8.5.09

WINTER SONATA-13 RECOLLECTIONS

Episode 13-Recollections

อนธกาล

มินฮุง ได้รู้ความจริงแล้ว ความจริงที่ประจักษ์แจ้ง
แต่ ในความประจักษ์แจ้งนั้น ช่าง มืดมน อนธกาล
เป็นความจริง ที่ หาต้นไม่ได้ หาปลายไม่พบ กับชีวิต 18 ปี ของ คัง จุนซาง
คัง จุนซาง เป็นอย่างไร มาอย่างไร ไปอย่างไร กันหนอ สำหรับ ยูจิน
ความจริงนี้กลับทำให้ ลี มินฮุง ยิ่งเศร้า มากขึ้นไปอีก เหมือน ลี มินฮุง เข้าไปอยู่ ในโลกมืด
ที่ทั้งไม่ใช่ โลกมายา ทั้งไม่ใช่ดินแดนแห่งเงา
โอ้ โอ๋......ลี มินฮุง กับโลกที่ อนธกาล





Episode-13
มินฮุง ก้าวเท้ายาวๆ เข้าหา ยูจิน
จับแขน ยูจิน ไว้ และบอกว่า : เรามีเรื่องต้องคุยกันหน่อย
ยูจิน : มินฮุง คุณมาทำอะไรที่นี่
ยูจิน ผลักแขน มินฮุง ออกไปจากตัว : เป็นอะไรไปน่ะ ทำไม ต้องทำแบบนี้ ฉันต้องรีบไปแล้ว เพื่อนๆ กำลังรออยู่
มินฮุง จับ ยูจิน ไว้ ยูจิน สะบัดออก
ยูจิน พูดเสียงดัง : คุณเป็นอะไรไปน่ะ ทำไมทำตัวไม่เหมือนเป็นตัวคุณเลย
มินฮุง : ไม่เหมือนตัวผมเหรอ ลี มินฮุง น่ะเป็นยังไงมินฮุง ก็เสียงดังเช่นกัน
มินฮุง : ผมเป็นใคร บอกผมสิ ยูจิน ผมคือใคร
ยูจิน มอง มินฮุง อย่างแปลกใจ มินฮุง คนนี้ ดูเหมือนคนแปลกหน้า
มินฮุง : ยูจิน... ผม.... คือ.... จุนซาง
มินฮุง : ผมคือ คัง จุนซาง คนที่คุณไม่อาจลืมได้

ยูจิน มองดูหน้าของ มินฮุง ด้วยความรู้สึก เสียดาย ระคนน้อยใจ : มินฮุง คุณ ไม่ควรทำแบบนี้ คุณ รู้มั๊ย คุณไม่ควรล้อเล่นกันแบบนี้

มินฮุง รู้ว่าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไป หากไม่บอกความจริงออกมา ตัว มินฮุง เองคงจะทนไม่ไหว มินฮุง อยากบอก ความรู้สึกทั้งหมดให้ ยูจิน รับรู้ แต่ ยูจิน กลับเข้าใจว่า มินฮุง คำนึงถึงเธอ จนลืมตัว พูดเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ออกมา ยูจิน ทำท่า กระวนกระวายใจ ไม่เข้าใจ มินฮุง

มินฮุง เข้าใจความจริง ที่ว่า แม้แต่ตัว มินฮุง เองยังไม่อาจยอมรับได้ง่ายๆ แล้ว ที่เขาบอก ยูจินไป ก็คงกลายเป็นเรื่องที่ไร้สาระ
ซังฮวก ที่เดินตาม มินฮุง ออกมาจากร้านอาหาร เห็นภาพ มินฮุง กับ ยูจิน กำลัง สนทนากันอยู่ จึงรีบเดินเข้าไปหา กังวลด้วยความคิดว่า มินฮุง เล่าเรื่องทั้งหมดให้ ยูจิน ฟังหรือยังนะ จนลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็ รู้สึกว่า ถึงจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม เขาไม่อาจวางมือนิ่งเฉยอยู่ได้ จึงรีบเดินเข้าไปหา

มินฮุง เอาสองมือจับแขน ยูจินไว้ และเรียก : ยูจิน
ยูจิน พยายามสะบัดตัวออกจากการจับของ มินฮุง พูดเสียงดัง : ปล่อยฉันนะ มันไม่มีประโยชน์อะไรอีกแล้วนะ
ซังฮวก เข้ามาถึงเบื้องหลัง มินฮุง : คุณจะเป็น คัง จุนซาง ได้ ยังไง
มินฮุง ปล่อยแขนของ ยูจิน หันไปทาง ซังฮวก
ซังฮวก : คุณเพิ่งรู้งั้นเหรอว่า คัง จุนซาง คือคนที่ ยูจิน รัก คุณถึงทำแบบนี้
ซังฮวก มอง มินฮุง อย่างเกลียดชัง
มินฮุง : ซังฮวก

ซังฮวก : ผมเข้าใจว่าคุณอยากได้ ยูจิน กลับไป แต่มันทุเรศที่ต้องแกล้งทำตัว เป็น คัง จุนซาง คุณเป็นบ้าไปแล้วเหรอ
มินฮุง รู้สึกว่า ซังฮวก ไม่มีเหตุผล ทั้งที่ ซังฮวก รู้ดี กว่าใคร ว่าทำไม มินฮุง บอกแบบนี้
แต่ ซังฮวก ก็ยังกล้าพูดแบบนี้อีก ซังฮวก ตีความหมายว่าที่เขาบอก ยูจินว่า เขา คือ คัง จุนซาง เพื่อยึดตัว ยูจิน ไว้
ทั้งยัง เยาะเย้ย เขาว่าทำตัวเหมือนคนขาดสติ มินฮุง รู้สึก โมโหจนสุดกลั้น
กว่า มินฮุง จะพบว่าตัวเอง คือ คัง จุนซาง ก็ลำบากแสนเข็ญ
ซังฮวก ก็รู้ แต่ ซังฮวก ไม่มีความสงสารเวทนาและความเห็นอกเห็นใจ อัน น่าจะเป็นความรู้สึกพื้นฐานหลงเหลืออยู่เลย

ทันใดนั้น มินฮุง ก็ ชกโครม ที่ปากของ ซังฮวก แล้ว ดึงอกเสื้อของ ซังฮวกไว้ เมื่อซังฮวก เซทำท่าจะล้มลงไป ขณะที่กำลังจะ ชก อีกหมัด
ยูจิน ก็ร้องตะโกนขึ้นว่า : นี่อะไรของคุณน่ะ
มินฮุง ก็เลยชะงัก และปล่อย ซังฮวก


ยูจิน เข้าไปใกล้ ซังฮวก จับแขน ซังฮวก ไว้
มองและถามอย่างเป็นห่วงและเอาใจ: ไม่เป็นไรใช่มั๊ย ไม่เป็นไรนะ
แล้ว หันไปมอง มินฮุง อย่างเย็นชา และพูดด้วยเสียง เยือกเย็น ผิดกับเวลาพูดกับ ซังฮวก
ยูจิน : มินฮุง ไม่นึกว่าคุณจะเป็นคนแบบนี้ ฉันไม่รู้ว่าทำไม คุณต้องอ้างว่าเป็น จุนซาง ด้วย แต่คุณไม่ควรทำแบบนี้ ฉันผิดหวังจริงๆ
แล้ว ยูจิน ก็หันไปประคองซังฮวก : เราไปกันเถอะ

มินฮุง ยืนนิ่งอยู่กับที่ มินฮุง ได้แต่ยืนเหม่อ ไม่เคลื่อนไหว มินฮุง ไม่อาจขยับเขยื้อนตัว ได้เลย
ราวหมดกำลังวังชา เหมือนถูกสาป ตั้งแต่ คำพูดของ ยูจินว่า ทำไมคุณต้องอ้างว่าเป็น จุนซาง ด้วย



ที่ร้านอาหาร และเสียงเพลง no matter what

เพื่อนๆ ยัง ตกตะลึง กับ คำพูด ของ มินฮุง เป็นเวลานาน
ยงกุ๊ก บ่นขึ้นว่า : ทำไมพวกเขาไม่มากันเสียที รู้มั๊ย ฉันเองก็เพิ่งจะคิดได้นะ มีบางอย่างในตัวเขาที่ทำให้ฉันนึกถึง จุนซาง
จินซุก : หันไปมอง ยงกุ๊ก ส่วน แชรีน ถามว่าอะไรเหรอ
ยงกุ๊ก : คือ มัน อธิบาย ยากนะ
จินซุก : นั่นสิ ความเย็นชาไง เย็นชายังกับเป็นเจ้าแห่งน้ำแข็งเลย เหมือน คัง จุนซาง เปี๊ยบเลย
ยงกุ๊ก สั่นหน้า: ไม่ ไม่ มันมากกว่านั้น มันเป็นความรู้สึก ความรู้สึก เอ้อ ใช่แล้ว ความรู้สึก
แชรีน รอฟัง เพื่อนพูด อย่างตั้งใจ
ยงกุ๊ก : ถึงความรู้สึกนั้นจะทำให้เขาเป็น คัง จุนซาง ไม่ได้ แต่ถ้าเกิด เขาเป็น คัง จุนซาง จริงๆ ยูจิน จะทำยังไงนี่
จินซุก : ฉันว่านะถ้าเขาเป็น คัง จุนซาง จริงๆ เขาก็คงจะเกิดมาคู่กัน ซังฮวก ก็ควรจะปล่อยเขาไป หันไปทาง แชรีน เธอก็เหมือนกัน
แชรีน รู้สึก ขุ่นใจ จินซุก ตั้งแต่ ประโยคต้น ๆ มาถึงตอนนี้ ก็ชักโกรธขึ้นมา : พูดบ้าๆ มินฮุง เกิด และโต ที่อเมริกา จะเป็น คัง จุนซาง ได้ ยังไง ฉันไปละ
แล้ว แชรีน ก็ กระฟัดกระเฟียด ลุกขึ้น ยงกุ๊ก ได้ แต่ร้อง ว่า อ้าว แชรีน ( วงแตกแล้วเลยทีเดียว)

