดี ของวัฒนธรรมละครเกาหลี คุณไม่ทำตัวเป็นพ่อพระแสนดี แถม ติดนิสัย ตัวโกงมาอีกต่างหาก ดิฉัน เป็นแค่คนดู ยังไม่ชอบคุณเลยค่ะ บางที ก็หมั่นไส้ บางทีก็สมน้ำหน้าคุณด้วยค่ะ)
แต่ ยูจิน เขาเป็นนางเอก เขาเลย ทำแบบนี้
ยูจิน ส่ายหน้า
ซังฮวก ยังยืนหันหลังให้ ยูจิน
( เอ แล้วรู้ได้ไง ว่า ยูจิน ทำอะไร คงเพราะไม่ได้ยิน เสียง ยูจิน ตอบมั้งนะคะ) : ถ้างั้นทำไมล่ะ
ซังฮวก หันมามอง ยูจิน พูดต่อ : เขาไม่ใช่ จุนซาง ซะหน่อย ทำไมต้องเลือกเขา แทนฉันด้วยเฮอะ ทำไมเธอถึงชอบเขานัก

ยูจิน นึกถึงคำพูดของ มินฮุง ขึ้นมาทันทีในเวลานั้น “ ถ้าเรารักใครจริงๆ เราไม่จำเป็นต้องมีเหตุผลหรอก”
ยูจิน ตอบ ซังฮวก ว่า : ฉันไม่มีเหตุผลหรอก แล้ว ยูจิน ก็น้ำตาไหลริน
ซังฮวก มอง ยูจิน ในละคร ไม่สื่อว่า ซังฮวก คิดอะไร
( เพราะคนแสดง สื่อ ความทางสายตาไม่เก่ง เหมือนยงจุนน่ะค่ะ แต่ คุณ รำพรรณ เขียนไว้ว่า ท่าทางเย็นชาของ ซังฮวก น่าหวาดหวั่น เวลานี้เขาเริ่มรู้สึกชิงชัง เมื่อเห็นเธอหลั่งน้ำตาออกมา เขาชิงชังที่เธอมักจะมีน้ำตาเร็วกว่าคำพูดเสมอ เอาแต่บีบน้ำตาให้คนอื่นเห็น ใจโลเลแสดงตัวเป็นคนอ่อนแอ ...
..คุณ ซังฮวก คุณเข้าขั้น เป็นเจ้าวายร้ายแล้วนะ

และที่แย่กว่านั้น เขาเคยเฝ้าดูแล ยูจิน มา ตั้งแต่เธอยังฝังใจอยู่กับ จุนซาง เป็นเวลาแสนนานไม่รู้จักจบสิ้น เขาทนกล้ำกลืนในช่วงวันคืนที่ผ่านมา และสุดท้ายกลับได้รับผลตอบแทนแบบนี้ )

ซังฮวก ; อยากเลิกกับฉันใช่ไหม
ยูจิน น้ำตาอาบหน้า
( แต่ ซังฮวก เวลานี้ มีแต่ความเห็นแก่ตัว จึงไม่มีความสงสาร ยูจิน )
ซังฮวก : ตอบมาสิ ก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนใจ
ยูจิน แหงนมอง ซังฮวก นิ่ง
ซังฮวก ยังขู่เข็ญ : ใช่มั๊ย
ยูจิน ; ฉันขอโทษ
ซังฮวก ฟังแล้ว เจ็บปวดเหลือเกิน น้ำตาเอ่อ ถอนใจ : ฉันจะไม่ยกโทษให้เธอ ฉันจะไม่มีวันยกโทษให้เธอ ไม่มีวัน...
แล้วผลุนผลัน เปิดประตูห้อง เดินผ่านหน้า ยงกุ๊กและจินซุกออกไป ยงกุ๊ก วิ่งตาม เรียก ซังฮวก ซังฮวก
จินซุก พลอยตามไปอีกคน


มินฮุง ไปหาแม่ที่โรงแรม ที่แม่พักอยู่
คัง มุยฮี : ลูกกลับมาที่นี่เลยหรือ
มินฮุง : ครับ
แม่วางถ้วยกาแฟให้
คัง มุยฮี : ดีจังเลย งั้นคืนนี้ เรากินดินเนอร์ด้วยกันนะ
มินฮุง ยกกาแฟขึ้นจิบ
คัง มุยฮี : มีอะไรกลุ้มใจยังงั้นเหรอ ลูกกลุ้มใจอยู่หรือจ๊ะ เป็นเพราะผู้หญิงคนนั้นนะหรือ
มินฮุง : เขาจบจากโรงเรียน ที่ชุนชง และเคยชอบผู้ชายที่หน้าตาเหมือนผม
คัง มุยฮี : ชะงักถ้วยกาแฟที่ยกขึ้นจะดื่ม
มินฮุง พูดต่อ ; แต่ว่าเขาตายแล้ว
คัง มุยฮี ตกใจวางถ้วยกาแฟลงบนจานรอง แต่ ถ้วยเอียงล้ม กาแฟหก เปรอะ
มินฮุงก็ตกใจ หันขวับมา : แม่ครับ ไม่เป็นไรนะ ช่วยตั้งถ้วยกาแฟให้
คัง มุยฮี : เดี๋ยวแม่ไปล้างมือก่อน
มินฮุง งง กับท่าทางของแม่

มินฮุง ขับรถกลับ สกีรีสอร์ต นึกถึงภาพการกระทำแปลกๆ เป็นความผิดปกติของ แม่ ภาพที่แม่ทำกาแฟหก ท่าทางแปลกๆ ที่บ้านพักตากอากาศ จนรถถึงที่หมาย แต่ มินฮุง ก็ยังคงนั่งอยู่บนรถอีกนาน จึงขึ้นไปห้องพัก หยุดยืนคิดอีก

ยูจิน นั่งนึกถึงคำพูดของ ซังฮวก : ฉันจะไม่ยกโทษให้เธอ ฉันจะไม่มีวันยกโทษให้
เมื่อ ยูจิน เปิดประตูห้องออกมา ก็พบ จินชุก และกระเป๋าเสื้อผ้าบนโต๊ะ
จินซุก : ยูจิน ฉันขอโทษนะ แต่ฉันไม่อยากเจอหน้าเธอตอนนี้นะ ฉันจะไปอยู่ที่ร้านของ แชรีน สักพักหนึ่ง
ยูจิน : จินซุก
จินซุก : ยูจิน เธอเป็นเพื่อนฉันนะ แต่ ซังฮวก ก็เป็นเพื่อนฉันด้วยเหมือนกัน ฉันขอโทษ
แล้ว จินซุก ก็คว้ากระเป๋า หิ้วออกไปจากห้อง
น่าสงสาร ยูจิน แม่ ซังฮวก และจินซุก ต่างพากันจากไปแล้ว

การจะรักใครสักคน เป็นเรื่องที่ไม่น่าอภัยกันเลยหรือ จะต้องแลกกับสิ่งล้ำค่าอย่างนี้ด้วยหรือ จะต้องพบแต่ความเจ็บปวดรวดร้าวเท่านั้นหรือ


จินซุก ไปที่ร้าน แชรีน

แล้วต้องตกใจที่เห็น แชรีน ดื่มเหล้ามากมาย เข้าไปห้าม แชรีน
แต่ แชรีน กลับ โมโห พูดเสียงดังว่า : เธอนึกว่าเธอเป็นใคร ทั้งหมดก็เพราะเธอ ถ้าเธอไม่บอก มินฮุง ว่า เขาหน้าตาเหมือน จุนซาง ถ้าเธอไม่สาระแน บอกเขาทุกอย่าง เรื่องมันคงไม่เป็นแบบนี้
จินซุก ก็โกรธเป็น เหมือนกัน : ก็ได้ ฉันจะไปจากที่นี่ ฉันขอลาออก ฉันไม่อยากอยู่ที่นี่อีกแล้ว
แชรีน ทั้งโกรธ ทั้งน้อยใจ เพื่อน : ก็ดี ไปเลย ไปให้พ้นเลย ไป พวกเธอเคยเห็นฉันเป็นเพื่อนบ้างไหม พวกเธอเคยเป็นเพื่อนฉันมั๊ย พูดไปร้องไห้ไป พวกเธอเข้าข้าง ยูจิน ตลอดเลย ไปเลย ไปให้พ้น ไม่ต้องมาให้เห็นหน้า
จินซุก หันกลับมามอง แชรีน เดินเข้าไปหา นั่งลงข้างๆ แชรีน เอื้อมมือไปจับไหล่ แชรีน ทำเสียงปลอบ : แชรีน
แชรีน โผเข้ามาซบ จินซุก ร้องไห้ไปพูดไป : จินซุก ฉันควรทำยังไงดี ฉันรัก มินฮุง จริงๆ
จินซุก ได้แต่กอด แชรีน
แชรีน คร่ำครวญ : ฉันควรทำยังไงดี ฉันรักเขาจริงๆนะ
จินซุก ร้องไห้ สงสาร แชรีน
แชรีน ได้ แต่ พูด ช้ำๆ : ฉันควรทำยังไงดี

ยูจิน เปิดลิ้นชัก หยิบกล่องใส่แหวนหมั้นขึ้นมาเปิดดูแหวน แล้ว วางคืนที่เดิมในกล่อง ซังฮวก เธอไม่มีวันให้อภัยฉัน

มินฮุง นั่งจมความคิดอยู่ที่โซฟา ลุกไปเปิดม่านออก แสงตะวันเจิดจ้าสาดส่องเข้ามาในห้องทันที
สายตาของมินฮุง มองสำรวจเบื้องล่าง แล้วก็พบเห็น สิ่งหนึ่ง มินฮุง ยิ้มออกมาอย่างดีใจ รีบผละออกจากหน้าต่าง ลงไปข้างล่าง วิ่งออกไปยังที่พบเห็นสิ่งถูกใจเมื่อครู่
ยูจิน ยังอยู่ ตรงที่ มินฮุง มองจากข้างบนห้อง มินฮุง มอง ยูจิน จากที่ไกล แล้วก็เดินตาม ยูจินไป โดยทิ้งระยะห่าง พอสมควร ยูจิน เดินผ่านใต้ร่มไม้ ไปตามเส้นทางเล็กๆ ในป่าของ สกีรีสอร์ต แล้วเดินข้ามสะพานไม้ เล็กๆ มินฮุง เดินตามรอยเท้า ยูจินไป



ยูจิน รู้สึกว่า มีคนเดินตามมา ใกล้เข้ามา ก็ หันไปมอง ก็เห็น มินฮุง อยู่ อีกฟากของสะพาน ยูจิน หยุดเดิน มินฮุง ก็หยุดเดินเช่นกัน
มินฮุง ; ผมเป็นห่วงคุณมากเลย คุณไม่เป็นไรนะ
ยูจิน : ฉันสบายดีค่ะ แต่ใบหน้าเศร้า ตามเคย
มินฮุง มองหน้า ยูจิน ก็พลอยปวดร้าวใจ ที่เห็น ยูจิน เป็นเช่นนั้น

มินฮุง ค่อยๆเดินข้ามสะพาน มายืนเบื้องหน้า ยูจิน แบ มือของตัวเอง ยื่นส่งให้ ยูจิน ยูจิน ค่อยๆ วางมือของเธอ ลงบนมือ ของ มินฮุง มินฮุง จับมือ ยูจิน แน่น และพาเดินไปตามทุ่ง หิมะ ทิ้งรอยเท้า เป็นแนวเคียงคู่กันไปบนพื้นหิมะที่ขาวโพลน