(ยงกุ๊ก คนนี้ไม่ธรรมดา เห็นไหมคะ คนเล่า เคย รู้สึก ตั้งแต่ ตอนที่ สอง เมื่อ 10 ปีที่แล้ว แล้ว ก็ ยงกุ๊ก น่ะ จบ สัตว์แพทย์ เชียว นะคะ ในขณะที่ ยูจิน จบ สถาปัตย์ ( เพราะ ยูจิน เป็น มัณฑนากร ถ้าเป็นบ้านเรา สาขานี้ อยู่กับคณะ สถาปัตยกรรม เกาหลี จะเหมือนเราไหมคะคุณร้อยตะวัน )
ส่วน จุนซาง ก็ หัวไบร์ท ที่สุด จบ วิศวะ ส่วน ซังฮวก ที่เลือก เป็น หางหมู นั้น ยังคงเป็น หางหมู อยู่ทุกวันนี้ ทั้งที่ เป็นหัวหน้าห้องในสมัย นั้น โลเล เหลาะแหละ เดี๋ยวดี เดี๋ยวร้าย แกว่งไปแกว่งมา เหมือน หาง หมู จริง ๆ และอยู่ปลายแถว ระดับเดียวกับ จินซุก และ แชรีน ยังไง ยังงั้นเลย ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ทั้งความคิด ความอ่าน ทัศนะคติ ...
เฮ้อ.. คนอ่านใหม่ ไม่ต่อเนื่อง อย่า งง นะคะ ว่า นี่ คนเล่า เขา เขียนถึง อะไร คนเล่า นึกไปถึง ที่ พวกเขาสมัยยังเป็นนักเรียน เขาเล่น เกมส์ รอบกองไฟกัน ตอนไปตั้งแค้มป์ บนเขา ในตอนที่สอง ค่ะ)

ใน รถ แท็กซี่
ยูจิน เอาอกเอาใจ ทายา ให้ ตรงแผล บริเวณริมผีปากของ ซังฮวก ที่โดน มินฮุง ชก : ไม่เป็นไรใช่ไหม ซังฮวก
ซังฮวก : ยูจิน สัญญา กับฉันนะ สัญญากับฉันว่า เธอจะไม่เจอ มินฮุง อีก
ยูจิน : ได้ ฉันไม่รู้ว่าทำไม มินฮุง เขาถึงได้เป็นแบบนี้ เขาอาจดื่มมากไปหน่อยก็ได้ ก็เลย…
ซังฮวก รีบพูด : สัญญากับฉันสิ แล้ว เอื้อมมือไปจับมือ ยูจินไว้ พูดเสียงดัง อย่างร้อนใจ
ยูจิน ละล้าละลัง ซังฮวก เป็นอะไรไปหนอ
ซังฮวก : สัญญากับฉันนะว่า ว่าเธอจะไม่คิดถึง จุนซาง อีกแล้ว สัญญา ว่าเธอจะไม่ทิ้งฉัน แม้ จุนซาง จะกลับมา สัญญากับฉันได้มั๊ย
ยูจิน : ได้ ฉัน สัญญา
ซังฮวก ดีใจ รีบตอกย้ำ : สัญญาแล้ว นะ ขอบคุณนะ

เมื่อ ยูจิน กลับมาที่ห้องพัก จินซุก ถามว่าทำไมไม่ไปร้านอาหาร และบอกว่า แม่ของ ยูจิน มาหา และหลับไปแล้ว ทั้งยังเล่าว่า : ลีมินฮุง ไปที่ร้านอาหาร และถาม เพื่อนๆ ว่า แน่ใจหรือว่า คัง จุนซาง ตายแล้ว แล้วเคยคิด กันบ้างมั๊ยว่า เขา อาจ เป็น คัง จุนซาง มันน่าแปลกมากเลย ไม่รู้เขาทำอย่างนั้นทำไม นี่ฉันขนลุกเลยล่ะที่ฟังเขาพูดถึง คัง จุนซาง เขาเหมือน จุนซาง มากๆ เลย
แต่ว่า เขาคงจะเจ็บปวดมากเลย ที่ต้องพูดว่า เขา คือ คัง จุนซาง

ยูจิน ; งั้นเหรอ เขาพูดแบบนั้น เพราะฉันชอบถามเขาว่า เขา ใช่ จุนซาง รึเปล่า
จินซุก : ไม่ คงไม่ใช่หรอก เพราะเขาคิดว่า เธอจะกลับไปหาเขา ถ้าเขา คือ จุนซาง ฉันว่านะ ขอโทษนะ ยูจิน
ยูจิน เข้า ไป ห้องนอน ล้มตัวลงนอนข้างแม่ แม่ รู้ตัวตื่นขึ้น ยูจิน นอนกอดแม่ ค่อยๆ ปรับความรู้สึก จนสงบลงได้

มินฮุง เดินข้ามถนน เดียวดาย อ้างว้าง ว้าหว่ สับสน เหลือประมาณ

โทรศัพท์ของ ของ ยูจิน ดังขึ้น ยูจิน รับโทรศัพท์ เป็น เสียง ที่คุ้นเคยของ เธอ มินฮุง นั่นเอง ยูจิน ให้ มินฮุง รอแป็บนึง เพื่อ ออก มา ที่ห้องรับแขก อย่างระมัดระวัง กลัวแม่ตื่นนอน
ยูจิน : มินฮุง
มินฮุง : ยูจิน
ยูจิน : คะ
มินฮุง : ยูจิน... คุณออกมาหาผมได้ มั๊ย ได้โปรดเถอะ ฟังผมนะ ผมจะไม่ ตี๊อ คุณอีกแล้ว ผมอยากเจอคุณจริงๆนะ ผมต้องเจอคุณให้ได้
ยูจิน ตัดสินใจแล้วว่าจะช่วยให้ มินฮุง ลืมเธอไปเสีย เพื่อไม่ให้เขาทุกข์ทรมานอีกต่อไป
ยูจิน : ฟังฉันก่อนได้ไหมคะ
มินฮุง : ได้ สิ มีอะไรว่ามาเลย
ยูจิน บอกอย่าง ไม่มีความปราณี ให้ผู้ฟัง คือ มินฮุง เลย ว่า
ยูจิน : ฉันจะบอกว่า คุณแตกต่างจาก จุนซาง ยังไง แล้วเพราะอะไรคุณถึงจะเป็น จุนซาง ไม่ได้
มินฮุง : ยูจิน

ยูจิน : จุนซางไม่เคยเรียกชื่อฉัน แบบนั้นหรอกนะคะ เขาไม่แสดงอารมณ์ ให้คนอื่นเห็นด้วย
ไม่บังคับฝืนใจ ฉันด้วย จุนซางไม่ทำร้ายจิตใจคนที่อยู่รอบข้าง
ทั้งที่ จุนซาง เป็นคนอารมณ์อ่อนไหวและไม่สงบอยู่เสมอ ส่วนคุณ
คุณ เดินอย่างสง่างามและมั่นใจ แต่ว่า จุนซาง เดินด้วยความกังวลและไม่มั่นคง
คุณมีรอยยิ้มสดใสเสมอ แต่คุณรู้มั๊ย จุนซาง เขาเป็นคนไม่ค่อยยิ้ม ไม่บ่อยนักที่จะได้เห็นรอยยิ้มของเขา
คุณ น่ะ ต่างจาก จุนซาง มากมาย คุณยังอยากรู้มากกว่านี้อีกไหมคะ

แล้ว ยูจิน ก็รีบตัดบทว่า : ลี มินฮุง คุณไม่มีทางเป็น จุนซางได้ คุณเป็นคนอื่น ที่ไม่ใช่ จุนซาง พอทีเถอะนะ เลิกความคิดนี้เสียเถอะ
มินฮุง ฟังอย่างตั้งใจ
ยูจิน : ลี มินฮุง จุนซาง เขาตายไปแล้ว เขาตายจากฉันไปแล้ว
ยูจิน พูดไป น้ำตารินร่วง
ส่วน มินฮุง ก็ ฟังไป น้ำตาไหลไปเช่นกัน คำว่า จุนซาง เขา ตายจากฉันไปแล้ว กรีด หัวใจ ของ มินฮุง ยับเยิน
มินฮุง ถาม ย้ำ เหมือนคนจวนสิ้นใจ ว่า : เป็นอย่างนั้นจริงๆหรือ

ยูจิน ตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว อีกครั้ง แม้จะได้ ยินลมหายใจ ที่สิ้นหวัง ของ มินฮุง
แต่ ยูจิน ก็ไม่เลิกล้ม ความตั้งใจ ที่จะทำให้เรื่องราว ทุกอย่างจบลงให้ได้

( คุณ ยูจิน คุณ โหดร้าย ใจดำนะคะ พูดกันดีๆ ก็ได้ ขณะนี้คุณสวมวิญญาณ นางร้าย ทำร้ายจิตใจ พระเอก แล้วนะคะ คนเล่า โกรธคุณแล้วนะ )

ยูจิน: และตอนนี้ถึงแม้ จุนซาง จะกลับมา ฉันก็ทิ้ง ซังฮวก ไปไม่ได้หรอก
ฉันเลือก ซังฮวก เขาแล้ว และคุณเองที่เป็นคนส่งฉันกลับไปหาเขา
ได้โปรด ปล่อยฉันไปเถอะค่ะ นี่แหละที่ฉันอยากขอร้อง

มินฮุง : ยูจิน ออกมาเถอะนะ ผมจะรอคุณ จะออกมาบอกอะไรผมก็ได้ทั้งนั้น
ผมจะยอมฟังทุกอย่าง ผมจะรอนะ
ยูจิน ค่อยๆ เลื่อนโทรศัพท์ ลงมา ปิดฝาโทรศัพท์ นั่งร้องไห้

ยูจิน ระงับความรู้สึกที่อยากถลากลับไปหา มินฮุง แม้จะ พูด เสียง เย็นชา กับ มินฮุง
แต่ ในที่สุด ยูจินก็ไม่อาจบังคับใจซึ่งตรงกันข้าม กับน้ำเสียง และวาจาที่บอก มินฮุงไป
ยูจิน ขยับตัวลุกขึ้น

แม่ ยูจิน เปิด ประตู ห้องนอนออกมา : ยูจิน ยูจิน นั่นลูกจะออกไปไหน
จะออกไปหาผู้ชายคนนั้นเหรอ ทำไม ทำไม ถึงทำตัวแบบนี้ เหอ
ยูจิน : แม่คะ เขาพูดเหมือนกับว่า นี่เป็นครั้งสุดท้าย
แม่ยูจิน : ไม่ ไม่นะ ไม่นะ ทำอะไรอยู่ รู้ตัว มั๊ย ไม่นะ
ยูจิน : แม่คะ เขาแค่.... หนูจะออกไปแค่เจอหน้าเขาเท่านั้น แม่คะ เขาบอกว่า มีอะไรจะพูด แม่...

จินซุก ได้ยินเสียง ดัง กลางดึก ก็เปิดประตู ห้องนอนตัวเองออกมา

แม่ เข้ามายึดตัว ยูจินไว้ รั้งไว้เต็มที่ : ไม่นะ ยูจิน ยูจิน ยูจิน

แม่ ไม่อาจปล่อย ยูจิน ให้ทำอะไรตามใจตัวเองได้
แต่ใจของ ยูจิน โผผิน ไปอยู่ข้างตัว มินฮุง เสียแล้ว
ยูจิน สะบัด ตัวหลุดจากมือแม่ และจะออกไปนอกห้อง แม่ ยูจิน เป็นลมลงไปกองอยู่ตรงนั้น
โชคดี ที่ จินซุก เข้ามารับร่างแม่ ของ ยูจิน ไว้ได้ทัน และส่งเสียง เรียก คุณแม่อย่างตกใจ
ทำให้ ยูจิน ชะงัก หันมา ทรุดตัวลงข้างแม่ ร้องไห้ ละล่ำละลัก เรียก : แม่คะ แม่คะ แม่คะ

ซังฮวก ได้รับโทรศัพท์ รีบขับรถ ไป โรงพยาบาล เมื่อเข้า ไปในห้อง : ยูจิน เกิดอะไรขึ้น ทำไมแม่ถึงเป็นลม
ยูจิน ที่นั่งอยู่หน้าเตียง มี จินซุก เอามือ แตะ บ่า อย่าง ปลอบโยน
ยูจิน ได้แต่ ก้มหน้าร้องไห้
ซังฮวก ได้ แต่ เจ็บปวดใจไปกับยูจิน ยิ่ง เห็นหน้า ของ จินซุก ก็เพิ่มความอ่อนใจ เข้าไปอีก


มินฮุง แม้จะรู้ชัดว่า ที่ ยูจิน วางสายโทรศัพท์ ไปก่อน แสดงว่า ยูจิน จะไม่ออกมาพบ
แต่ มินฮุง ก็ยังนั่งรอ อยู่บนที่นั่ง สาธารณะ ไม่ขยับตัวไปไหน ยังคงนั่งรอ อยู่อีกนาน
ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม มินฮุง อยากบอกกล่าวถ้อยคำ ต่างๆ ที่ยังไม่ได้บอกกล่าวให้ ยูจิน ได้รับรู้
ถ้อยคำที่อยู่ในใจของ มินฮุง ดูเหมือนจะระเบิด ออกมา ได้ทุกเมื่อ
ในสมองของ มินฮุง นึกถึงแต่ถ้อยคำของ ยูจิน ที่ บอกเขาว่า “ แม้ จุนซางจะกลับมา ยูจิน ก็ไม่อาจทิ้ง ซังฮวก มาได้

มินฮุง รำลึกภาพ วันที่ ยูจิน เมาเหล้า นึกถึง คำถามที่อ้อแอ้ ว่า : สีโปรดของคุณ คือ สีอะไรคะ มันน่าจะเป็นสีขาว ต้องเป็นสีขาวแน่เลย

( แล้วก็เพลงของละคร ก็ยังคงเป็นเพลง from the beginning to now นั่นเอง )
มินฮุง ลุกขึ้น และต้องการสลัดความรู้สึก ว้าวุ่นเจ็บปวดให้ออกไปจากใจ จึงเดินไปเรื่อยๆ อย่างไร้จุดหมายปลายทาง

ยูจิน ที่ยังคง นั่งเฝ้า อยู่หน้าเตียงของแม่ เมื่อเห็น แม่หลับสนิทแล้ว
ยูจิน ก็ขยับตัวจะลุกขึ้น แต่ มือแม่ กำชายกระโปรง ของ ยูจิน ไว้แน่น ทำให้ ยูจิน ออกเดินไม่ได้
ยูจิน ทรุดตัวลงนั่ง มองหน้าแม่ อย่าง รันทดใจ

เมื่อ มินฮุง กลับไปที่โรงแรมที่พัก พบว่า ซังฮวก มารออยู่
ทั้งคู่ ไปนั่งที่ คอฟฟี่ชอป

ซังฮวก : คุณ รอ ยูจิน อยู่นาน หรือเปล่า ยูจิน พยายามจะออกมาเจอคุณ
แม่ของเขาต้องเป็นลมเพราะพยายามจะห้ามไม่ให้ ยูจิน ออกมา
ยูจิน กำลัง ลำบากใจ คุณ ทำให้เธอต้องบาดหมางกับทุกคนรอบ ๆ ตัวเธอ
ถ้าคุณยังไม่เลิกทำแบบนี้ คุณ ต้องการยังงั้นใช่ไหม
นี่หรือ ที่คุณ ว่า คุณ รัก ยูจิน น่ะ

มินฮุง นั่งมองและ ฟัง ซังฮวก พูด นิ่ง

ซังฮวก : ถ้าคุณรักเธอทำไมถึงทำให้เธอต้องเจ็บปวด
ใช่ ยูจิน ไม่มีวันลืม จุนซางได้เลย แต่ว่าคุณน่ะทำเธอเจ็บปวดมาพอแล้ว
ตอนที่คุณ เป็น คัง จุนซาง เพราะคุณตาย ไปจากเธอไง
คุณ ไม่มีวันรู้หรอก ว่า ยูจิน ต้องเจ็บปวดแค่ไหน
บาดแผลเขา เพิ่งหายหมาดๆ คุณก็มาตอกย้ำเขาอีก
คุณควรจะหยุด หยุดทำร้าย ยูจิน ได้แล้วละนะ
ผมขอโทษ ที่ต้องโกหกว่าคุณ ไม่ใช่ จุนซาง
แต่คุณก็จำอะไรไม่ได้เลยนี่
ตราบใดที่คุณยังจำอะไรไม่ได้ คุณ ก็ไม่ใช่ คัง จุนซาง สำหรับผม สำหรับ ยูจิน และสำหรับทุกๆ คน
ถ้าคุณแคร์ ยูจิน ก็ อยู่ห่างๆ เธอซะ อยู่ในฐานะ ลี มินฮุง ผมขอร้องล่ะ

แล้ว ซังฮวก ก็ลุกขึ้น เดินจากไป
ปล่อย มินฮุง นั่งอยู่ กับเก้าอี้ นิ่งราวป็นลมหมดสติ ลมหายใจติดขัดเหมือนจะหายใจไม่ออก
มองไม่เห็น จุดหมายปลายทางต่อไปของตัวเอง ไม่รู้ ผลที่จะตามมาว่าเป็นอย่างไร
ต้องชำระสะสางอะไรบ้าง จึงจะทำให้ทุกอย่าง กลับมาเข้าที่กลับคืนเหมือนเดิมได้
มินฮุง ได้แต่ นั่งถอนใจลึกๆ

( ตกลง ว่า ตั้งแต่ ตอนที่สาม มา คุณ ซังฮวก ไม่ได้เล่นบทบาท พระรอง แสนดี จนมาถึง ตอนที่ 13 นี้แล้ว รวมว่า 10 ตอนบทละครนี้ คุณ ซังฮวก เป็น ผู้ร้าย จอม โกง มาตลอด พูด อะไร ก็เอาแต่ประโยชน์ ใส่ตัวคนเดียว เลย นะนี่ เอาแต่ได้ ไม่ยอมเสีย ไม่เป็น อย่าว่าแต่ สุภาพบุรุษ เลย ไม่เป็นลูกผู้ชาย ด้วยซ้ำไป คนแสดง ถึงไม่ดังไง)


มินฮุง ขับรถอย่างรวดเร็วไปตามถนนยามค่ำคืน เพื่อไปที่บ้านของ คัง จุนซาง
เปิดประตู เข้าไป ทรุดตัวลงนั่ง ที่ เก้าอี้หน้าเปียโน
แว่ว เสียง พูด ของ ยูจิน : ลี มินฮุง คุณ น่ะ ไม่ใช่ จุนซาง คุณ น่ะ เป็นคนอื่น และตอนนี้ ถึง จุนซาง จะกลับมาก็ตาม ฉันก็ทิ้ง ซังฮวก เขาไม่ได้
และ คำพูดของ ซังฮวก : ตราบใดที่คุณ ยังจำอะไรไม่ได้ คุณ ก็ไม่ใช่ คัง จุนซาง
เสียงของยูจิน : ได้โปรด ปล่อยฉันไปเถอะค่ะ นี่แหล่ะ ที่ฉันอยากขอร้อง
มินฮุง ฟุบ หน้า ลงกับ เปียโน




รุ่งเช้า เมื่อ มินฮุง เปิด ประตูห้องออกมา ก็ พบ แม่ นั่งคอย อยู่ ที่ โต๊ะ
คัง มุยฮี : มินฮุง
มินฮุง ทรุดตัวลงนั่งเก้าอี้ตรงข้ามแม่ แต่ หันข้างให้ แม่ และมีท่าทางเย็นชากับแม่
คัง มุยฮี : แม่ ขอโทษนะ ยกโทษให้แม่เถอะ ลูกอยากให้แม่ทำอะไร แม่จะทำให้ลูกทุกอย่างเลย
มินฮุง : ผมขอความทรงจำของผมคืน ผมขอทุกอย่างที่ผมเคยมี กลับคืนมา แม่ให้ผมได้มั๊ย
คัง มุยฮี : มินฮุง อย่าทำแบบนี้เลยลูก แม่ไม่มีทางเลือก
แม่คิดว่ามันดีสำหรับลูก ถ้ามีความทรงจำใหม่ ดีกว่า สูญเสียความทรงจำจากอุบัติเหตุ นั้นนะลูก
มันเป็นการตัดสินใจที่ยากมาก
มินฮุง : ตัดสินใจเหรอ ใครจะตัดสินใจได้นอกจากผม ใครจะตัดสินใจแทนผม มันเป็นความทรงจำของผม
มันคืออดีตของผม ถ้ามันหายไป ก็ปล่อยมันเป็นแบบนั้นสิ แม่มีสิทธิอะไร
คัง มุยฮี : ก็แม่อยากให้ลูกมีพ่อไง แม่ไม่อยากให้ จุนซาง ต้องเป็นเด็ก เก็บกดแบบนั้น ไม่เหมือนกับลูกหรอก
จุนซาง น่ะ เป็นเด็กซึมเศร้า ลูกคงเดาไม่ออกว่า จุนซาง มีปัญหา ขนาดไหน เขาเป็นคนอมทุกข์
คัง มุยฮี เสียง เครือ

และ.....เขา.....เขา.... เกลียดแม่ที่สุดในโลกเลย ดังนั้น พอเขา สูญเสียความทรงจำในอุบัติเหตุ
แม่เลยคิดว่าเป็นโอกาสดี แม่อยากจะแต่งงานใหม่ ลูกจะได้มีพ่ออย่างที่ลูกอยากจะได้ แม่รักลูก ......
และแม่ก็รัก จุนซาง ด้วย แม่เองก็เสียใจที่ต้อง เสีย จุนซางไป แต่ลูกก็ทำให้แม่หมดห่วง
ทุกครั้งที่ลูกยิ้มให้แม่ ลูกช่วยปลอบโยนแม่ เวลาที่แม่ทุกข์ใจ และลูกก็รักแม่
ถึงแม่จะเสีย จุนซางไป แต่แม่ก็มีความสุข ที่แม่มี ลูก แม่ มีความสุข จริงๆ