มินฮุง ปั้นก้อนกิมะ กลมๆ แล้ว โยนให้ ยูจิน ยูจินรับไว้ แล้ว ปากลับให้ มินฮุง
มินฮุง ล้มลุกคลุกคลาน คล้าย จุนซาง เมื่อ 10 ปี ที่แล้ว




มินฮุง ไปเก็บบอลหิมะที่ข้ามตัวเขาออกไปไกล ปั้นหิมะก้อนให้แน่นขึ้น
มินฮุง : นี่คือของขวัญจริงๆ รับให้ได้ล่ะ เอาล่ะ แล้ว มินฮุง ก็ตั้งใจโยนให้ ยูจิน รับไว้ได้ พลางบอกว่า : สำหรับคุณ
ยูจิน รับบอลหิมะ สายตามองมินฮุง
มินฮุง ทำท่าให้ ยูจิน ดูโดย ใช้สันมือ ฟันบอลหิมะในฝ่ามือ 2 ครั้ง ยูจิน ว่าง่าย ว่าไง ว่ากัน
ยูจิน วางบอลหิมะ ที่รับมา กลางฝ่ามือซ้าย ใช้สันมือขวา ฟันผ่าบอลหิมะ หิมะแตกกระจายออกมา



ชั่วพริบตานั้นเอง สร้อยคอ ห้อยจี้เพชร เป็นรุป ดาว โพลาริส ดวงใหญ่ เรียงไปดวงเล็ก ก็ส่องประกายแสงสีขาว วูบวาบออกมา

ยูจิน ยกสายสร้อยขึ้นชู สีหน้า ยูจิน สดใสราวหิมะขาวบริสุทธิ์

มินฮุง ที่จ้องมอง ยูจิน สีหน้าสดใส เช่นกัน



ยูจิน แหงนคอ เอาสติคเกอร์ ดาว โพลาริส ติดไว้บน ผนังหลังคารถ ของ มินฮุง เรียงกัน จาก ดวงใหญ่ ไล่เล็ก ลงไปเรื่อย รวม 5 ดวง

เมื่อ มินฮุง เปิดประตู เข้ามานั่ง เห็นท่าทางแปลกๆ ก็ ทำปากและหน้าตา ถาม ยูจิน

ยูจิน แหงนมอง หลังคารถ ใช้นิ้วมือชี้บอก

มินฮุง มองตามก็พบดาวโพลาริส เข้าแถว ประดับหลังคารถ

ตัว ยูจิน เอง เอามือ จับ สายสร้อย โพลาริส ที่สวมอยู่ ยกขึ้นมาอวด แล้ว จับเขย่า ๆ ส่งยิ้มร่าเริงให้ มินฮุง

มินฮุง ยิ้มตอบอย่างแจ่มใสใจเบิกบาน


แม้แต่คุณคิม เมื่อเข้ามานั่งในรถของ มินฮุง ก็ ต้องแหงน มอง สติกเกอร์ ดาวโพลาริส ของ ยูจิน เห็นแล้ว ก็หัวเราะชอบอกชอบใจ แกล้งเอื้อมมือไป ทำท่าจะแกะสติกเกอร์ออก

มินฮุง รีบ คว้า มือ คุณคิมไว้ (ขี้เล่นเหลือเกิน...คุณคิม)


ยูจิน นั่งคอย มินฮุง อยู่ที่โซฟาของโรงแรม ยงกุ๊ก โทรศัพท์ มาหายูจิน บอกยูจินว่า ซังฮวก เป็นบ้าไปแล้ว ไม่พูดกับใครไม่ยอมกิน ไม่ยอมนอน และออกจากงานแล้วด้วย ขอให้ ยูจิน ช่วย ซังฮวก ถ้า ยูจิน กลับมา ซังฮวก ต้องดีขึ้นแน่ๆ ถ้าทิ้งไปแบบนี้ ซังฮวก ยิ่งไม่เป็นผู้เป็นคน ยูจิน ได้แต่บอกว่า ขอโทษ ฉันช่วยอะไรไม่ได้หรอก แล้ว ยูจิน ก็กดปิดโทรศัพท์


มินฮุง เดิน เข้ามา ส่งยิ้ม มาให้ ยูจิน แล้ว เปลี่ยนเป็นหน้าตาเคร่งขรึม เมื่อเห็นท่าทางของ ยูจิน ทรุดตัวลงนั่ง ตรงหน้า ยูจิน
ยูจิน : มาแล้วหรือคะ
มินฮุง : กลุ้มเรื่องซังฮวกเหรอ
ยูจิน : ตอนนี้เขาอาการไม่ค่อยดีเท่าไหร่ บางทีเขาก็ชอบทำอะไรโง่ๆ ฉันรู้ดีค่ะ
มินฮุง เกิดอาการไม่สบายใจตามมา
ยูจิน : พอเวลาผ่านไป เขาคงดีขึ้นเองนั่นแหละ ใช่ไหมล่ะคะ
มินฮุง : จาก ขรึม ไม่สบายใจ ตอนนี้ ก็ หน้า เศร้า ยามมอง ยูจิน

( ยงจุน ต้องรับบท มินฮุง หนักมากเลยนะนี่ แค่แสดงสีหน้า ก็ เหนื่อยยากแล้ว โถ..ยงจุน)



แม่ของ ซังฮวก มาหา ยูจิน ที่สกีรีสอร์ต อ้อนวอน ยูจิน : ตอนนี้ ซังฮวก อยู่ โรงพยาบาล ถ้าเธอทำแบบนี้เพราะฉัน ฉันก็ขอร้องล่ะ ฉันต้องขอโทษด้วย ฉันขอโทษจริงๆ นี่ ยูจิน ช่วย ซังฮวก ด้วยเถอะ ถ้าเธอ แต่งงานกับเขา ฉันจะให้เธอทำงาน และให้เธอทุกอย่าง ฉันจะยอมทุกอย่าง อย่าทำให้เขาต้องทำร้ายตัวเองอีกเลย ฉันขอร้องละนะ ฉันขอร้องเธอละนะ ทำเพื่อฉันได้ไหม ถือว่าฉันขอร้องล่ะ ทำเพื่อฉันเถอะนะ ขอร้องล่ะ ฉันขอร้องจริงๆ
ยูจิน : หนูต้องขอโทษจริงๆค่ะ ยูจินได้แต่นั่งก้มหน้า
แม่ซังฮวก ; เธอทำไม่ได้จริงๆเหรอ ทำไมเธอไม่นึกถึง ตอนที่เธอเคยอยู่กับเขาบ้างล่ะ เธอกล้าทำแบบนี้ได้ยังไง ไม่นึกว่าเธอจะใจร้ายแบบนี้ แล้วแม่ของ ซังฮวก ก็น้ำตาไหล หยิบกระเป๋าถือเดินออกไป
ยูจิน ได้แต่นั่งหน้าเศร้า


คุณ คิม เห็น แม่ของซังฮวก มาหา ยูจิน


มินฮุง นั่งอ่านรายงานที่โต๊ะทำงาน มีคุณคิม นั่งตรงกันข้าม
คุณคิม : เพื่อนผมมีหมาอยู่ตัวนึง รู้จัก “ ค็อกเกอร์ สเปเชี่ยล “ มั๊ย มันร่าเริงมากเลย
มินฮุง สายตาอ่านรายงานในมือ แต่ก็ถามว่า : แล้วไง
คุณคิม : เขากินด้วยกัน แล้วก็นอนด้วยกัน เขาบอกหลังจากอยู่กับหมาตัวนั้นมา 10 ปี
มินฮุง เงยหน้ามองคุณคิม
คุณคิม : พวกเขาก็ไม่อาจพรากจากกันได้เลย (หัวเราะ) และพอดีตอนนั้น เขาซื้อ อพาร์ตเม้นท์ใหม่ หลังจากย้ายเข้าไปอยู่ เพิ่งรู้ว่าเขาห้ามเลี้ยงหมา แล้วรู้มั๊ยเขาทำอย่างไร เขาก็เลยยกหมาให้เพื่อน แต่ไม่กี่วันหมาตัวนั้นก็ตาย เพราะเป็นโรคซึมเศร้า พอเขารู้ เขาก็ร้องไห้ทั้งวัน งานการไม่เป็นอันทำ
มินฮุง เอามือท้าวคาง นั่งฟังอย่างสนใจ : แล้วไง
คุณคิม ; ผมว่า 10 ปี มันก็นานพอดูนะ ขนาดหมามันยังรู้สึกเลย ถ้าเป็นคน คงจะแย่กว่าแน่ๆ
มินฮุง เอามือ ออก : อยากจะพูดอะไรกันแน่
คุณคิม : ก็เพราะ ซังฮวก น่ะสิท่าทางเขาคงจะเป็นหนักนะ วันนี้แม่เขาก็มาที่นี่
มินฮุง ทำท่าแปลกใจ ; อย่างงั้นเหรอ
ทำท่าคิด : แล้ว ยูจิน เขาเป็นไงบ้างล่ะ
คุณคิม : ก็ท่าทางสับสน ถ้าจะให้วิเคราะห์ ละก้อ ข้อ 1.เขารู้สึกเป็นห่วง ข้อ 2. รู้สึก ผิด มากเลย ข้อ 3. เขากำลังเสียความมั่นใจ
มินฮุง หลับตา ก้มหน้าลง
คุณคิม ; แล้วคุณว่าคำตอบคือข้อไหนล่ะ

มินฮุง ออกไปที่บริเวณของสถานที่ก่อสร้างด้านหน้า คิดถึงคำพูดของคุณคิม

มินฮุง มองผ่านกระจกหน้าต่างเข้าไป เห็น ยูจิน นั่งอยู่คนเดียว ภายใต้แสงไฟสลัวราง มีงานอยู่ในมือ แต่เหมือน ยูจิน เลื่อนลอย เศร้าหมอง ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว มินฮุงจะเข้าไปทักทาย แล้วต้องหักห้ามใจตัวเองไว้ ไม่ว่า ยูจินจะร้องไห้มากเพียงไร ก็ยังจะมีเรื่องที่ทำให้ ยูจิน ต้องร้องไห้ ตามมาอีก ยิ่งเห็น มินฮุง ก็ยิ่งเศร้าใจไปด้วย

มินฮุง เดินคอตก ไปขึ้นรถที่จอดอยู่ที่ลานจอด แล้วขับไปตามถนนยามค่ำคืน ไปยังโรงพยาบาล ที่ซังฮวก นอนป่วยอยู่ มินฮุง ค่อยๆ ก้าวขึ้นบันได ทีละขั้นๆ เดินไปใช้ความคิดไป จนถึงหน้าห้องของซังฮวก หยุดยืนที่หน้าประตู แล้วค่อยๆ แง้มบานประตูออก เห็น ซังฮวก นอนซมอยู่บนเตียง ซูบผอม ซีดเซียว มี แม่ ถือชามอาหาร พยามยามพูดอ้อนวอนให้ ซังฮวก กินอาหาร : ซังฮวก ทำไมไม่ยอมกินล่ะลูก เดี๋ยว ยูจิน ก็มา แม่ไปขอร้องเขา เขาต้องมาแน่ๆ กินอะไรบ้างซักคำ ก็ยังดีนะลูก


มินฮุง เดินจากมา มินฮุง ไม่อาจทนดูใบหน้าที่ซีดเซียว ของ ซังฮวก และไม่อาจทนฟังเสียงที่ร้อนใจราวกับถูกไฟสุม ของ ปัก แชอุน หัวใจของ มินฮุง เจ็บปวด ซังฮวก ที่นอนป่วยอยู่บนเตียงทุกข์ทรมานเพียงใด มินฮุง ก็ทุกข์ทรมานไม่แพ้กัน มินฮุง คิดไม่ออกเลยว่าตนเองควรทำอย่างไร