ลี มินฮุง ได้ ฟัง คำพูดของแม่ แล้ว ก็ เข้าใจทุกอย่าง
จุนซาง มีชีวิตที่ไร้ความสุข ภายใต้ เงามืด ของการเป็นลูกนอกสมรส
จุนซาง เติบโตอย่างทุกข์ระทมอ้างว้างเปล่าเปลี่ยว
แม่ แต่งงานกับคน แช่ ลี จึงทำให้ จุนซาง มีพ่อ ที่ จุนซาง เคยอยากมี
การสูญเสียความทรงจำของ จุนซาง ก็ทำให้แม่เจ็บปวด
แต่ ลี มินฮุง ที่มาแทนที่ จุนซาง กลับทำให้แม่มีความสุข

มินฮุง รู้สึกว่าตนควรปล่อยวาง และยอมตัดใจจากความต้องการรื้อฟื้นความ ทรงจำเกี่ยวกับ จุนซาง ไปเสีย
ยูจิน บอกเขาแล้วว่า เขาไม่ใช่ จุนซาง
อีกทั้ง ซังฮวก ก็ยังบอกอีกว่า หากเขา จำอะไรไม่ได้เลย เขาก็ไม่สามารถกลายเป็น จุนซาง ได้
เรื่องราวเหล่านี้ ทำให้จิตใจ ที่มั่นคงเด็ดเดี่ยวของ มินฮุง เริ่มเปลี่ยนแปลงไป
รวมทั้ง คำพูดของแม่ ก็ยิ่งทำให้ จิตใจของ มินฮุง สั่นคลอน
มินฮุง รู้สึกว่า ไม่จำเป็นต้องไปรื้อฟื้นความทรงจำอันเจ็บปวดของทุกคน อีกต่อไปแล้ว
มินฮุง ควร ชำระบาดแผลอันเจ็บปวดในใจของทุกคนให้หายไป จึงจะถูกต้อง

วันรุ่งขึ้น มินฮุง ออกมาส่งแม่ ขึ้นรถ
รับฟังคำพูดของแม่ ที่บอกให้เขากลับอเมริกา
มินฮุง อำลาแม่ ด้วยตัวตนแบบ ของ มินฮุง ก่อนหน้าที่จะรับรู้ว่า ว่า ตนเอง คือ คัง จุนซาง
มินฮุง กอดแม่อย่างอ่อนโยน สอง แม่ลูก กอดกัน มินฮุงเปิด ประตูรถให้แม่ ส่งแม่ขึ้นรถ


มินฮุง กลับเข้ามาในบ้าน เอารูปของแม่ที่เคยแสดงดนตรีเมื่อ สิบปีที่แล้ว แขวนบนฝาผนังห้อง
เข้า ไปอีกห้องหนึ่ง
แสงอาทิตย์ สาดส่องเข้ามาในห้องที่ จุนซาง เคยใช้ในอดีต
มินฮุง เข้าไปที่ห้องเก็บของ เอื้อมมือเปิดสวิทซ์ไฟ ห้อง ทั้งห้องสว่างจ้าขึ้น
เปิดลิ้นชัก ตู้ ดู และพบว่า มีกล่องกระดาษ วางอยู่บนหลังตู้
มินฮุง เปิดฝากล่อง ดูว่ามีอะไรในนั้น แล้วจึงหันมานั่งลง ที่เก้าอี้
เปิด ฝากล่อง ออกดูสิ่งของที่ จุนซาง เคยใช้ในนั้น
หยิบออกมาทีละอย่าง ๆ
ทั้งเครื่องหมายของโรงเรียนมัธยมปลาย จุนซาง ใช้ปลายนิ้วสัมผัสไปมา
ชิ้นต่อมาเป็น ป้ายชื่อ ประจำตัว ของ จุนซาง
ยังมีแผ่นกระดาษ ที่พับเก็บอย่างดี

มินฮุง แกะกระดาษ ที่พับไว้ออกดู พบข้อความในนั้นว่า เป็นจดหมายของ ยูจิน ที่เขียนถึง จุนซาง นั่นเอง
“คัง จุนซาง ห้ามโดดนะ ถ้าเธอไม่มาเข้าชมรมวันนี้ ฉันเอาเธอตายแน่เลย
วันนี้ขอบคุณนะที่ช่วยฉันปีนข้ามรั้ว
อ้อ นี่เป็นครั้งแรก ที่ฉันแอบส่งจดหมาย ในชั่วโมงเรียน อย่างเหลิงล่ะ บอกไว้ก่อน
ปิดเทอมนี้เธอจะทำอะไร วันนี้เรามาปรึกษากันดีกว่า ไว้ไปนั่งกินขนมปังกัน เธอเลี้ยงฉันนะ “

มินฮุง เงยหน้าจากจดหมาย แหงนมองไปเบื้องบนน เพื่อไล่หยาดน้ำตาที่เอ่อมาที่ดวงตา
แล้วก้มลง ตั้งใจเก็บกระดาษจดหมานลงกล่องตามเดิม ก็ พบม้วนเทปคาสเซท จึงหยิบขึ้นมาดู
แล้ว มินฮุง ก็กลับไปที่ห้องของ จุนซาง นั่งลงบนเก้าอี้ ใส่ม้วนเทป ลงในเครื่องเล่น เอนตัวพิงพนักเก้าอี้ ฟังอย่างตั้งใจ



เป็น เสียงบรรเลง เปียโน เพลง the first time แล้วก็เสียงพูด เป็นเสียงของ จุนซาง แทรกขึ้นมา
ยูจิน นี่คือของขวัญวันคริสต์มาส หวังว่าเธอคงชอบ
ยูจิน นี่คือเพลง “ครั้งแรก” ที่เธอชอบไง
มีเสียงเพลงดังขึ้นแผ่วๆ
เอ่อ... เอ่อ ... เอาอีกรอบดีกว่า
ยูจิน วันคริสต์มาส ตอนเรากินข้าว
ยูจิน นี่คือเพลง ชื่อเพลงครั้งแรก ที่เธอชอบไง
มินฮุง หันมามอง เครื่องเล่น และฟังเสียงอย่างตั้งใจ



ยูจิน อาจช้าไปหน่อยสำหรับวันคริสต์มาส ขอให้มีความสุขนะ
ยูจืน เอ้อ ..เอ่อ.. คือ.. คือ..คือ... ทำไมพูดยากนักนะ
ยูจิน นี่คือของขวัญวันคริสต์มาส อาจช้าไปหน่อยนะ ขอให้มีความสุขนะ
ยูจิน นี่คือ เพลงชื่อ “ครั้งแรก “ ที่เธอชอบไง ฉันอัดมาให้เป็นของขวัญ
ยูจิน นี่คือของขวัญวันคริสต์มาส อาจช้าไปหน่อยนะ
ยูจิน นี่คือเพลง ครั้งแรก ที่เธอชอบไง
ยูจิน นี่คือของขวัญ วันคริสต์มาส อาจช้าไปหน่อยนะ
ยูจิน นี่คือเพลง ครั้ง แรก ที่เธอไชอบไง ...




มินฮุง นั่งฟังเสียง จุนซาง ซึ่งดังแว่วมาจากเครื่องเล่นเทป
แล้ว น้ำตา ก็พากัน เอ่อ ล้น และที่สุด น้ำตาก็ไหล อาบ หน้า ลงมา จนต้องกลั้นสะอื้น
มินฮุง ได้ยิน เสียง จุนซาง พูดอัดเทป ซ้ำแล้ว ซ้ำอีก ซ้ำไป ซ้ำมา พร้อมเสียงบรรเลงเปียโน



มินฮุง ได้รับรู้ ความรู้สึกของ จุนซาง อย่างลึกซึ้ง แล้ว ในขณะนั้น




กระดาษจดหมายของ ยูจิน มี สองสามแผ่น ด้วยกัน




ที่บ้านของ ยูจิน ที่ชุนชง
ยูจิน มาค้างกับแม่ รุ่งเช้า ยูจิน บอกแม่ว่า จะไปที่โรงเรียน เพื่อเอาการ์ดแต่งงานไปให้ อาจารย์
ส่วน มินฮุง ก็ออกจากบ้านของ จุนซาง มาที่โรงเรียนมัธยม นี้ เช่นกัน
หลังจากเหม่อมองโรงเรียนจากหน้าประตูใหญ่ ครู่หนึ่ง ก็เดินเข้าไปข้างในอย่างช้าๆ
ด้วย หัว ใจ ที่ปรารถนาจะหวนระลึกถึงความทรงจำอันมีค่า ระหว่าง ยูจิน และ จุนซาง
มินฮุง เริ่มย่างก้าวบนไปบนร่องรอยแห่งเวลา ในอดีต


มินฮุง เดินไป เหลียวมอง ไป ผ่านลาน กว้างของโรงเรียน เข้าไปข้างใน

พอคล้อยหลัง มินฮุง ยูจิน ก็มาถึง หน้าประตูใหญ่ เดินผ่านลานกว้างเช่นกัน เข้าไปข้างใน
แล้ว ทั้งคู่ ก็เดิน คลาด กันไป คลาด กันมา

( คนเล่า จำได้ว่า เมื่อ ปี 2546 ขณะที่ลูกสาว คนเล่า ดูละครเรื่องนี้ที่กำลัง on air ครั้งแรก ที่บ้านเราอยู่
รู้สึก หงุดหงิด ที่พระนาง คู่ นี้ คลาดกันไปคลาดมา เฉี่ยวกันไปมา ถึงตอนนี้ ก็ 6 ปี แล้ว ก็ยังคง หงุดหงิดเหมือนเดิมเลยค่ะ)
มินฮุง ไปที่ห้องเรียน ที่เคยเรียน ยืนมองห้องผ่านกระจก หน้าต่าง แล้วผละไป
ส่วน ยูจิน ก็ เดิน อยู่ด้าน เยื้องๆ กัน เพื่อ จะไปหา อาจารย์ ปั๊ก
( ก็ คือ จอมมาร การ์กาเมล นั่นเอง) แล้วก็ ตรงไป ที่ห้องกระจายเสียงเพราะมีเจ้าหน้าที่บอกว่า อาจารย์ อยู่ที่นั่น
มินฮุง พ้นมุม อาคารเรียนมา ยูจิน ก็เดินเยื้องขึ้นทางเดินลาดของ ห้องกระจายเสียง
ถ้ามินฮุง หันมา ก็ จะเห็นด้านข้าง ของ ยูจิน
( ดูแล้ว กลุ้ม จริงๆ ละครเกาหลี ก็มีส่วนคล้ายละคร ไทย เลยนี่)


มินฮุง ไปบริเวณ ที่ จุนซาง และ ยูจิน เคยถูกทำโทษ ให้มาเผาขยะ เพราะ นึกถึง ที่ ยูจิน เขียนไว้ว่า
“ หิมะที่เธอโยนที่เตาเผาขยะน่ะ ตลกมากเลย ขอบคุณนะ “
มินฮุง หยุดยืนมอง แต่ไม่เห็นภาพอะไร ในความทรงจำ

ยูจินไปถึงห้องกระจายเสียง มีนักเรียน รุ่นน้องอยู่กลุ่มใหญ่ รวมทั้ง ฮีจิน น้องสาว ของ ยูจิน เองด้วย
น้องๆ รุมถาม ถึง เรื่องราว อาจารย์จอมเฮี๊ยบ การ์กาเมล
ยูจิน บอกน้องๆว่า เมือ สิบปีที่แล้ว อาจารย์ ก็ถูกเรียกว่า การ์กาเมล แล้ว
อาจารย์ ปั๊ก ชอบตวาด และทำเสียงดุ แต่จะยกโทษให้ ถ้า นักเรียนท่องกลอนให้ฟัง ถ้าเราพูดอะไรคล้องจองกัน เหมือนกลอนแล้ว อาจารย์ ก็จะอิน และร้องไห้ แม้ จะเป็น ข่าวของโรงเรียน
น้อง นักเรียนหญิง เลย หยิบกลอนมาอ่าน ผ่านเครื่องขยายเสียง ทันที

ส่วน มินฮุง ที่เดินอยู่ข้างนอก ตรงไปห้องดนตรี นึกถึง
“ เพลงที่เธอเล่นที่ห้องดนตรี ที่เธอบอกว่า ชื่อเพลง ครั้งแรก ฉันว่าเธอเล่นเก่งมาก ๆเลย รู้ มั๊ย เธอเล่นเก่งยังกับมืออาชีพแน่ะ แบบนี้หลอกใครได้สบายเลย “
มินฮุง เปิด ฝา คีย์เปียโน วางนิ้วบน คีย์ กดคีย์ เพลง ครั้งแรก

(ข้อ สงสัย ขอถาม แฟนพันธ์แท้ WLS นะคะ ว่า เป็น มิน ฮุง หรือ จุนซาง กันแน่ ที่เล่น เพลง ครั้งแรก ก็ ถ้าเป็น มินฮุง ยืนอยู่ ที่ เปียโน ใส่ เสื้อ โค้ท สีครีม หรือสีเนื้อ สีเดียวกัน แต่ เสื้อ ข้างใน ของมินฮุง โผล่ชาย เสื้อไหมพรม สีขาว แลบออกมา แต่ มือที่เล่น เปียโน ไม่เห็นชายเสื้อ ไหมพรม สีขาว งง งง ว่า ใครเล่นเปียโนกันแน่ )
มินฮุง ยืน เล่น เพลง ครั้งแรก ทั้งที่ มีเก้าอี้ ก็ไม่นั่งลง แปลกดี

ส่วนในห้องส่งกระจายเสียง นักเรียนหญิงก็ หยิบ บทกวี
ชื่อ The Flight ของ Sara Teasdale มาอ่าน ผ่าน เครื่องขยายเสียง
'The Flight'..
.by...Sara Teasdale

Look back with longing eyes and know that I will follow,
Lift me up in your love as a light wind lifts a swallow,
Let our fight be far in sun or windy rain-
But what if I heard my first love calling me again?
Hold me on your heart as the brave sea holds the foam,
Take me far away to the hills that hide your home;
Pace shall thatch the roof and love shall latch the door-
But what if I heard my first love calling me once more?


หากมองด้วยสายตาอาลัยรัก จะประจักษ์ว่าฉันนั้นเฝ้าหา
โปรดรับรักฉันไว้ในอุรา ดั่งสายลมพัดพานกน้อยบิน….
พาเราเหินร่อนไปในฟ้ากว้าง บนเส้นทางฝ่าแดดฝนผจญสิ้น
หากรักแรกเรียกร้องให้ได้ยิน เป็นอาจิณฉันนั้นจะทำไฉน…
โอบกอดฉันไว้ในใจอย่างหาญกล้า ดั่งทะเลโอบคว้าเกลียวคลื่นได้
พาฉันสู่แดนเขาลำเนาไพร ที่ห้อมล้อมบ้านเธอไว้ในพงพาน..
ความสงบเรียงรายดังหลังคาบ้าน รักเหมือนบานประตูคู่สถาน
หากรักแรกพร่ำหาฉันทุกวันวาร ใจร้าวรานโอ้ฉันจะทำไฉน...

รำพรรณ รักศรีอักษร
มินฮุง ได้ยิน เสียงอ่านบท กวี ก็ชะงัก จาก เปียโน และ เปลี่ยนที่ และท่า ยืน เป็นยืนกอดอก พิงเปียโน ฟังบทกวี

ยูจิน ฟัง บทกวี ไม่จบ เมื่อถึง บทที่ว่า
หากรักแรกพร่ำหาฉันทุกวันวาร ใจร้าวรานโอ้ฉันจะทำไฉน...
( แต่ฉันควรทำอย่างไร หากว่ารักครั้งแรกเรียกฉันกลับไป)

ยูจิน ก็ออกมา และ เดินไปบริเวณ ที่เผาขยะ พร้อม กับเพลง my memory
แต่ ยูจิน มองเห็นภาพความหลัง ที่จุนซาง โยนใบไม้ หอบใหญ่ ขึ้นไป และปลิวตกลงมาเหมือนหิมะ
ยูจิน เมื่อ สิบปีที่แล้ว หมุนตัวไปรอบ ๆ แล้ว ชู สองมือขึ้น
ใบไม้ ค่อย ๆ ปลิวตกลงมา ท่าทางของ ยูจินในตอนนั้น ร่าเริงมีความสุขมาก

มินฮุง เดินมา ข้างนอก อาคาร มุ่งหน้าไปประตู หน้าโรงเรียน
ในขณะที่ ยูจิน เดินเยื้อง อยู่ ใต้ชายคาอาคารไม่ไกลกัน และไปที่ห้องดนตรี
ประตูเปิดค้างอยู่ ยูจิน เดิน เข้าไป นั่งเก้าอี้ หน้าเปียโน ที่เปิดฝาคีย์ อยู่แล้ว
ยูจิน วาง มือ ลงไป แล้ว รู้สึกถึงกลิ่นอายเร้นลับคล้ายกับมีใครที่คุ้นเคย แวะมาที่นี่ครู่หนึ่งก่อนเธอ และจากไปแล้ว

ยูจิน นึกถึงภาพที่เธอเคยนั่ง หน้าเปียโน นี้ เคียงข้าง จุนซาง
ยูจิน นึกถึง บทกวีว่า “ แต่ฉันควรทำอย่างไร หากรักครั้งแรกเรียกฉันกลับไป”
ยูจิน น้ำตาไหล ปิดฝาแป้นคีย์ ลุกขึ้นเดินออกจากห้องดนตรี



ที่บริษัท มาร์เชี่ยน
คุณ คิม พูด กับเลขา หน้า ห้อง ของ มินฮุง ว่า : ไดเรคเตอร์ โทรมาหรือยัง
คำตอบคือ ยังค่ะ
คุณ คิม : เฮ้อ.. ไม่รู้เขาหายไปไหนของเขานะ ถ้ามาเมื่อไหร่ละน่าดูทีเดียวละ
มินฮุง เดินพ้น มุมตู้เอกสารพอดี : จะทำอะไรผมเหรอ



คุณ คิม สะดุ้งโหยง กับเสียง ของคนที่เฝ้ารอหาเสียหลายวัน
รีบหันไปดู : เอ้อ..อุ๊ย... นี่มันอะไรกันน่ะเฮอะ ถ้าคุณเป็นเด็กผมจะจับตีก้นไปแล้วนะเนี่ยะ
มินฮุง ใส่สูทหล่อ หน้าตา สดใส ยิ้มให้ คุณ คิม เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เดินไปนั่งที่โต๊ะทำงาน
คุณคิม เดินไปที่โต๊ะ ข้างๆ มินฮุง ยังบ่นไม่เลิก : ผมเกือบจะลาออกไปแล้วนะให้ตายซี แล้วโยนแฟ้มงานลงบนโต๊ะ
มินฮุง หัวเราะอย่างอารมณ์ดี
คุณคิม : ไม่รู้มั่งเลยว่าคนเขาเป็นห่วงคุณแค่ไหน
มินฮุง : ผมขอโทษ
คุณคิม : พูดน่ะมันง่าย คุณ คิม นั่งลงบนโต๊ะ ตัวข้างๆ มินฮุง ในขณะที่ มินฮุง อ่านเอกสาร อยู่




คุณ คิม : นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ จู่ๆ ก็หายตัวไป กลับมาก็แต่งตัวเสียหล่อ เชียว หือ
มินฮุง ยิ้ม
คุณ คิม จอมเซ้าซี้ อยากรู้คำตอบเต็มแก่ : นี่ทำไมบอกไม่ได้เหรอ ความลับเหรอ
แล้ว คุณ คิม ก็พยักหน้ากับตัวเอง น้อยๆ ถอนหายใจดังๆ
..เฮ้อ... ไม่บอกก็ไม่เป็นไรหรอกนะ งั้นผมจะไม่ถามแล้วละ แล้ว ลุกขึ้นยืน แบบ งอน ๆ
มินฮุง : เอกสารเรื่องสกีรีสอร์ตเสร็จรึยัง
คุณ คิม ยังงอนไม่เลิก : ฮึ....ไม่รู้สิครับ
มินฮุง เอียงตัวไปทางคุณ คิม : คุณคงต้องจัดการให้ผมแล้วละ
คุณคิม แปลกใจ หันมา : เฮอะ
มินฮุง : ผมจะกลับไปอเมริกา
คุณ คิม งง นั่งลงบนโต๊ะใหม่ ถอนใจ ยกสองมือ ลูบหน้าของตัวเอง : เมื่อไหร่ จะกลับเมื่อไหร่ครับ
มินฮุง : ด่วนที่สุดเลย
คุณ คิม : นี่ คุณคิดจะหนียังงั้นเหรอ คิดจะหนีไปจาก ยูจิน ยังงั้นเหรอ
มินฮุง : เปล่าหรอก ผมคิดว่านี่แหละดีที่สุด
ใบหน้าของ มินฮุง มีรอยยิ้ม ที่แฝงรอย อึดอัดใจ แล้ว ก็จางหายไป
มินอุง มองเอกสารที่ต้องลงนาม หลับตาลง แล้วก็ ลงนาม ลี มินฮุง ลงไปในเอกสาร ด้วยความมั่นใจ เต็มที่


ที่สตูดิโอ บรรดาเพื่อนร่วมงาน ต่างได้รับการ์ดเชิญ แต่งงานของ ซังฮวก และ พากันมาแสดง ความยินดี
ซังฮวก ยิ้มแย้มแจ่มใส แล้ว เสียงโทรศัพท์ มือถือ ของ ซังฮวก ก็ดังขึ้น ซังฮวก มีหน้าตา ที่ว้าวุ่น ทันที