การปกป้องคนที่ตนรักช่างลำบากยากเย็นเหลือเกิน มินฮุง เองยังทุกข์ทรมานถึงเพียงนี้ แล้วจิตใจของ ยูจิน ล่ะ จะเป็นอย่างไร พอคิดขึ้นมา มินฮุง ก็ได้แต่พยายามสะกดใจที่ว้าวุ่นให้สงบลง


เมื่อ มินฮุง กลับมาถึง สกีรีสอร์ตอีกครั้ง หิมะก็โปรยปรายลงมา มินฮุง ลงจากรถเดินไปตามทางเดินสลัวเพียงลำพัง พอเดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็ต้องชะงัก


ยูจินอยู่เบื้องหน้าไม่ไกลนัก เดินอยู่ท่ามกลางหิมะ ปล่อยให้ความหนาวเย็นล้อมรอบกาย
ยูจิน คิดถึงแต่ คำพูด ของแม่ซังฮวก : รู้ไหมตอนนี้ซังฮวกอยู่ในสภาพไหน ถ้าเธอได้ไปเห็นสภาพของซังฮวก เธอคงไม่กล้าปฎิเสธ
และเสียงของยงกุ๊ก : ถ้าเธอกลับไปหาเขา เขาต้องดีขึ้นแน่ๆเลย


มินฮุง ก้าวไปหา ยูจิน ยกมือทั้งสองจับไหล่ของยูจิน ทางเบื้องหลังแน่น ยูจิน ไม่ได้หันมามองเลย ยังคงยืนนิ่งไม่ไหวติง อยู่อย่างนั้น มีเสียงทุ้มและอบอุ่นของ มินฮุง บอกว่า



“ เริ่มจากเท้าขวาก่อน
เท้าขวา
เท้าซ้าย
เท้าขวา เท้าซ้าย.....”
ยูจิน ทำตามที่ มินฮุง บอก เธอก้าวเท้าออกไปอย่างต่อเนื่อง
มินฮุง : รู้มั๊ยว่าก้าวเล็กๆ ทีละก้าว ทีละก้าว รวมกันแล้ว มันคืออะไร
ยูจิน หันไปมองหน้า มินฮุง
มินฮุง ; เป็นเวลาไงล่ะ มีสิ่งหนึ่งที่ผมอิจฉา ซังฮวก เขามากเลย รู้ไหมอะไร เวลาไงล่ะ ตลอดเวลาที่เขาอยู่กับคุณ สิบปี ก็เหมือนกับการก้าวทีละก้าว
ยูจิน ก้มหน้า
มินฮุง : เราไม่สามารถก้าวสองเท้าพร้อมๆกันได้


มินฮุง ไม่อาจปฎิเสธหรือคัดค้านได้ ช่วงเวลาที่ ซังฮวก อยู่ร่วมกับ ยูจิน มา ช่วงเวลานั้น เป็นของ ซังฮวก กับ ยูจิน แน่นอน นี่เป็นเรื่องจริงที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ มินฮุง เหมือนตัดสินใจบางอย่างได้


มินฮุง ; คุณ เป็นห่วง ซังฮวก ใช่ไหม
ยูจิน เงยหน้ามอง มินฮุง
มินฮุง ; คุณไม่อยากไปหาเขาเหรอ
ยูจิน ส่ายหน้า น้ำตาคลอ ยูจิน : ซังฮวก น่ะเขาไม่เป็นไรหรอกค่ะ เขาจะต้องไม่เป็นไร แล้ว ยูจิน ก็เดินจาก มินฮุง ไป


มินฮุง รู้สึก เจ็บแปลบในหัวใจอย่างรุนแรง เกล็ดหิมะที่ขาวโพลน บนใบหน้าของ มินฮุง ราวกับจะรับรู้ ความเจ็บปวดของ มินฮุง
มินฮุง ได้แต่มอง ยูจิน



เมื่อกลับมาที่ห้องพัก มินฮุง ไม่อาจข่มตาให้หลับได้เลย เวลานี้ทุกคนต่างก็เจ็บปวดทรมาน ไม่ว่าจะเป็น มินฮุง ยูจิน และ ซังฮวก


มินฮุง เข้าใจอย่างแจ่มแจ้งแล้วว่า ความทุกข์ทรมานนี้จะยุติลงได้ ก็ต่อเมื่อ มีใครคนใดคนหนึ่งในสามคนนี้ตัดสินใจหรือเลือกที่จะปลีกตัวออกไปก่อน ด้วยเหตุนี้ มินฮุง จึง ยิ่งเจ็บปวดมากขึ้น ถึงมินฮุงจะเจ็บปวดเพียงใดก็ยังพอทนได้ แต่หาก ยูจิน ต้องเจ็บปวดไปด้วย มินฮุง คงไม่อาจทนได้เลย มินฮุง ปรารถนา ที่จะแบกรับเอาความทุกข์ทรมานของ ยูจิน มาเป็นของตนเอง มินฮุง ยินดีที่จะให้ความทุกข์ทรมานทั้งหมดมาเป็นของตน เช่นนี้แล้ว มินฮุง จึงจะสามารถทนรับความทุกข์ทรมาน ทั้งหมดได้


ไม่ว่าจะตัดสินใจอย่างไร มินฮุง ก็ต้องตกลงไปในห้วงลึกของความเจ็บปวดรวดร้าว นับตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้ตัดสินใจลงไป ถึงแม้ว่าในภายหน้า มินฮุง อาจจะรู้สึกเสียใจ ที่ได้ตัดสินใจลงไป แต่อย่างน้อยในขณะนี้ มินฮุง ยินดีที่จะยอมรับว่า การทำเช่นนี้ทำให้ ยูจิน เจ็บปวดน้อยลง


มินฮุง ตัดสินใจ ที่จะพา ยูจิน ไปเยี่ยม ซังฮวก ถึงแม้ว่า เมื่อ ยูจิน เห็น ซังฮวก ยูจินอาจตัดสินใจกลับไปอยู่ข้างกายของ ซังฮวก เพราะ ยูจิน คงรู้สึกปวดร้าวที่เห็น ซังฮวก ในสภาพนั้นเหมือนที่ มินฮุง เองเคยรู้สึก มินฮุง จำเป็นต้องทำแบบนี้เพื่อลดความทุกข์ทรมาน ของ ยูจิน ในขณะนี้


มินฮุง หวั่นใจเหลือเกิน เพราะ ยูจิน อาจจะไม่มาอยู่ข้างกายของ มินฮุง อีก ทั้งนี้เพราะ ยูจิน กับ ซังฮวก เคยคบกันมาถึง สิบปี มินฮุง ไม่มีสิทธิ์ และไม่มีกำลังอะไรที่จะไปทำลายความผูกพันของ ยูจิน และซังฮวก มินฮุง คงได้แต่อดกลั้นต่อความเจ็บปวดที่อัดแน่นอยู่ในทรวงอกและพลุ่งพล่านขึ้นมากดทับถึง ลำคอ

มินฮุง จะต้องต้อนรับเช้าของวันใหม่ที่กำลังจะมาถึงนี้


( โอ้...โอ๋ กระไรเลย บ่มิเคย ณ ก่อนกาล.........


( รัก เอย.....จริงหรือที่ว่า หวาน....หรือทรมานใจคน.... ความรักร้อยเล่ห์กล..... รักเอย ลวงล่อใจคน หลอกจนตายใจ....)


ช่างน่าสงสาร มินฮุง เสียนี่กระไร เจ็บช้ำดวงฤดี แทบชีวีวาย เสียยิ่งกว่า ซังฮวก เสียอีก ไหมคะ)



รุ่งเช้า


มินฮุง จูงมือ ยูจิน เดินไปที่รถ
ยูจิน ; เราจะไปไหนกันคะ
มินฮุง : ไปที่ที่หนึ่ง
ยุจิน : คุณจะไปไหน
มินฮุง ; ตามผมมาเถอะ นี่เป็นที่ ที่คุณ อยากไป ขึ้นรถสิ
ยูจิน แม้จะงง แต่ ก็ ขึ้นไปนั่งบนรถ


( สังเกตไหมคะ ว่า ยูจิน เชื่อมั่น มินฮุง มาก ทั้งที่ ตัว ยูจิน เอง เป็นคนมีความมั่นใจ ในตนเอง สูง แต่ ยูจิน เชื่อ ฟัง และทำตาม สิ่งที่ มินฮุง บอกเสมอ เพราะ ยูจิน รับรู้ ถึง ความจริงใจ ที่ มินฮุง มีให้ และ มินฮุง จะไม่มีวันทำร้ายเธอ----รู้สึก แบบเดียวกับคนเล่าไหมคะ)


มินฮุง จอดรถ ที่โรงพยาบาล ทั้งสองคน นั่งเงียบเฉย กันพักใหญ่ มินฮุง หันไปมองยูจิน พูดก่อนว่า : เข้าไปสิครับ
ยูจิน ; แบบนั้นมันไม่ถูก คุณก็รู้นี่นา
มินฮุง : มันถูกต้องแล้ว ก็คุณเป็นห่วงเขาไม่ใช่เหรอ
ยูจิน : ฉันเป็นห่วงเขา แต่ฉันตัดสินใจแล้ว ว่า จะไม่เป็นห่วง พาฉันกลับเถอะค่ะ
มินฮุง : ผมน่ะไม่เป็นไรหรอกนะ คุณไปหาเขาเถอะ ผมจะรอคุณอยู่ที่นี่
ยูจิน : แล้วถ้าเกิดฉัน กลับมาอีกไม่ได้ล่ะคะ ฉันอาจจะกลับมาไม่ได้อีก ถ้าฉันไปเจอเขาน่ะ
ยูจิน หันไปมองมินฮุง
ยูจิน : แล้วคุณจะทำอย่างไร


มินฮุง : หน้าเศร้า นิ่งนาน แม้จะเตรียมใจ ไว้แล้ว รวบรวม จิตใจ ที่จะตอบ ยูจิน ไปว่า : ก็ไม่เป็นไรนี่ ก็ยังดีกว่าที่ผมจะได้เห็น คุณทุกข์ใจ
มินฮุง แหงนมอง ดาวโพลาริส ประจำรถ
มินฮุง : ยูจิน คุณหาดาวโพลาริส เจอหรือยัง ผมน่ะไม่เป็นไรหรอก ไปเถอะ แต่ว่า แม้ว่าเวลาผ่านไป แม้จะนานสักแค่ไหน คุณจะกลับถูก คุณจะหาทางกลับมาถูกหรือเปล่า
ยูจิน : แน่นอนค่ะ ฉันต้องกลับถูกแน่ๆ
มินฮุง นั่งรอ ยูจิน ในรถ