มินฮุง นั่งรอ ซังฮวก อยู่ นอกห้องทำงาน ทั้ง มินฮุง และซังฮวก นั่งม้ายาวตัวเดียวกัน มีความเงียบเป็นเพื่อน ของทั้งมินฮุง และ ซังฮวก

มินฮุง เป็นฝ่ายพูดขึ้นก่อน : ผมเลิกอยากเป็น คัง จุนซาง แล้ว
ซังฮวก หันมามอง มินฮุง และ มินฮุง ก็หันมามอง ซังฮวก
มินฮุง พูดต่อ : ผม คีอ ลี มินฮุง ลี มินฮุง ก็ พอสำหรับ ผมแล้ว
ผมรัก ยูจิน ในฐานะ ของ ลีมินฮุง นั่น ก็พอแล้ว
ผมจะไม่พยายามใช้ชื่อ คัง จุนซาง เพื่อดึง ยูจิน กลับมา เพราะผมจำอะไรไม่ได้เลย
และก็ ลี มินฮุง ได้ตัดใจจาก ยูจิน ไปนานแล้ว ผมไม่หวังอะไร ขอแค่เขามีความสุขก็พอ
ผมรู้ตัวแล้วว่าผมคงเปลี่ยนอะไรไม่ได้ ผมจะไม่ทำให้ ยูจิน ต้องทุกข์ใจอีก จะให้คุณทั้งคู่ มีความสุข ผมจะบินกลับอเมริกา


มินฮุง รู้แล้วว่า แทนที่จะใช้ความทรงจำเกี่ยวกับ คัง จุนซาง ซึ่งตัวเขาเองก็ยังนึกไม่ออก มาดึงตัว ยูจิน ไว้
สู้ภาวนาให้ ยูจิน มีชีวิตอย่างมีความสุขจะดีกว่า
ซังฮวก นั่งเงียบ เป็นผู้ฟังมาตลอด มองหน้า มินฮุง : ถ้าคุณไปแล้วจะกลับมาอีกเมื่อไหร่
มินฮุง กลั้นหายใจ จังหวะการหายใจถี่ขึ้นเรื่อยๆ
มินฮุง พยายามกล้ำกลืนเอาบางสิ่งบางอย่าง ที่อัดแน่นในลำคอให้กลับลงไปในหัวใจตามเดิม

มินฮุง ยิ้มนิดๆ : คงไม่กลับหรอกครับ ความทรงจำของผมน่ะอยู่ที่อเมริกา
ผมจะไม่กลับมาที่นี่อีก ถ้าหาก ยูจิน ทำให้คุณเจ็บปวดละก้อ มันเป็นความผิดของผมเอง
ยูจิน เป็นคนซื่อสัตย์ ยูจิน เขาบอกผมเองว่า แม้ คัง จุนซาง จะกลับมา แต่เขาก็จะเลือกคุณ ดูแลเขาให้ดีนะครับ


ซังฮวก : ขอบคุณมาก ผมรับรอง
มินฮุง : งั้นผมต้องขอตัวก่อน
มินฮุง ลุกขึ้นยืน และเดินออกมา

ซังฮวก ที่สับสน ว้าวุ่นใจ คั้งแต่ รับโทรศัพท์ จนมาบัดนี้ ค่อยสงบมั่นคงขึ้นได้แล้ว

ซังฮวก เรียก : ลีมินฮุง
มินฮุง ชะงัก ซังฮวก เดินเข้ามาหา ยื่นมือขวาของตัวเองออกมารอ มินฮุง ยื่น มือไปจับมือ ของ ซังฮวก
ซังฮวก : จุนซาง
มินฮุง เงยหน้ามอง ซังฮวก
ซังฮวก : ขอบคุณที่ยังมีชีวิตอยู่ ขอบคุณที่รอดจากอุบัติเหตุ ผมหมายความอย่างนั้นจริงๆ
มินฮุง พยักหน้า : ขอบคุณมาก แล้ว มินฮุง ก็เดินจากไป


ในที่สุด มินฮุง ก็สามารถ สะกดความรู้สึก ซึ่งพยายามจะปรากฏออกมา ให้ย้อนกลับลงไปในส่วนลึกของหัวใจได้
เมื่อเดินออกมา และไปที่ร้านของ แชรีน และเดินขึ้นไปชั้นบน
-
ยูจิน มาลองชุดแต่งงาน ไม่พบ แชรีน จินซุก บอกว่า แชรีน กำลังยุ่ง เพราะกำลังเตรียมงานแฟชั่นโชว์ และเป็นผู้พา ยูจินไปลองชุด แล้ว นึกได้ ว่า ควร ต้องสวมมงกุฎ เจ้าสาวด้วย
จินซุก บอกว่า : ถ้าเจ้าสาวใส่มงกุฎ เจ้าบ่าวจะรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน
แล้ว จินซุก ก็ออกไปจาก ห้องลองเสื้อ

ยูจิน ได้ยินเสียงฝีเท้าคนเดิน ก็นึกว่าเป็น จินซุก จึงชะโงกหน้าออกกมา นอกม่านบัง และส่งเสียงว่า : จินซุก ฉันว่า...

มินฮุง มาถึงพอดี ต่างคนต่างตกตะลึง มินฮุง ก้ม ศีรษะ ทักทาย อย่างมีมารยาท ต่อ ยูจิน ผู้ซึ่งกำลังจะกลายเป็นภรรยาของผู้อื่น


ยูจิน ตัดสินใจจะกลับไปหลังม่านบัง ด้วยความรีบร้อนทำให้ รองเท้าข้างหนึ่งหลุดออกมา
ยูจิน พยายามจะใส่รองเท้าข้างนั้น แต่ เนื่องจากชุดที่ยาวรุ่มร่าม ทำให้สวมไม่ถนัด

มินฮุง เดินเข้าไปหา ยูจิน ช้าๆ ย่อตัวลง จับรองเท้า ช่วยให้ ยูจิน สวมรองเท้า
ทำให้ ยูจิน หวน นึกถึงครั้งที่ จุนซาง ช่วยเธอสวมรองเท้านักเรียนบนกำแพงรั้วของโรงเรียน
ยูจิน วางเท้าของเธอ สวมลงไปในรองเท้า ที่ มินฮุง จับอยู่
มินฮุง ลุกขึ้น ยืน มอง ยูจิน และบอกว่า : คุณสวยมากเลย

ยูจิน ทัก มินฮุงว่า : ไม่ได้เจอซะนานนะคะ
มินฮุง พยักหน้า : ใช่ ไม่ได้เจอกันซะนาน

มินฮุง และ ยูจิน ไปนั่งที่ โซฟา ตัวเดียวกัน
มินฮุง : ยูจิน ผมอยากถามอะไรคุณซักอย่างนึง คุณจะตอบได้มั๊ย
ยูจิน ค่อยๆเงยหน้ามองมินฮุง
มินฮุง : ถ้าคุณไม่อยากตอบ ก็ไม่ต้องตอบก็ได้นะ ไม่ต้องห่วงหรอก มันไม่มีความหมายอะไรหรอก
ยูจิน : ถามมาสิคะ ฉันจะตอบคุณ
มินฮุง : คุณเคยบอกว่าชอบผม คุณเคยบอกว่ารักผม นั่นเพราะผมหน้าเหมือน จุนซาง ใช่มั๊ย
ยูจิน : ไม่ใช่ค่ะ ในฐานะที่คุณ คือ ลี มินฮุง และ จุนซาง ในฐานะ ของ จุนซาง ฉันชอบคุณทั้งสองคนค่ะ
มินฮุง : ขอบคุณมาก .


ทั้ง มินฮุง และ ยูจิน ต่างน้ำตาคลอตา
จินซุก ถือ มงกุฎ เข้ามาพอดี : ยูจิน นี่ไงมงกุฎ
มินฮุง ลุกขึ้นยืน หันไปทัก ก้มศีรษะให้ : สวัสดีครับ
จินซุก : เอ่อ... คุณมาทำไมน่ะ
มินฮุง : ผมจะมาลาน่ะครับ แชรีน อยู่ มั๊ย
จินซุก: มาหา แชรีน เหรอคะ วันนี้เขาไม่อยู่ค่ะ
ยูจิน ลุกขึ้น : คุณว่า จะมาลา หมายความว่าไงคะ
มินฮุง : เปล่าครับ ไม่มีอะไรหรอก ไปก่อนนะครับ ก้มศีรษะ เต็มพิธีรีตรองอีกครั้ง
แล้วมินฮุง ก็เดินไปที่ประตู แล้ว ก็ หันมามอง ยูจิน อีกครั้ง : ขอให้มีความสุข นะครับ

ยูจิน น้ำตาใกล้จะหยด ต้องหันหน้าหนี จินซุก ที่ ยืนมองเธออยู่

ยูจิน นั่งรถ กลับไปชุนชง
ได้พบอาจารย์คิม ที่มาเยี่ยม แม่ของยูจินเพราะได้ยินข่าวว่า ป่วย อาจารย์คิม พูด ถึง พ่อของยูจิน
แม่ของ ยูจิน ถามอาจารย์คิม ว่า : คุณทราบรึเปล่าคะว่าเขากลับมาเกาหลี
อาจารย์ คิม บอกว่า ทราบ และ ไปเจอ เขามาแล้ว
แล้วต่างคน ก็ ต่างดื่ม นำชา ในถ้วยของตัวเอง เงียบๆ จน ยูจิน เข้ามาพอดี

ยูจิน ออกมาส่งอาจารย์ คิม และเรียกอาจารย์คิม ว่า คุณ พ่อ
อาจารย์คิม ชอบอกชอบใจ : ฟังแล้วดีจัง ฉันดีใจที่ได้เธอมาเป็นสะใภ้
เพราะ พ่อเธอ กับฉันน่ะ แล้ว ก็เพื่อนอีกคนหนึ่ง เราเป็นเพื่อนรักกันมาก ก็เหมือนพวกเธอนั่นแหละ
เหมือน เธอ และซังฮวก และเพื่อนคนนั้น คัง จุนซาง ด้วย
อาจารย์ คิม ถามถึง ลี มินฮุง ว่า ยังทำงาน ด้วยกันกับ ยูจิน หรือเปล่า
ยูจิน รีบพูด เพราะนึกว่า อาจารย์ คิม คิดว่าเธอยังคบหากับ มินฮุง อยู่ : ไม่แล้วค่ะ เราคงไม่ได้เจอกันอีกแล้วค่ะ
อาจารย์ คิม : ถ้าเจอเขาอีก ฝากบอกเขาด้วยนะว่า ฉันขอโทษ เรื่องที่สกีรีสอร์ต
แม่ ซังฮวก เข้าใจผิด และเจ้าอารมณ์ เกินไปหน่อย ฝากบอกเขาด้วย มันติดค้างอยู่ในใจฉันตลอดเวลา
เพราะเขาเหมือน คัง จุนซาง ละมั้ง ฉันยังจำเขาได้นะ แม้มันจะผ่านมาตั้ง สิบปีแล้ว
ฉันเลยนึกว่า เขา คือ คัง จุนซาง เธอเองก็รูสึกแบบนั้นใช่มั๊ย แต่ฉันคงคิดผิดนะ