ยูจิน เข้าไปเยี่ยมซังฮวก
ซังฮวก ลืมตา เห็น ยูจิน -ขยับตัวจะลุกขึ้น ยูจิน กดตัว ซังฮวก ให้นอนลง น้ำตาไหล
ยูจิน ; ไม่เป็นไรใช่ไหม
ซังฮวก : ฉันไม่เป็นไรหรอก เธอไม่ต้องห่วง ไม่ต้องร้องไห้สงสารฉันหรอก
ยูจิน ร้องไห้
ซังฮวก ; แม่ฉันไปหาเธอใช่ไหม ได้ยินจากเพื่อนเราด้วย ฉันกำลังจะตายเพราะเธอ เธอถึงร้องไห้แบบนี้ต่อหน้าฉัน
ยูจิน : ฉันขอโทษ
ซังฮวก : ไม่ต้องพูด ฉันไม่อยากได้ยิน มาหาฉันที่นี่ เธอคงรู้สึกดีขึ้น เธอไปแล้วฉันล่ะ ฉันจะอยู่ยังไง เธอจะอยู่ข้างๆ ฉันได้ไหม
ยูจิน : ขอโทษนะซังฮวก
ซังฮวก : ฉันไม่อยากได้ยิน ไปเถอะ ฉันดีขึ้นมากแล้ว หมอฉีดยาให้ ฉันกินข้าวได้แล้ว พรุ่งนี้ฉันจะออกได้แล้ว
ยูจิน : ซังฮวก
ซังฮวก : ฉันเห็นเธอ ฉันก็ยิ่งเจ็บ ไปเถอะ ไปซี่


ซังฮวก รู้สึกชิงชัง คำว่า ขอโทษ ของ ยูจิน จนไม่อาจทนได้ คำนี้ ยูจิน พูดออกมา เพื่อให้ ตัว ยูจิน เองสบายใจขึ้นไม่ใช่เหรอ พูดออกมาเพื่อยืนยันว่าเธอได้มาแล้วมิใช่หรือ เพราะถึงแม้จะเห็นเขานอนป่วยอยู่บนเตียง ยูจิน ก็ไม่แสดงท่าที่จะเปลี่ยนใจแม้แต่นิดเดียว ซังฮวก ยิ่งแค้นใจ ทำไม ยูจิน ใจร้ายกับเขาถึงเพียงนี้หนอ ทั้งที่คบกันมาถึง สิบ ปี


ยูจิน ไม่อาจทนสายตาที่เย็นชา ของ ซังฮวก ได้ จึงออกมานอกห้อง แต่ยังไม่อาจตัดใจไปจากสภาพเช่นนี้ จึงนั่งลงที่เก้าอี้นอกห้องผู้ป่วย เพื่อระงับความเจ็บปวดและว้าวุ่นในจิตใจ ความรู้สึกของ ยูจิน เปลี่ยนจากความเศร้าใจ กลายเป็น สงสาร ซังฮวก


ซังฮวก ดึงสายน้ำเกลือออก
มีพยาบาลเวร เข้ามาพบ ยูจิน จึงต้องตกใจ ที่หมอ และพยาบาล วิ่งกรูกันเข้าไปในห้อง ซังฮวก ยูจิน ตามเข้าไป
หมอบอกว่า ; หวิดไป ถ้ามาช้าอีกนิดเดียว ต้องทรุดหนักกว่านี้แน่
ยูจิน เข้าไปทุบ ซังฮวก ; นี่อะไรกัน เธอจะบ้าแล้วเหรอ ทำไม ร้องไห้ไป ทุบไป ทำไมถึงทำแบบนี้ ยูจิน ซบลงกับอก ซังฮวก ซังฮวก ยกมือ มากอด ยูจิน
จินซุก และ ยงกุ๊ก ตื้นตันใจ


มินฮุง เฝ้ารออยู่ในรถ รอตั้งแต่เช้า จนพลบค่ำ ยูจิน ก็ยัง ไม่ลงมา ถ้า ยูจิน จะลงมา ก็ลงได้มาจนได้ นั่นแหละ แต่ นี่ ยูจินไม่ลงมา.. มินฮุง ตัดสินใจ Start รถ


ที่สกีรีสอร์ต


ยูจิน สำรวจตัวเอง เอาสายสร้อยโพลาริส ที่มินฮุงให้ ปกติ จะห้อยนอกเสื้อ คราวนี้ ยูจิน เก็บไว้ข้างในเสื้อ ไม่ให้ใครเห็น
ยูจิน กลับมาหลายวันแล้ว หลังจากช่วย ให้ ซังฮวก ออกจากที่โรงพยาบาล และเรื่องที่ ซังฮวก ลางาน ใช้เวลาหลายวัน
ยูจินกลับมาเคลียร์งาน และเตรียมกลับ โซล


ยูจิน เดินผ่านห้องของ มินฮุง ยูจิน รู้สึกลังเล เพราะไม่ได้บอกลา มินฮุง ยูจิน รู้ดีว่า มินฮุง ให้อภัยเธอ ยูจิน คิดว่า ที่ มินฮุง พาเธอไปหา ซังฮวก ที่โรงพยาบาล มินฮุง ก็ทำใจได้แล้ว


ที่ลานจอดรถ


จุงอา พูดว่า : เธอจะไปแบบนี้เหรอ ไม่ลาเขาหน่อยเหรอ
ยูจิน : ไม่หรอก
ยูจินบอกลา คุณ คิม ที่ลานจอดรถ แล้วสายตาของ ยูจิน ก็ประสานกับสายตาของ มินฮุง ที่ยืน อยู่ ระยะไกล
มินฮุง เดินเข้ามา
ยูจิน บอก จุงอา ว่า รอฉันแป๊บนะ


ทั้งสองคน เดินไปท่ามกลางหิมะโดยที่ไม่มีใครพูดสักคำ นี่เป็นเส้นทางที่ทั้งสองคนเคยเดินเคียงคู่กัน นับครั้งไม่ถ้วน


แล้วยูจินก็พูดขึ้นว่า ; ฉันไม่ได้ตั้งใจว่าจะขอโทษคุณ ไม่ว่าเรื่องใดๆ เพราะว่า คุณได้ส่วนสำคัญที่สุดของฉันไป คุณได้หัวใจของฉันค่ะ ฉันถึงไม่เสียใจเลย ฉันรักคุณค่ะ
ยูจิน มอง มินฮุง น้ำตาคลอ และเดินเฉียด มินฮุง จากไป แต่ มินฮุง คว้าตัว ยูจิน เข้ามาในอ้อมกอด
มินฮุง เสียงสะท้าน : ขอบคุณนะยูจิน ขอบคุณที่บอกผม


ยูจิน ค่อยๆยกแขนขึ้นโอบกอด มินฮุง ครู่หนึ่ง แล้วจึงผละจากอ้อมแขน ของ มินฮุง ทิ้งมินฮุง ให้ ยืนเศร้าสร้อยเพียงลำพัง ยูจิน จากไปโดยไม่เหลียวหลัง ร่างของ ยูจิน ค่อยๆ ห่างออกไป จากมินฮุง


มินฮุง ไม่อาจจับ ยูจิน ไว้ มินฮุง ยืนอยู่อย่างเดียวดายท่ามกลางหิมะขาวโพลนที่เย็นยะเยือกยามฤดูหนาว ปล่อยให้ ยูจิน จากไปตามลำพัง มินฮุง ไม่อาจคว้าตัว ยูจินไว้ มินฮุง ควรจะดึงรั้ง ยูจิน ไว้จนสุดชีวิต บอก ยูจิน ว่า เขา ไม่อาจปล่อยเธอไปได้ แต่ มินฮุง กลับไม่อาจขยับตัวเองได้ ถ้า มินฮุง ยังยึด ยูจิน ไว้จะทำให้ ยูจิน จากไปด้วยความทุกข์มรมาน มากขึ้นไปอีก มินฮุง จึงได้แต่เพียง ยืนนิ่งไม่ไหวติงดุจรูปปั้น


มินฮุง ช่วย คิดแทน ยูจิน หลายเรื่อง เพื่อช่วยให้ ยูจิน จากไป แม้ว่า จริงๆแล้ว มินฮุง ไม่อยากให้ ยูจิน จากไป ก็ตามที มินฮุง ก็ไม่แน่ใจว่า เขาจะเข้มแข็ง และจะมีชีวิตอยู่ต่อไป อย่างไร หลังจากที่ ยูจิน จากไป แต่ว่าเมื่อเทียบกับ ที่ต้องคอยดู ยูจิน ทุกข์ทรมานอย่างต่อเนื่องแล้ว การยินยอมให้ ยูจิน จากไป น่าจะดีกว่า มินฮุง คิดเช่นนี้


ส่วน ยูจิน ก็ เป็นห่วงว่า มินฮุง จะเจ็บปวดรวดร้าว เมื่อถูกละทิ้งไว้ ยูจิน จึงมอบหัวใจ ให้มินฮุง ก่อนจากไป
หัวใจของ ยูจิน ไม่ใช่หัวใจที่ว่างเปล่าไร้ชีวิต เป็นหัวใจที่เปี่ยมด้วยช่วงเวลาแห่งความสุข ที่ ยูจิน และ มินฮุง อยู่ร่วมกัน เป็นช่วง เวลาที่ ยูจิน หายใจ พูดคุย อยู่ข้างกาย ของ มินฮุง อย่างเป็นสุข ยูจิน เอา อารมณ์ ความรู้สึกทั้งหมดนี้มอบไว้ในหัวใจ ของ มินฮุง หาก ยูจิน ไม่เหลืออะไรไว้ให้ มินฮุง เลย แม้แต่ความทรงจำ บางที มินฮุง อาจจะดิ้นรน เพื่อรั้ง ยูจิน ก่อนที่ ยูจินจะจากไป

นั่นคือสิ่งที่ คนที่มีความรักอย่างจริงใจ ควรจะทำ และนั่นเป็นของขวัญชิ้นสุดท้ายที่ ยูจิน มอบไว้ให้เป็นของขวัญ ที่ได้จากการเรียนรู้อย่างลึกซึ้งว่า ความรักที่แท้จริงเป็นอย่างไร มินฮุง โอบกอดของขวัญชิ้นนี้ไว้อย่างแนบแน่น แม้ว่าจะทุกข์ทรมาน เจียนตาย แต่ มินฮุง ก็จะทะนุถนอมของขวัญ ชิ้นนี้ไว้ มินฮุง เริ่มก้าวไปช้าๆ ตามรอยเท้าของ ยูจิน จนไม่เห็นรอยเท้าของ ยูจิน อีก ที่ตรงนั้น มีรอยเท้าของ ยูจิน ปน เป กับรอยเท้าของคนอื่น จนไม่อาจหาร่องรอยพบ


มินฮุง หันกลับไปมองเส้นทางที่เคยเดิน เคียงกันกับ ยูจิน ในสกีรีสอร์ตด้วยความอาลัยอาวรณ์ ภาพของ ยูจิน ผุดขึ้นมาในสมองของ มินฮุง


ลมหิมะที่พัดแผ่วเบามาตลอด กลายเป็นพายุโหมกระหน่ำอย่างรุนแรง มินฮุง เปลี่ยนเส้นทางเดินราวกับจะชะล้างความเจ็บปวดภายในใจออกไปให้หมด


มินฮุง เดินเข้าไปใกล้บริเวณรถหิมะที่มีหิมะทับถมกันอยู่ ยูจิน ที่เคยอยู่ข้างกาย มินฮุง ได้จากไปแล้ว


ผมทำถูกหรือเปล่า ที่ปล่อยคุณไปอย่างนี้ ยูจิน ถ้าเส้นทาง ที่คุณเดินไปลำบากแสนเข็ญ เดินต่อไปไม่ไหวละก้อ ได้โปรดกลับมาอยู่ข้างผมเถอะ ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร ผมจะรอคุณอยู่เสมอ



( ความเห็นส่วนตัว ---นี่น่าจะเป็นข้อแตกต่าง ระหว่าง คัง จุนซาง และ ลีมินฮุง หากเป็น คัง จุนซาง ดิฉันคิดว่าคงไม่มีทางปล่อย ยูจิน ให้ ซังฮวก แบบนี้แน่ จุนซาง คงจะไม่คิดอะไร แทน ยูจิน แบบนี้ คิดเองเออเอง จุนซาง ต้องถามความสมัครใจของ ยูจิน ว่า นี่คือสิ่งที่ ยูจิน เลือกเองหรือเปล่า ต้องการหรือเปล่า จุนซาง คงไม่เลือกให้ แต่ จุนซาง น่าจะทำให้ ยูจิน รู้สึก ว่าความรักที่ จุนซาง มอบให้ ล้ำค่ามากมาย สามารถลบเลือน ความทุกข์ทั้งปวง ของ ยูจินได้ หากซังฮวก จะอ่อนแอ ถึง กับตาย ก็ควรต้องปล่อยให้ตายไปเสียเลย เป็นชาย ใจปลาซิว แบบนี้ จะมาปกป้อง คุ้มครอง ดูแล ผู้หญิง ที่ตัวเองรัก ได้อย่างไร ตัวเอง เจอปัญหา เพียงแค่นี้ ยังเอาตัวไม่รอด ก็ ยูจิน ไม่เคยรัก ซังฮวก มาแต่ไหน แต่ไร เมื่อ สิบ ปีก่อน ยูจินไ ม่เคยรัก ซังฮวก มาอย่างไร จนบัดนี้ ก็ยังไม่รัก เช่นเดิม มันจะแปลกอะไร คะ คุณ มินฮุง พระเอก แห่ง คุณธรรม ความเสียสละ


ลี-มินฮุง ชายอบอุ่นในสายลมหนาวคนนี้ ยังไงก็ไม่ครองใจ ดิฉัน เหมือน ชินดองฮ๊อค ผู้หญิงมากมายก็ อยากได้ ผู้ชายอบอุ่น อ่อนหวาน ห่วงแต่คนอื่น อย่าง มินฮุง แต่เรื่องความรัก ก็อยากได้ หัวใจที่มุ่งมั่นฟันฝ่าให้ได้มา ซึ่งรัก จากชายเลือดเย็น เข้ม และ เหี้ยมนิด ๆ อย่างคุณ ดองฮอค หรือไม่ก็ เจ้าชายเย็นชา จากดินแดนแห่งเงา คัง จุนซาง


แต่ถึงอย่างไร ตอน ที่ ลี มินฮุง จำได้ ว่า ตัวเอง คือ คัง จุนซาง คัง จุนซาง ก็ ถูก ลี มินฮุง ครอบงำ พฤติกรรม และ ความนึกคิด ไปเสียแล้ว มินฮุง เคยเขียนบอก ยูจิน ว่า “ แม้ตัวผมจะเป็น คัง จุนซาง ที่คุณรำลึกถึงตลอดมา ก็ตาม แต่อีกด้านหนึ่งผมไม่ได้เป็น คัง จุนซาง ......แม้ผมจะเป็น คังจุนซาง ก็เพียงแต่ถือว่า ผมเคยชื่อ คัง จุนซาง เท่านั้น ต้องขอโทษด้วยนะ “


การตัดสิน ของ ลี มินฮุง นำทางโยงไปสู่ การตัดสินใจ ของ ยูจิน
ความเศร้า ทุกข์ระทม ที่ตาม มา จะโทษใคร เอ๊ะ ก็ ต้องโทษ พระเอกแสนดี ลี มินฮุง สินะคะ รวมทั้ง คุณ ยูจิน ด้วย


อย่างไรเสีย ลี มินฮุง ก็ใช้เวลา ตัดสินใจ ทั้งคืน แต่ คุณ ยูจิน แค่ แวบเดียว ที่ตกใจ อาการของ ซังฮวก ที่ทำเพื่อเรียกร้องความสนใจ น่า จะตั้งชื่อของตอนว่า “ทุกข์นี้ จะโทษใคร “เหลือเกิน




Scene-10: Resolution



On a bench near village:


Yoo-jin : Do you know Polaris? Polaris?
Min-hyung : I do.
Yoo-jin : Jun-sang told me about it. He said if I ever get lost I should look for Polaris. All the stars move with the change of season, but Polaris doesn't. It's always there where it is.
Min-hyung : Yoo-jin ... Do you feel lost?
Yoo-jin : I hurt the people I care about today. Mom, Yon-kook, Jin-sook ... Sang-hyuk ... They might never forgive me. What should I do?


Min-hyung : You said that Polaris always stays where it is even when other stars move with the season. Isn't it? If other pople can't forgive you, and left you because they don't understand you. If I stay where I am right. Yoo-jin, can you trust me?


Time by little steps:


Min-hyung : Start with our right foot. Right, left, right, left...What do you think all these little steps add up to? Time. There is one thing I envy about Sang-hyuk, do you know what it is? It's time. All these times he spent with you. You can't take two steps at once.

The fork:

Min-hyung :Go in now ... It is right. You are worried about him, aren't you?
Yoo-jin : I am. But I decided not to worry about him. So let's just go back, together.
Min-hyung : I'm okay so go and see him. I'll wait here till you come back.
Yoo-jin : What if ... I won't be able to come back? I may not able to come back ... after I see him. What happen then?
Min-hyung : That's okay. It's better than to see you suffer like this. Yoo-jin ... Can you find Polaris? I'm okay so go. But ... Can you find the way back? After a long time, even after long time...Can you find the way back?
Yoo-jin : I will. I will find my way back.

Word of separation:


Yoo-jin : I'm not going to say sorry to you. I don't want to. Because you took the most important part of me. You took my heart ... so I'm not sorry ... I love you.
Min-hyung : Thank you, Yoo-jin ...

Copyright@Amornbyj

'Lee MinHyung' Character from Mr.Bae Yong Joon ...[Old Interview 2002]



'Lee MinHyung' Character from Mr.Bae Yong Joon
Posted in BYJ Quilt by Joanne

Magazine Music Life (March 2002)
English Translated by Hyeon / Chinese Translated by Verjineir

Title : BYJ - Let's talk about the things attract us about him including his bright smile.

What a beautiful expression of his eyes? The man who makes us feel a passionate and sweet love by his expression of his eyes. Who can resist him not to love? The man who created the Lee MinHyung's syndrome of WLS and became the flower of our heart is BYJ. He still performs tenderly and comfortably as usual and the style of performance is what attracts us. We met YJ who became more romantic and came back to us.

Part 1- The inquisitive interview is not with 'Lee MinHyung' in the drama , but with the person 'BYJ'

* Q : What is the first thing to do in the morning ?
YJ : It depends on the circumstances, mostly I have a breakfast first. I try to have a breakfast. It surely gives me the energy to do the better performance.

*Q: The things to do when you're alone.
YJ: I usually read books or think constantly. But, recently I try to sleep whenever I have time. That helps me to be absorbed in the performance of the next shot.

*Q: About the character of Lee MinHyung.
YJ: I'm not that satisfied with the character of Lee Minhyung, but it seemed I did change my former image by him. Anyhow I live as 'Lee Minhyung' these days.

*Q: Time to go to bed.
YJ: It is irregular. I sleep about 2 ~ 3 hours per day in these days. If there are many scenes to shoot, few minutes in the car to move to the other shooting places was all I could sleep. WLS's staffs as well as performers hold out with the spiritual strength.

*Q: What kinds of clothes do you usually wear?
YJ: I usually wear t- shirt and blue jeans. But mostly the stylist prepares them for me.

*Q: Do you watch WLS yourself?
YJ: Of course. I try to monitor the drama myself because it makes easier for me to perform the next scene. If I can't monitor, I have to be satisfied with only what my manager told me after he monitored.

*Q: What are you worrying mostly now?
YJ: I worry about my health these days. I feel like my health is not same as before. I have felt keenly the necessity of the health to do what you want to do.

*Q: Would you say about people around you?
YJ: Manager and coordinator who always take care of me. As they do their best for me, I try to satisfy them as well. I don't know how much my efforts reached them, but it is natural that I should take care of people who work together..

*Q: What do you most hate ?
YJ: I hate telling lies.

*Q: When do you feel the stress?
YJ: I often feel the stress when my work isn't working smoothly at much as I want. but it is happiness that I even have no time to feel the stress because of the tight schedule these days. I had relaxed the stress by playing the internet game or reading books before, but I relaxed the stress by sleeping these days.

*Q: What is your greatest interests ?
YJ: Finishing the WLS well and movies. Because I have a great dream about movies personally, I want to be very carefully even with one movie. I think that I might have a dream about movie in my mind so far. It is my biggest goal to challenge movies this year. But, I'm going to shelve the dream for now and I will be devoted to the drama now. I will think about movies after finishing the WLS. If I do many thing at the same time, I can't finish even one of them.

Part 2- BYJ whom I know is like this.

(1) Manager Bae Sungwung

*Q: When did you start BYJ's work?
Manager : From the starting with the 'Hotelier' last year, it's been 2 years already to work with him.

*Q: What is the biggest YJ's strength?
M: Whenever he works on something, he gets ready to do thoroughly. For example, though the script of WLS was published too late under the pressure of the shooting time, YJ read it more than 3 times basically. The script is almost worn out. We can think he is a little difficult when he works. Because YJ hates to make mistakes himself. But, he takes care of people whom he considers as his family. He celebrated people's birthdays as well as he knew them one by one. He held a surprised -party for cameraman's birthday of WLS, while ago. He cares and thinks about others.

*Q: How about your teamwork ?
M: Our teamwork is very good. It is really impressive when you see he takes care of others. He is very good to people who trust and follow him. It is a different image with when he works fastidiously. If he once believes and trusts, he leaves all the things entirely to the person. Of course, it is not easy until they get into such a relationship. That may be what he is difficult.

*Q: What do you wish YJ as his manager?
M: He manages himself well, so I don't have anything to wish. But I only want him to take care of his health. Because of shooting this drama, he lost his weight suddenly and he seems to be much weak. After finishing the drama, he will become busier than now with more activities. I want him to take care of his health well always.

(2) Coordinator Hong Eun Kyung

*Q: How long have you been working with BYJ?
Hong: It has been about 7 years. I met him when he started to film the 'First Love' and that's when I started to work with him. And I'm still working for him now.

*Q: What has been changed about him since you started to work with him and what has not been changed?

Hong: The thing that has been changed is that he became freer in personality. He had his own world before, but now he became opened to others. And his unchanged part is that he still takes care of his co-workers.

*Q: Let's talk about character of Lee MinHyung.
Hong: YJ is a director in the drama, and, as we know, a 'Director' is one of the executives in a company. Usually we would think that a director of a company wears formal clothes, but I dramatically changed that idea into the natural casual-clothes. Actually, it was the challenge for me. I talked with the notorious YunPD in advance and prepared thoroughly to create the character of Lee MinHyung. I tried very hard to find the mufflers and glasses that best suited him. I saw a lot of samples to decide them which one to use. The wind hair was decided by a lot of peoples opinions. Anyway, I think that this character was successful. I tried to make the bright and fresh image for getting rid of the old existing image.

*Q: Which style does suit him?
Hong: YJ looks nice in any styles of clothes. If he wears anything, he likes to dress up. He pays attention to the details. He used to perform a lot of characters, which were lonely and gloomy, so I couldn't create the styles that I really want. However, now I feel good because I can create the style as I want in WLS. Even people said 'It is the style only for Lee MinHyung. I could change his styles variously by the clothes of primary colors that usually he doesn't wear.