ยูจิน : คุณพ่อคะ ที่คุณพ่อ พูดที่สกีรีสอร์ต ว่า ตอนนั้น คัง จุนซาง ไปหาคุณพ่อที่มหาวิทยาลัยเหรอคะ แล้ว เขาไปพูดว่าอะไรเหรอคะ
อาจารย์คิม : เอ่อ ฉัน ก็สงสัยเหมือนกัน ว่าทำไมน่ะนะ แต่เขาจากไปเฉยๆ ไม่ได้ไปงานศพเขาด้วย เพราะเพิ่งรู้ทีหลัง แล้วเธอได้ไปรึเปล่า
ยูจิน : ค่ะ แต่งานศพจัดที่โซลน่ะค่ะ พวกเราเลยจัดงานศพให้เขากันเอง แต่ไม่ได้ไปร่วมงานศพเขาจริงๆ หรอกนะคะ

เมื่อ ยูจิน กลับมาที่ห้องจิตใจก็ว้าวุ่น ขึ้นมาทันที
ยูจิน ก็ไม่เข้าใจว่า ทำไม เธอเองไม่เคย รู้สึกแบบนั้นมาก่อน
นึกถึง คำพูดที่ว่า : ฉันยังจำเขาได้ แม้จะผ่านมาตั้ง สิบปี ฉันก็เลยนึกว่า เขา คือ คัง จุนซาง จริงๆ เธอเองก็ รู้สึกแบบนั้นใช่ไหม
พวกเราไม่ได้ไปร่วมงานศพเขาหรอกค่ะ
และ เสียง ของ มินฮุง : ผม คือ คัง จุนซาง คัง จุนซางไง
ยูจิน รู้สึกสับสนขึ้นเรื่อยๆ
-
แชรีน ไปหา ซังฮวก ที่สตูดิโอ
อันที่จริง ซังฮวก เป็นฝ่ายโทรไปหา แชรีน และ เป็นฝ่ายนัดจะไปหา แชรีน ที่ร้าน
แต่ แชรีน ใจร้อน จึงเป็นฝ่ายมาหาซังฮวก เพราะคิดว่า คงเป็นเรื่องสำคัญ
ซังฮวก เลย บอก แชรีน ว่า มินฮุง จะกลับไปอเมริกา และจะไม่กลับมาอีก ซึ่ง แชรีน น่าจะได้ รู้เรื่องนี้

แชรีน ฟังแล้ว ก็ ผลุนผลันออกมา ระหว่างขับรถ ก็โทรศัพท์ ไปที่ บริษัทมาร์เชียน
โทรศัพท์ หา มินฮุง แต่ มินฮุงไม่รับโทรศัพท์ เสียงเครื่อง บอกให้ฝากข้อความไว้
แล้วก็ มีเสียง โทรศัพท์ เรียกเข้ามา ในสาย ของ แชรีน

แชรีน ได้ว่าจ้างนักสืบ ไปสืบ เรื่อง ของ มินฮุง และ จุนซาง
นักสืบ นำเอกสาร มาให้แชรีน และ รายงานว่า : แม่ เขาแจ้งข้อมูลใหม่หมด หลังจากแต่งงานใหม่
บางคน ก็ทำแบบนั้น เพื่อจะเปลี่ยนนามสกุล พวกเขา คือ คน คนเดียว กัน

แชรีน ขับรถอย่างใจลอย เมื่อ ติดไฟแดง จนไฟเขียว แชรีน ก็ยังไม่รูตัว
จนรถคันหลัง บีบแตรไล่ดังสนั่น แชรีน จึง รู้ตัว และขับรถ มาจอดแอบข้างทาง
ฟุบหน้า กับพวงมาลัยรถ แชรีน รู้สึกเหมือนตัวเองฝันร้าย
แชรีน ไม่อาจเชื่อเชื่อได้เลย ว่าจะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้
-
เมื่อ แชรีน กลับมาที่ร้าน จินซุก กำลัง พูดโทรศัพท์ กับ ยูจิน
แชรีนไม่ใส่ใจ นั่งเอนตัวที่โซฟา อย่างคนหมดแรง
แต่ แล้ว คำพูดของ จินซุก สะดุดใจ : เอกสารเรื่องการตายเหรอ ฉันจะไปรู้ได้อย่างไรล่ะ
เมื่อ จินซุก คุยจบ แชรีน ก็ถาม ว่าคุย เรื่องอะไร กับ ยูจิน
จินซุก : เขาถามว่าจะไปหาเอกสารของคนตายได้ที่ไหน หรือว่า จะไปสืบเรื่องของ จุนซาง
แชรีน เริ่มร้อนใจ : ตอนนี้ ยูจิน อยูที่ไหน ยูจินอยู่ที่ไหน
จินซุก : อยู่ที่บ้านที่ชุนชง เห็นบอกว่าตอนบ่ายจะไปที่โรงเรียน เห็นว่าต้องไปถามเรื่องอะไรนี่แหละ
แชรีน ทวนคำ : ไปถามเหรอ

แล้ว แชรีน ก็รีบ ผุดลุกขึ้น และ โทรศัพท์ไปหา ซังฮวก บอกให้ ซังฮวก รีบไปที่ชุนชง ตอนนี้เลย
ยูจิน จะไปที่โรงเรียน ฉันไม่มีเวลาอธิบายแล้วนะ
ซังฮวก : อะไร เธอพูดอะไรของเธอ โรงเรียนอะไร หรือว่า ยูจิน ไปรู้เรื่องอะไรมา
แชรีน : นี่ เธอรู้แล้วเหรอ ว่า จุนซาง กับ มินฮุง คือ คน ๆ เดียวกัน เธอรู้แล้วใช่มั๊ย ใช่มั๊ย
แล้วทำไมเธอไม่บอกฉันล่ะ แชรีน โกรธ ปิด โทรศัพท์ โมโห ซังฮวก

ซังฮวก ก็ตกใจ รีบ วิ่งออกมาจากห้องทำงาน

ที่ชุนชง
เมื่อ ยูจินไปถึงโรงเรียน ก็พบว่า แชรีน ยืนคุย อยู่กับการ์กาเมล
แชรีน บอก ยูจินว่า มาธุระ ที่ชุนชง เลยแวะมาหาอาจารย์ และกะว่าจะได้กลับโซล พร้อม ยูจิน
การ์กาเมล ถาม ยูจิน : ไง ยูจิน จะแต่งงาน กับ ซังฮวก ใช่มั๊ย
ยูจิน : ค่ะ หนูจะมาเรียนอาจารย์ และอยากถามอาจารย์ด้วยค่ะ
อาจารย์ : แหมพวกเธอนี่จริงๆเลย ไม่เคยโผล่มาเลย จู่ ๆ ก็ โผล่ มาขอให้ช่วยอยู่เรื่อย คราวที่แล้ว ซังฮวก ก็เหมือนกัน
ยูจิน : ซังฮวกน่ะหรือคะ
อาจารย์ การ์การเมล : ใช่ ก็เขาน่ะซี
แชรีน เห็น ท่าไม่ดี รีบพูดออกนอกเรื่อง ว่า อาจารย์ ยังดูไม่แก่ ยังดูเท่ห์ น้ำเสียง ยังทรงพลังเหมือนเดิม
การ์การเมล์ หัวเราะชอบใจ: อ้อ ยูจิน ครูจะไปงานแต่งงานเธอแน่ๆ
แล้ว ก็ยก นาฬิกา ข้อมือ ขึ้นดู : ครู มีงานต้องทำ ถ้ามีอะไรจะคุย ก็รออยูที่นี่ก่อนนะ
ยูจิน : ไม่เป็นไรค่ะ ไว้คราวหน้า หนูมาใหม่
การ์การเมล์ : ถ้างั้นแล้วเจอกันนะ
เดินไป แล้วหันมา : จุง ยูจิน แล้วห้ามไปงานแต่งงานสายล่ะ รู้มั๊ย ” ราชินี จอมสาย”

แชรีน ถาม ยูจินว่า จะมาถามอะไรอาจารย์เหรอ แล้วทำไมไม่ถามเลยล่ะ จะได้ไม่ต้องมาอีก
ยูจิน : เปล่าหรอก เธอจะกลับโชล เลยใช่มั๊ย
แชรีน ชวน ยูจิน กลับด้วยกัน แต่ ยูจิน ต้องแวะไปบ้านก่อน
แชรีน อาสา ไปส่งที่บ้าน และคว้าแขน ยูจินมา ท่าทางสนิทสนม ยูจิน รู้สึก งง งง


เมื่อ ไปถึงบ้าน ก็พบรถ ของ ซังฮวก จอด อยู่
แชรีน เลย แยกกลับไป แชรีน รู้สึก ไม่สบายใจ ราวกับว่าถ้าให้ ยูจิน อยู่เมือง ชุนชง คนเดียว แล้วอาจเกิดเรื่องใหญ่
ซังฮวก รีบร้อน ลงบันได มา : ยูจิน ฉันกำลังตั้งใจจะไปรับที่โรงเรียนพอดีเลย
ยูจิน ขึ้นไปลาแม่ และถามว่า ซังฮวก ไม่ไปด้วยหรือ ซังฮวก บอกว่า : ฉันบอกลาท่านแล้ว เธอไปลาท่านเถอะ ฉันจะรออยูที่นี่

ในรถของซังฮวก
ยูจิน : เธอไปที่โรงเรียนมาเหรอ
ซังฮวก ; เอ้อ ฉันแวะเอาการ์ด ไปให้อาจารย์น่ะ
ยูจิน : คราวที่แล้วที่บอกว่าจะไปหาเพื่อนเก่าน่ะหรือ ตอนที่เรามา ชุนชงด้วยกัน และเธอส่งฉันลงกลางทาง เธอบอกว่าจะไปหาเพื่อนเก่า ตอนนั้นฉันเห็นโบรชัวร์ คอนเสิร์ต ของ คัง มุยฮี
ซังฮวก : อ๋อ เปล่าหรอก ตอนนั้นฉันไปหาเพื่อนจริงๆ ฉันมาชุนชง เพื่อคัดตัว ดีเจคนใหม่ ก็เลยแวะไป
ยูจิน : แล้วทำไมไม่บอกฉันล่ะ
ซังฮวก : ฉันไม่ได้บอกเธอเหรอ นึกว่าบอกแล้วซะอีก ยิ่งใกล้วันแต่งงานฉันก็ยิ่งยุ่งใหญ่เลย
ซังฮวก : แล้วเธอเอาการ์ด ไปให้ การ์กาเมล เหรอ
ยูจิน : ใช่