*Q: When do you find worth doing it?
Hong: YJ put a ring on his finger for character of 'MinHyung' for the first time. Originally, he hates to wear earrings, necklace, and ring but when I talked about it, he was willing to put a ring on. It is not important that he put on a ring, but he trusted me entirely in style. Even if he is different from my opinion, he assents after listening the reason why he must do so. Ring is one of the cases. It is just trust that he leaves his style to me entirely from his everyday dress to the clothes for dramas. These are all results that I find worth of doing the work. Also, I feel encouraged when he performs well new characters as well as the styles.

*Q : Which color is well suited him?
Hong : It's better to tell about the bad colors to him rather than good colors. The similar colors of his face color such as light brown or light beige don't suit him. Except that colors, any colors suit him.

Thanks for...Joanne, Hyoen, Verjinier & BYJ' Quilt

TWSSG TEAM & Roytavan

From the beginning until now - Vietnam Version.



From Begining Until now (Vietnam Version)
Sáng tác: Minh Quân
Ca sĩ: Minh Quân

Còn lại đây bao yêu thương , bao nhung nhớ
Còn lại đây bao cô đơn xót sa
Còn mình ta như chơi vơi
mang bao kỷ niệm , với nỗi buồn
Và mùa đông không mang theo , bao hơi ấm
Mùa thu không có lá rơi
Còn mình ta như chơi vơi , nghe con tim ta nát tan
Tình yêu đó sẽ mãi mãi không quay trở lại ,
và em như cánh chim vút bay mãi nơi phương nào ,
chỉ còn mình ta ôm cô đơn ,
nhớ nhung kỷ niệm để lòng ta
bỗng nghe sao buốt giá
Tình yêu đó sẽ mãi mãi không quay trở lại ,
và em như cánh chim vút bay mãi nơi cuối trời ,
chỉ còn mùa đông vây quanh ta , hát với ta rằng ,
bài tình ca nghe ôi sao xót xa

" Đã qua đi rồi , đó -
Những kỷ niệm của một mùa đông giá rét
Giờ đây , em - Còn nhớ hay em đã quên "

Và mùa đông không mang theo , bao hơi ấm
Mùa thu không có lá rơi ... ...
Hát với ta rằng , bài tình ca , nghe ôi sao xót xa .
Nói đi em người ơi ... Dù đã xa nhau thật rồi ...
Dù cho em không yêu tôi , cho con tim tôi nát tan
Tình yêu đó sẽ mãi mãi không quay trở lại ,
và em như cánh chim vút bay mãi nơi phương nào
Chỉ còn mình ta ôm cô đơn , nhớ nhung kỷ niệm
Bỗng nghe ôi sao lòng này buốt giá
Người có nhớ trong tim ta với bao tháng ngày
Hỡi em cho ta đắn đo xót xa trong cuộc đời này
Chỉ còn mùa đông vây quanh ta
Hát với ta rằng bài tình ca nghe ôi sao xót xa

----------------------------

From beginning to now
Lyric Meaning

Can't return to my side, it's impossible now
I console myself that I should stop loving you now
If I can't meet you again,
I really hope to forget you, to forget the entire you in my heart
Every time I want to smile, you let me cry
You make my everything go wrong
Every time I think of you, all my defences gave way
Tried hard to forget you, but I just can't
If I can't meet you again,
I really hope to forget you, to forget the entire you in my heart
Every time I want to smile, you let me cry
You make my everything go wrong
Every time I think of you, all my defences give way
I tried hard to forget you, but I just can't forget
I never know it is so hard to love someone
Every time I want to smile, you let me cry
You make my everything go wrong
Every time I think of you, all my defences gave way
Tried hard to forget you, but I just can't

------------------


----------------------------------

Stem cell & Lee min hyung

คุณ ร้อยตะวัน เคยเกริ่น ไว้เกือบ 2 เดือน แล้ว ว่า อยาก ย้อนวันวาร กับ WLS
และดิฉันเอง ก็เป็นนักเรียน หนีโรงเรียน เหมือนกับคุณ Starpolaris เลย การบ้านก็ไม่ค่อยได้ทำส่ง ก็เลยขอถือโอกาส รายงานตัว ด้วยการเปิดประเด็น WLS ปัญหาก็คือ ภาษาไทยอีกแล้ว

การที่ ลีมินฮุง ประสบอุบัติเหตุ แล้วเกิด ไซด์ เอฟเฟค ก้อนเลือด กดทับประสาทตา ทำให้ ลีมินฮุงต้องไปผ่าตัดที่อเมริกา แล้ว สุดท้ายก็ สายตามองไม่เห็น เมื่อ 3 ปี ผ่านไป เป็นการจบ ที่พวกเราจำนวนมากมาย แสนสงสารและเสียดาย เป็นที่ยิ่ง มีคนในวงการที่คิดอยากสร้างภาพยนตร์ แต่ไม่อยากจบเรื่องแบบนี้ มันสะท้อนสะท้านใจคนดู บางคนคิดไปไกลว่า เมื่อ ลีมินฮุงแต่งงานกับจุงยูจิน แล้ว มีลูกน่ารัก ๆ อย่างที่ มีภาพวาด หลายภาพ


โถ....... ลีมินฮุง ไม่ได้มีโอกาส มองเห็น สายเลือด สายใยแห่ง ปาฏิหาริย์ รัก แท้ แม้ จากกัน 2 ครั้ง 13 ปี ยังมีวันหวนคืนและสมหวังดั่งปรารถนาที่รอคอยกันมานานขนาดนี้ แค่คิดก็ ปวดร้าวใจ แทน ลีมินฮุง และจุงยูจินเสียยิ่งนักแล้ว

มีผู้ที่สนใจในเรื่องนี้ ไปค้นคว้าหาคำตอบ และมีคนที่อยู่ในวงการที่รู้จัก มีเหตุการณ์ คล้าย ลีมินฮุง มาเป็น กรณีศึกษา นั่นยังไม่เพียงพอ ที่จะยืนยันคำตอบ จึงมีการปรึกษาหารือ แพทย์เฉพาะทางจนได้คำตอบมา และ ได้เล่าสู่ให้คนเล่าทราบ

จากเหตุการณ์จริง มีชายผู้หนึ่ง ประสบอุบัติเหตุ รถชนเหมือนกัน แต่ คนเจ็บ ขี่มอเตอร์ไซด์ หลังอุบัติเหตุ ชายผู้นี้ มีก้อนเลือดทับประสาทตา เช่นกัน ตามองไม่เห็น ทั้ง 2 ข้าง เมื่อได้รับการผ่าตัดเอาก้อนเลือดนี้ออก ขั้นต้น ก็ยัง มองอะไรไม่เห็น แต่ได้รับการแนะนำจากแพทย์ ในเรื่องการรับประทานอาหาร เขารับประทาน อาหารที่สารอาหาร และธัญพืช ต่าง ๆ ที่ช่วยส่งเสริม การคืนกลับ สมรรถนะของประสาท ตา อย่างจริงจังและต่อเนื่อง หลายปี ผ่านไป ประสาทตา ข้างหนึ่ง สามารถ ฟื้นฟูสภาพ ได้ เขาสามารถ มองเห็นได้ลาง ๆ ด้วย ดวงตา ข้างหนึ่ง ที่มีการสร้าง เซลใหม่ขึ้นมาได้ เขาต้องตัดแว่นช่วยเสริมความสามารถในการมองเห็น แต่ว่าเลนส์กระจกหนามาก เป็น พัน ขึ้นไป เขายังคงเคร่งครัดกับเรื่องอาหาร ในขณะนี้ สายตา ใช้เลนส์ที่มีความสั้นน้อยลง น่าจะประมาณ 800 แต่ ถ้าเป็นการมองในความสลัวลาง ๆ หรือในที่ มืด มิด กระจกเลนส์สายตา ก็ไม่ได้ช่วยอะไร เขาก็จะมองไม่เห็น แต่ชาย คนนี้ ได้สายตา กลับคืนมา เพียงข้างเดียว

แต่ ก็ ยังนับได้ว่า โชคดีแล้ว ในโลกนี้ จะมีความสวยสดงดงาม อะไร ที่จะงดงาม ได้เท่า การที่จะได้ มองเห็นคนที่ตัวเองรัก ใน อากัปกิริยา ต่าง ๆ ทั้งหญิงคนรัก ทั้งสายเลือดแห่งรัก ของ ตนเอง

นี่เป็นเรื่องจริง และได้ สอบถาม ไปยังแพทย์ ที่เชี่ยวชาญในด้านสายตา ว่า ชายในเรื่องจริงคนนี้ ไม่ใช่เรื่องของการเกิดปาฏิหาริย์ หากแต่ เป็น เรื่องจริง ตามหลักวิชาการแพทย์ ที่เป็นไปได้ และ ในกรณีเช่นนี้ แพทย์ ในเมืองไทย ก็ ความสามารถ ทำได้ มีนายแพทย์ ท่านหนึ่ง เก่งมากเป็น นายแพทย์ ประจำที่โรงพยาบาล รามาธิบดี ของจริงแท้ แน่นอน

สำหรับ ลีมินฮุงนั้น ก้อนเลือดค่อยๆ คั่งและกดทับประสาทตา ทำให้มีผลกระทบกับสายตา สุดท้ายก็มองไม่เห็น ซึ่งลีมินฮุงก็ได้ไปผ่าตัดที่อเมริกา คาดว่าน่าจะผ่าตัดเอาก้อนเลือดออกไปด้วยแน่

แต่การแพทย์ปัจจุบันนี้มีวิธีการรักษาที่เป็นที่ยอมรับทั้งในยุโรปและอเมริกา ซึ่งวิธีการการรักษานี้บางท่านอาจเคยได้ยินมาบ้างนั่นคือการทำ เสตมเซล (Stem Cell) คือการรักษาโดยเอาเซลล์ซึ่งติดอยู่กับรกเด็กที่คลอดใหม่ไปเพาะเลี้ยงแล้วนำมาซ่อมแซมกับร่างกายของผู้ป่วย ซึ่งวิธีการนี้เป็นเพียงหนทางเดียวเท่านั้นที่จะสามารถฟื้นฟูและพัฒนาเซลล์ ประสาทตาได้การพัฒนาเซลล์ประสารทนี้ ทางการแพทย์เรียกว่า “ NEURAL STEM CELL” คือการเลี้ยงเซลล์เพื่อนำไปพัฒนาและฟื้นฟูเกี่ยวกับประสาทตาโดยตรง ประกอบกับหลักการรับประทานอาหารควบคู่กับการฟื้นฟูสภาพจิตใจด้วยร่วมกัน จะทำให้การซ่อม เซลล์มีประสิทธิภาพสูงขึ้นและรวดเร็วขึ้น แต่จะได้ผลดี 100% นั้นคงเป็นไปไม่ได้ แต่ก็เป็นเพียงวิธีเดียวเท่านั้นที่จะทำการรักษาให้สามารถมองเห็นได้ ค่าใช้จ่ายคิดแล้วประมาณ 1.5 – 2 ล้านบาทไทย เพราะจะต้องทำอย่างน้อยประมาณ 3-4 ครั้ง ค่าใช้จ่ายครั้งละ3-5 แสนบาท
ข้อมูลนี้มาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้าน Stem Cell ของประเทศไทย ซึ่งประจำอยู่ที่ร่วมฤดีคลินิก คือ นายแพทย์ฉัตรชัย ศรีบัณทิต

ขอขอบพระคุณ ที่คุณ ร้อยตะวันบอกกล่าวเล่าให้ฟังเมื่อปี2007 และให้คำอธิบายรายละเอียดนี้ไว้

สำหรับลีมินฮุง นับได้ว่า เป็นคนมีฐานะดี มีเงินทองมากมาย นี่นับว่าเป็นเรื่องเล็กเพียงแต่ว่า.......... ต้องใช้ระยะเวลา
เวลา แค่ 3 ปี ใน ละคร ลีมินฮุง ยัง ไม่สามารถมองเห็นได้ ส่วนการฟื้นฟูสภาพจิตใจ นั้น ลีมินฮุง มีจุงยูจิน และน่าจะมี มินฮุงน้อย หรือยูจินน้อย หรือ อาจจะมี ทั้งสองคน(หรือมากกว่า) เป็น แรงใจ เป็นกำลังใจ เป็น หยาดน้ำทิพย์ชโลมใจ ให้กับลีมินฮุง อยู่แล้ว ลีมินฮุงอาจมองเห็นโลกที่สวยงามอบอวลด้วยความรัก ด้วยดวงตาทั้ง 2 ข้าง

ลีมินฮุง คง กลับไปรักษาที่อเมริกาต่อ (ในช่วงเวลา 3 ปี หลังผ่าตัด ลีมินฮุง ส่วนใหญ่ แล้ว ก็ อยู่ ที่ อเมริกา อยู่แล้ว) หวังว่า นี่น่าจะเป็น ข่าวที่น่ายินดี ของ แฟนคลับคุณลีมินฮุง คนเล่าเอง ยังดีใจ ปลื้มใจ มาก ๆเลย ยังกับ ตัวเอง เป็น จุงยูจิน รู้สึกเหมือนกับว่า ...คล้ายกับว่า ...จากปี 2002 จนปัจจุบัน ปี 2008 ลี มินฮุง น่าจะ ได้ ดวงตาที่จะทอดทัศนาสรรพสิ่งในโลกนี้ได้แล้ว คือจากในละคร ผ่าตัดแล้ว 3 ปี รวม ปี 2008 นี้ ก็ 9 ปีแล้ว

และในคืนข้างแรมหลังประเพณีลอยกระทง ( ซึ่งที่เกาหลีก็มีประเพณีนี้เช่นกัน) ลี มินฮุง อาจกำลังชี้ชวน จุงยูจิน ให้ชมดาวเหนือ โพราริส ที่บ้านพักชายทะเลที่เกาหลี และในบ้านอาจมีเด็กน้อยทั้งหญิงและชาย 2 คนขึ้นไป นอนหลับอุตุอยู่ในห้องนอน ส่วนพ่อแม่ ก็ ออกมานั่ง รำพึงถึงความหลังกันก็เป็นไปได้ ลีมินฮุง คงขยับเสื้อโค๊ด กางออก โอบ ยูจิน ให้เข้ามาอยู่ในเสื้อตัวเดียวกัน เพราะอากาศคงเย็น และ ลีมินฮุง ก็คง บอกว่า ผมอยากให้อากาศหนาวกว่านี้

Can you see the stars in the shape of Cassiopeia? Can you Polaris beside that? The star of the polar. Can you see the big star in between the Big Dipper and Cassiopeia? Whenever you get lost in the mountain, look for the Polaris first. And then you open your arms and be a compass .... Polaris doesn't move the whole year round. You will be able to find it easily whenever you are. When you are lost, try to find Polaris first. It will be there where you last saw it.

7.3.09

KTCC가 방콕포스트에 특별히 소개되었습니다


제 목 : KTCC가 방콕포스트에 특별히 소개되었습니다!!!
작성일 : 2005.02.18

KTCC가 2월 17일 태국의 유력 영자일간지 방콕포스트를 장식했습니다.
이 기사는 지난달 방콕포스트의 피라왓 기자가 내한, `겨울연가'의 촬영지로 유명한 남이섬과, 강원도. 속초, 용평 등 한국의 유명관광지를 두루 둘러보고 기자의 시각에서 쓴 장문의 여행기사입니다.

피라왓기자의 취재는 통역사인 본사 방콕법인장이 특별 안내를 맡았으며, 기사는 홍이사의 여행 동선과 궤적을 쫒는 독특한 형식으로 구성됐습니다.

방콕 포스트 기자는 남이섬에서 `겨울연가'의 배용준과 최지우가 준상과 유진으로 분해 첫 키스를 나눴던 곳에 대한 묘사와 활력넘치는 서울의 거리등을 매우 사실적으로 표현해 냈습니다.

또 한국의 스키장, 겨울낚시, 생선회에 대한 느낌도 정감나게 그렸습니다.
또 기사 말미에는 한국여행을 희망하는 태국인들을 위해 KTCC 방콕법인의 전화번호까지 게재하는 독자서비스를 잊지 않았습니다.

이곳 홈피를 방문하는 KTCC의 고객들을 위해 2월 17일자 방콕포스트 전문을 그대로 소개합니다.

감사합니다.

KOREAN WONDERLAND
http://www.bangkokpost.com/

The breathtaking vista from the mountain peak in Yongpyeong Resort.
There's more to Korea than kimchi and romantic TV shows


Story and photos by PEERAWAT JARIYASOMBAT

Amidst the country's remarkably fast-paced technological development, South Korea remains surprisingly dedicated to maintain its cute and romantic side.


Impressive view on Nami Island.
Koreans in red coats, like Santa's helpers, ring bells while jogging, trying to keep warm in the freezing winter breeze. In Chuncheons Myeong-dong, the shopping street, couples in love stroll romantically. They giggle, laugh and blissfully linger on the narrow street lined with beautiful shops.

After walking for a while, if you look carefully, you will notice the face of a man with glasses and a curl of brown hair beaming at you from various souvenirs such as key chains, postcards, neckties, posters, pillows and even from a pair of socks.

He is Bae Yong-joon, a Korean star who plays the lead in a romantic TV series called Winter Sonata. The series uses Gangwondo, a province in northeastern South Korea, as its backdrop, and Chunchoens Myeong-dong, is among the romantic locations that captivates its audience.

Safari staff in Everland
So, it is no surprise to find teenagers, and especially couples, walking around with cameras in hand, giggling while taking pictures of lamp posts.

For those who haven't seen the TV show _ including me _ it's a bit difficult to understand how romantic it is. But I got a good idea when I am taken to Nami Island.

Nami, a small island just 30 minutes drive from Chunchoens, is a centre for Winter Sonata fans. Its landscape is actually romantic enough to make you feel lonely if you venture there without your true love. The narrow roads on the island are lined with pines, Ginkgo trees, maples and redwoods, creating a truly romantic atmosphere. The view is simply beautiful and it makes all roads seem too short for those in love.

Hong Ji Hee, or Tukata, my Thai-speaking Korean guide, points to a sign saying "First Kiss", where lots of Korean girls stop. I learn later that Nami is an important location used in the series.


A sweet moment in Everland
The "Forest of Sweethearts" is where the main characters, Yujin and Jusang, have their first date. Their childish snow fights and awkward first kiss also took place here. After reading this I understand why so many people are taking photographs of empty paths, the freezing lake and seemingly empty scenes.

It was nice to see Korean people enjoying such romantic things.

Korea's landscape is truly beautiful, and this probably affects the minds of Korean people _ if you travel to the North, you will find generous people who enjoy life in the mountains, far from the pollution found elsewhere.

I travelled to the most northern tip of the country, to Hwachoen, the coldest town in South Korea, and found the people there preparing for a big festival: Fishing Mountain Trout.

When the Hwachoen River is frozen and the ice is over 40cm thick, people make holes in the ice and fish for the trout.

The extremely clean river means extremely clean and healthy trout, which in turn attract lots of fish lovers. While celebrating New Year Eve among various activities such as a parade, ice carving and winter games on the frozen river, visitors to Hwachoen love to eat the trout fresh. They just slice the fish very thinly, dip it in sauce, and chew.


Daepo market serves very fresh seafood from the East Sea.
Korean people believe ice is a symbol of good luck. Visiting the town during New Year will keep them lucky all year long.

Korea people love fishing. Along the lake and river, you will find many fishing resorts, which offer tiny private rafts the size of a bedroom, for fishermen to concentrate in fishing, in the tranquil privacy of nature.

Another major event for fish lovers in Korea is the Icefish Festival in Inje, a town in the centre of a very clean forest.

Each year, around one million tourists visit Lake Soyangho, which is frozen and is the main habitat of a tiny fish _ around 5 to 6cm. It lives in water below 6C and doesn't eat during the winter, hence its name: bing-eo, or "empty fish", and Koreans find the small fish simply delicious.

Having bing-eo fish is quite easy because you don't need a skilful chef to prepare it, as with sashimi. Even Tukata can do it. She just catches the fish with her chopsticks, dips it in the sauce and puts in her mouth.

"Umm ..." is the only sound heard _ the sound of pleasure indicating how delicious it is.


Anglers come for trout at Hwachoen.
I follow her lead and find the live fish is not smelly at all. Anyway, after two, I decide to stick to fried fish.

But our fish-eating adventure in Korea takes a new direction when we visit the Daepo market in a town called Sokcho, located by the East Sea. Restaurants along the road illuminate their fish tanks, showing the swimming squids, sea bass, mussels and gigantic size crab, some 50cm long. To make sure the customers can enjoy very fresh fish, they serve most dishes raw.

I come across a lady grabbing a swimming squid from the water. The squid tries to defend itself by preparing to spray the last of its defensive ink. Its body suddenly turns into a small balloon but it is too late _ a sharp knife cuts along its body before it can escape. The knife cuts off its eyes and then its parrot-bill mouth. All of this in five seconds.

Tukata leads me into a big restaurant, and of course, fish is the specialty. Koreans love fish and pride themselves on their sashimi. Tukata orders sashimi and it is served very quickly.

I put a thin piece of raw fish into my mouth with chopsticks, appreciating the sweetness of the fresh fish. The fish is sliced to a film thin and arranged on glass noodles decorated with the head and tail of the fish.

I put the second piece of raw fish into my mouth and notice the fish's head, whose flesh I am chewing, is still trying to breathe.

Some great chefs can even cut the fish and release it back into the water, where it swims away, Tukata explains while my jaw drops.

Tukata enjoys the fish a lot, and the restaurant owner offers her another specialty. He grasps a small octopus, the size of his palm, and holds a sharp knife in his other hand.

Koreans believe that eating raw octopus makes men healthier and women's skin more beautiful.

It is getting colder and colder outside. The temperature goes down a bit every day. For those from tropical countries, unusually low temperatures can cause real suffering. I have no idea how to cope with the freezing breeze, how to dress up in the clumsy clothes, should I drink as much water as usual and many other problems.

But when I come across with snow, these problems don't seem important at all.

Tukata takes me to the colourful world of Yongpyeong ski resort, which has 31 slopes and 15 ski lifts. The lively world of the resort makes me forget about the coldness for a while.

Yongpyeong is a place of activity. Teenagers, groups of friends, couples and young people come to relax and challenge themselves on the slopes.

Tukata manages to get me to take a short course for beginners, knowing that most Thai tourists would not hesitate to try. Snow is always something delightful for Thai people.

After 30 minutes of lessons, I manage to get up a slope, not heeding warnings that beginners should practise in a limited space at first.

I slowly ski down, trying to limit my speed and avoid other people. Like your first driving experience, skiing is exciting and thrilling, particularly when you keep going faster and faster ... and before you crash.

Tukata leads me to another world of snow and ice at Vivaldi Park, another ski resort. After countless falls and lots of bruises, I find this lively ski resort has other icy attractions.

The Ice Sculpture Festival is a unique exhibition packed with ice carvings _ over 400 of them, including sculptures and world famous buildings. Children love the exhibition and play hide and seek among the ice carvings.

However, I find the world of snow and ice just a temporary pleasure.

After a while my running nose and cold feet make me hesitate.

After days in the snow and ice, I finally realise that a warmer world is much easier.

We happily leave the white snow and the chilling ice world to enjoy an easy trip in a amusement park called Everland. No ordinary amusement park, it is actually a huge theme park with three main areas: Festival World, Caribbean Bay and Speedway.

Festival World is a western-themed park where children can see real western performers in various shows such as the American Adventure. Caribbean Bay is a big water park with a wave pool, and Speedway is a race track for motorists.

There is also a small zoo with lions, tigers and big bears to add excitement to the safari park.

The park is a great place with something for everyone to enjoy. Children are excited by the colourful setting while teenagers love the thrill of the exciting rides. It is also a great place to see how Korean people enjoy life.

I notice girls in the latest fashions with weird hairstyles and mini-skirts, boys with extra-long scarfs that reach to their knees, couples being romantic and the smiling staff tirelessly waving to everyone. Big smiles are all over this huge theme park.

Anyway, though this setting is totally different to other places in Korea, it has one thing in common with most: the gift shops have pictures and souvenirs of the series Winter Sonata.

Source : http://www.k-tcc.com/sub_bbs_04_view.htm?page=5&num=93&no=11754&searchname=&t_searchstring=




เกาะนามิ ตั้งอยู่ใน เมืองชุนชอน จังหวัดคังวอน เป็นเกาะกลางแม่น้ำ มีรูปร่างเหมือนใบไม้ลอยน้ำ เป็นเกาะสำหรับคู่รัก ที่มีไฮไลต์อยู่ที่ถนนสองฟากเป็นต้นสนสูงทอดแนวยาว ให้ความรู้สึกสุดโรแมนติก อีกทั้งยังมีศูนย์นิทรรศการจัดแสดงรายละเอียดสถานที่ถ่ายทำละคร นอกจากนี้ยังศูนย์นิทรรศการจัดแสดงรายละเอียดสถานที่ถ่ายทำละคร และบนเกาะนี้ยังมีกิจกรรมสนุก ๆ เช่น ขี่จักรยาน สกีน้ำ พายเรือ สนามเด็กเล่น สนามฟุตบอล สนามเทนนิส สระว่ายน้ำ เล่นเลื่อนหิมะ และชม ฟาร์มนกกระจอกเทศ ห่างจากกรุงโซล เพียง 63 กิโลเมตร ณ ที่แห่งนี้ท่านสามารถคารวะ สุสานนายพลนามิ ซึ่งเป็นเจ้าของเกาะ เช่าจักรยานเที่ยวรอบเกาะ ดื่มด่ำกับธรรมชาติ แมกไม้ ทิวสน ต้นเกาลัด และถ่ายรูปคู่กับรูปปั้นพระเอกนางเอกของละครเรื่อง Winter Love Song
ความเป็นมาของเกาะนามิ
เกาะนามิซัม (Namiseom) หรือนามิโด ( Namido Island ) เป็นเกาะที่เกิดจากการสร้างเขื่อนชองเปียง (Cheongpyeong) กั้นแม่น้ำ Bukhan ชื่อของเกาะถูกตั้งขึ้นตามชื่อของนายพลนามิ ซึ่งเป็นนายทหารที่มีชื่อเสียงมากในสมัยราชวงศ์โชซอน
ตามรอย Winter love song (Winter Sonata)

ตั้งแต่ละครเรื่องนี้ได้ฉายทางโทรทัศน์เกาะนามิแห่งนี้ก็ดังเป็นพลุแตกเลยไม่ใช่แค่ดังในประเทศเท่านั้นแต่ดังข้ามประเทศกันเลย จนทำให้มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวกันอย่างไม่ขาดสาย

: มุมสุดฮิต



ถัดไปไม่ไกลมากจากศูนย์กลางของเกาะ ก็จะมาร้านอาหารแบบคาเฟ่ให้นั่งพักจิบกาแฟด้วย โดยมีชื่อว่า Winter Sonata Cafe’

นอกจากสถานที่แห่งนี้จะได้สัมผัสสถานที่ถ่ายทำละครแล้วยังสถานที่สำหรับจัดนิทรรสการเวลามีงานแสดงหรือโชว์ผลงานศิลปะด้วย ส่วนอีกด้านหนึ่งของเกาะก็จะเป็นส่วนจัดกิจกรรมต่างๆ อย่างเช่น เรือถีบ สกีน้ำเป็นต้น

http://pirun.ku.ac.th/

Japanese Women Catch the 'Korean Wave'



Japanese Women Catch the 'Korean Wave'
By Anthony Faiola
Washington Post Foreign Service
Thursday, August 31, 2006; Page A01


TOKYO -- Thin and gorgeous in a slinky black dress, Mikimoto pearls and a low-slung diamond Tiffany pendant, 26-year-old Kazumi Yoshimura already has looks, cash and accessories. There's only one more thing this single Japanese woman says she needs to find eternal bliss -- a Korean man.

She may just have to take a number and get in line. In recent years, the wild success of male celebrities from South Korea -- sensitive men but totally ripped -- has redefined what Asian women want, from Bangkok to Beijing, from Taipei to Tokyo. Gone are the martial arts movie heroes and the stereotypical macho men of mainstream Asian television. Today, South Korea's trend-setting screen stars and singers dictate everything from what hair gels people use in Vietnam to what jeans are bought in China.

Yet for thousands of smitten Japanese women like Yoshimura, collecting the odd poster or DVD is no longer enough. They've set their sights far higher -- settling for nothing less than a real Seoulmate.

The lovelorn Yoshimura signed up last year with Rakuen Korea, a Japanese-Korean matchmaking service, to find her own Korean bachelor. And she is hardly alone. More than 6,400 female clients have signed up with the company, which says its popularity has skyrocketed since 2004, when "Winter Sonata" became the first of many hot Korean television dramas to hit Japan. Even in Shinjuku ni-chome, Tokyo's biggest gay district, niche bars with names such as Seoul Man have sprouted like sprigs of ginseng in a Pusan autumn.

"South Koreans are so sweet and romantic -- not at all like Japanese guys, who never say 'I love you,' " Yoshimura said as she waited for her blind date, a single Korean man, in the 50th-floor bar of a chic Tokyo skyscraper. A telephone operator who lives with her parents in Hiroshima, she has spent thousands of dollars on her quest for a Korean husband, flying to Seoul 10 times in the past two years and bullet-training to Tokyo for seven blind dates with Korean men.

So far, though, she hasn't found the one she's looking for.

"Maybe I'm living in a fantasy world," she said, pouting her blood-red lips. "Maybe I'm looking for the TV stars I can't really have. But we are all allowed a dream, aren't we?"

In part, the new allure of Korean men can be traced to a larger phenomenon known as the "Korean Wave," a term coined a few years ago by Beijing journalists startled by the growing popularity of South Koreans and South Korean goods in China. Now, the craze for all things Korean has spread across Asia, driving regional sales of everything from cars to kimchi.

Meanwhile, the number of foreign tourists traveling to South Korea leapt from 2.8 million in 2003 to 3.7 million in 2004. The bulk of the growth, South Korean tourism officials say, stemmed from Korean Wave-loving Asian women. Partial statistics for 2005 indicate the feminine tide has not yet let up.

For the South Koreans -- who have long suffered discrimination in Japan and who have hardly been known as sex symbols -- it all comes as something of a shock.



Korean male celebrities are now among the highest-paid actors outside Hollywood. According to the South Korean media, "Winter Sonata" star Bae Yong Jun -- whose character stood by his first love through 10 years of car accidents and amnesia -- is now charging $5 million a film, the steepest price anywhere in Asia. In a few short years, Bae is said to have accumulated a merchandising and acting-fee empire worth an estimated $100 million. At least nine other Korean male stars earn more than $10 million a year, according to a list published in June by the Seoul-based Sports Hankook newspaper.

In Seoul, the neon-lit streets are mobbed these days by visiting Asian women, many sporting rhinestone-studded T-shirts emblazoned with images of their favorite Korean stars. Some fans have been known to stake out famous eateries for hours in the hopes of catching a glimpse of their celluloid beaus.

"It's still a little hard to believe that it's gone this far," said tall, tanned Jang Dong Gun, now one of the highest-paid actors in Asia, during an interview in Seoul.

Jang said he was shocked when, during his first trip to Vietnam in 1998 to promote his new Korean TV drama, thousands of women mobbed his plane at the Hanoi airport and an armada of female fans on motor scooters chased his car all the way to his hotel.

In 2001, the Seoul-based manufacturer Daewoo Electronics hired him as its Vietnam spokesman. Over the past five years, the company said, its refrigerators' market share in Vietnam went from a blip to a robust 34 percent.

"If we can give them a little more joy in their life and show them another side of Korea, than I can only see that as a plus for us and them," he said.

In China, South Korean programs broadcast on government TV networks now account for more than all other foreign programs combined, including those from the United States and Japan, according to South Korean government statistics. Even in Mexico -- land of the telenovela -- a flock of local women stood outside South Korean President Roh Moo Hyun's hotel during a recent visit, holding placards with Korean stars' names. In the United States, the Seoul-based singer Rain played two sold-out nights at Madison Square Garden in 2005. Also last year, sinewy Daniel Dae Kim, the Korean-born actor from the hit show "Lost," was the only Asian to land a spot in People magazine's "Sexiest Men Alive" edition.

Entertainment industry leaders in Seoul credit the phenomenon to good marketing coupled with an uncanny response throughout Asia to the expressive nature of the South Koreans -- long dubbed the Italians of Asia. A hearty diet and two years of forced military duty, industry leaders and fans insist, have also made young South Korean men among the buffest in Asia. Most important, however, has been the South Korean entertainment industry's perfection of the strong, silent type on screen -- typically rich, kind men with coincidentally striking looks and a tendency to shower women with unconditional love.

"It's a type of character that doesn't exist much in Asian movies and television, and now it's what Asian women think Korean men are like," said Kim Ok Hyun, director of Star M, a major star management company in Seoul.

"But to tell you the truth," she said. "I still haven't met a real one who fits that description."

Though the Korean Wave hit Japan relatively late, washing ashore only within the past 24 to 36 months, the country has quickly become the largest market for Korean stars. Bae remains the biggest, but his supremacy is being challenged. Actor Kwon Sang Woo, for instance, is charging $200 for some seats at an upcoming "fan meeting" in Tokyo. Thousands of Japanese are scrambling for a chance to watch him play games with fans, chat and perform little song-and-dance numbers. Some tickets are going for as much as $500 on online auction sites.

Almost all the major Korean male stars have opened lucrative "official stores" in Tokyo. In the three-story boutique of Ryu Siwon, a baby-faced Korean actor-crooner who sings in phonetic Japanese for the local market, the top floor boasts a recreation of his living room, complete with a life-size, high-tech plastic model of Ryu lounging casually on a white leather sofa. It has become a meeting place of sorts for his Japanese fans, where a gaggle of women ages 17 to 61 sat and stared longingly at his statue on a recent afternoon.

Some call it a fad. But Yoshimura -- whose latest blind date turned out to be a slightly paunchy Korean computer programmer -- says she is nevertheless digging in her extraordinarily high heels for the long run.

"I intend to keep looking until I find the right one," she said.

Special correspondent Joohee Cho contributed to this report

Source : http://www.washingtonpost.com/wp-dyn/content/article/2006/08/30/AR2006083002985.html