จากนั้นก็ไม่มี การสนทนา กันอีกจน รถมาถึง อพาร์ทเม้นท์ ซังฮวก และ ยูจิน ลงจากรถ
ยูจิน : ขอบคุณนะ บ๊ายบาย
ซังฮวก : เธอรีบขึ้นไปเถอะ
ยูจิน ค่อยๆเดิน เข้า อพาร์ทเม้นท์
ซังฮวก ถอนหายใจอย่างโล่งอก โล่งใจ กลับขึ้นรถ แล้วขับหายไปในความมืด


พอซังฮวก ขับรถออกไป ยูจิน ก็หยุดเดิน หันกลับ รีบร้อนลงบันไดมาใหม่ เรียก แท็กซี่ ทันที
ยูจิน นั่งกำมือตนเองแน่นบนรถอย่างวิตก กังวล
ยูจิน รู้สึก รู้สึกประหลาดใจ กับแชรีน แชรีน ไม่ใช่คนประเภท ที่จะมาแวะเยี่ยมอาจารย์
ยิ่งไม่ใช่ประเภท ที่จะคิดถึง ยูจิน มาที่โรงเรียน เพื่อ กลับโซล ด้วยกัน
และในเวลาเช่นวันนี้ ซังฮวก ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องมา ชุนชง
-
หลังจากจัดกระเป๋า เดินทางเสร็จเรียบร้อยแล้ว
มินฮุง ก็โทรศัพท์ ถึงแม่: ครับแม่ ผมจะไปถึงพรุ่งนี้ครับ แม่ไม่ต้องห่วงหรอกครับ ครับ มินฮุง ก้มมองโทรศัพท์

ยูจิน มาถึงโรงแรมที่พัก ของมินฮุง ขึ้นลิฟท์ไปที่ชั้น 4 เมื่อออกจากลิฟท์ ยูจิน ก็เดินไปตามทางเดิน

มินฮุง วางโทรศัพท์แล้วก็หยิบเทปคาสเซทที่เอามาจากบ้านของ คัง จุนซาง มาพลิกดู
แล้วก็เอา ใส่กระเป๋าถือ หยิบสายสร้อยจี้ดาวโพลาริสมาถือไว้ ยกขึ้นมาเพ่งมองใกล้ๆ
-
ยูจิน เดินมาหยุดที่หน้าห้องของ มินฮุง เอื้อมมือจะไปกดกริ่งเรียก แต่ก็ ลังเลใจ ไม่กด ได้แต่ทำท่า จดๆ จ้องๆ

มินฮุง ที่นั่งอยู่ในห้อง เงยหน้าจากสายสร้อย


Scene-13: Recollections

I'm Jun-sang
Min-hyung : We need to talk.
Yoo-jin : Why are you doing this? Let go of me. What's the matter with you? Why are you doing this? I have to get back. My friends are waiting ... What's wrong with you? Why are you acting so unlike you?

Min-hyung : What's like me? What's like Min-hyung? ... Who am I? Tell me, Yoo-jin. Who am I? Yoo-jin, I'm Jun-sang. I'm Jun-sang whom you couldn't forget.

Yoo-jin : Min-hyung, you shouldn't do this. You shouldn't make fun of people like this ... Let me go. It doesn't change anything.

Difference from Jun-sang:
Yoo-jin : I'll tell you how different you are from Jun-sang.
I want to tell you why you can't be Jun-sang.
Jun-sang didn't say my name like that ...
He didn't force his emotions on others like this.
He wasn't good at handling relationships with others,
but he never hurt anyone using other people's wound.
He ... couldn't even say he liked me.
Shall I tell you more?
You always look confident, but Jun-sang was a little drawn back.
Your walk is so brisk and upright, but Jun-sang ... looked somewhat nervous and insecure. You've got such a bright smile, but Jun-sang couldn't even smile often.
You want to know to more?
Do you want to listen?
Min-hyung, you are not Jun-sang ... you're someone else.
And now even if Jun-sang comes back ...
I can't leave Sang-hyuk. I ... chose Sang-hyuk.
You also sent me back to Sang-hyuk. Please let me go ... This is it.

My first love ... by Sarah Teesdale:
"Look back with longing and find me walking after you.
Help me to my feet with your love.
Like a breeze lifting a swallow.
Rain or shine, let us fly far away ...
But what should I do if my first love calls me back? "
Insincere wedding dress:
Min-hyung : Looks good on you. Yoo-jin ... I want to ask you something, will you answer it? You don't have to if you don't want to. Don't worry it doesn't mean anything.

Yoo-jin : I'll answer any question.
Min-hyung : You said you liked me, you loved me. Was that because I looked like Jun-sang?
Yoo-jin: No. You as Min-hyung ... and Jun-sang as Jun-sang ... I loved you both.
Min-hyung: Thank you. I came to say good bye ... Congratulations. I'm sorry.

2.5.09

WINTER SONATA-12-TRUTH OF DECADE AGO

Episode 12- Truth of decade ago

ปริศนา

ผม คือ ใคร !!!

ปริศนา และ อัศเจรีย์ ที่น่า ตกใจ ของ มินฮุง
ใน 10 ปีที่ผ่านมา มินฮุง ไม่เคยเกิด ปริศนานี้เลย
แต่พอเกิดขึ้นในหัวใจ กลับได้ คำตอบที่น่าตกใจ
มาช่วยกัน ปลอบขวัญ มินฮุง กันหน่อยนะคะ
เพราะ ยูจิน มีแต่ทำความ เจ็บช้ำให้มินฮุง
( คนเล่าเริ่มหงุดหงิดกับ ยูจิน เสียแล้ว เพราะ อินกับละคร นั่นเอง)

มินฮุง ไม่อาจทำตามความใจปรารถนาของตน

มินฮุง เดินออกไปเรียกรถแท็กซี่ จนมีรถจอดให้

มินฮุง เปิดประตู ไว้ รอ ยูจินแล้วหันไปมอง ยูจิน โดยไม่พูดอะไรด้วยเลยสักคำ


ยูจิน ขึ้นนั่งบนรถ แม้ มินฮุง รู้ดีว่า ยูจิน กำลังจะไปที่ไหน มินฮุง ก็จำต้องส่ง ยูจิน ไป


ยูจิน หลบสายตาของมินฮุง ตั้งแต่แรกพบ จนขึ้นนั่งบนรถแท็กซี่


มินฮุง มองยูจิน ด้วยความปวดร้าวในหัวใจ รถแท๊กซี่ วิ่งผ่าน มินฮุง ไป
ยูจิน บนรถแท็กซี่ ได้แต่ ก้มหน้าถอนหายใจ เพราะรู้ดีว่า มินฮุง ก็รู้ว่า เธอ กำลังจะไปหาใคร
แต่ มินฮุง ก็ยังอุตส่าห์ โบกเรียกรถแท็กซี่ให้เธออีก
ยูจิน รู้สึกเสียใจที่ไม่ได้ปฏิเสธ ความเอาใจใส่ของ มินฮุง
เธอน่าจะปฏิเสธ มินฮุง ไปใน ขณะนั้น ยูจิน ควรช่วยสะสาง ความรู้สึกของ มินฮุง ที่มีต่อเธอให้เร็วที่สุด
แต่ ยูจิน ก็ทำไม่ได้ พอนึกถึงว่าในช่วงเวลาที่ผ่านมา เธอเคยปฏิบัติต่อ มินฮุง อย่างโหดร้าย
ยูจิน ก็รู้สึก รันทดใจ

ยูจิน รู้สึกเสียใจเรื่องอะไรกันแน่ เรื่องที่ มินฮุง สละทุกอย่างเพื่อเธอได้อย่างนั้นหรือ
หรือว่าเป็นเรื่องที่ มินฮุง จะเฝ้ารอเธออยู่ในที่ใดที่หนึ่งเสมอไม่ว่าเธอจะทำอะไรอยู่
ในขณะที่ ตัวเธอเองกลับนึกถึงแต่ตัวเองอย่างนั้นหรือ
( ก็ใช่น่ะซีคะ คุณ ยูจิน อย่างนี้ ต้องว่า รู้ แต่แกล้งทำไม่รู้ น่ะเอง)
ยูจิน รู้สึกเสียใจในการกระทำของตัวเองเป็นอย่างมาก

ยูจินไปถึงบ้านของ ซังฮวก กดกริ่งแล้วยืนรอที่หน้าประตูบ้าน

ซังฮวก เปิดประตูบ้านและก้าวออกมา
สองมือ สอดที่กระเป๋ากางเกง เมินหน้าไปอีกทาง ไม่เอ่ยปากพูดอะไร และก็ไม่เชิญ ยูจิน เข้าบ้าน
ยูจิน : ฉันนั่งรถตามเธอมาน่ะ ทำไมมาถึงเร็วจัง แสดงว่าขับรถเร็วใช่มั๊ย
ซังฮวก มอง ยูจิน
ยูจิน : บอกแล้วไงอย่าขับรถเร็ว
ซังฮวก : ฉันขอโทษนะ
ซังฮวก เหมือนจะสำนึกผิดที่ทิ้ง ยูจิน ไว้ ปล่อยให้ ยูจิน เดินทางกลับบ้านคนเดียว

ยูจิน : ไม่รู้สึกแย่เหรอที่เป็นคนขี้โมโหน่ะ คนที่โมโหจนขาดสตินั่นแหละคือคนแพ้นะ
ซังฮวก หัมามองหน้า ยูจิน

เมื่อพูดถึงความรักแล้ว แค่รักอย่างเดียวยังไม่พอหรือ
ความรักที่มีความระแวงอยู่ด้วย ไม่ใช่ความรักในแบบที่ ซังฮวก ต้องการ
จุนซาง ได้มอบความรักที่สมบูรณ์ไม่มีที่ติมาเติมเต็มหัวใจของ ยูจิน
ซังฮวก รู้สึกอิจฉาความรักของ จุนซาง ที่มีต่อ ยูจิน เป็นอย่างมาก

ไม่ สิ เขาควรจะพูดว่า เขา รู้สึกอิจฉา ลี มินฮุง ที่มีหน้าตาคล้าย จุนซาง
แม้ ลี มินฮุง จะไม่เหมือน จุนซาง ก็ตามที

ยูจิน เดินเข้าไปหา ซังฮวก แล้วโอบกอด ซังฮวก อย่างอบอุ่น ยูจิน เพียงแต่ โอบกอด ซังฮวก อย่างเงียบๆ
ไม่ได้อธิบายเรื่องที่ ซังฮวก เข้าใจเธอผิด น้ำตาคลออยู่บนใบหน้าที่ซบอยู่กับบ่าของ ซังฮวก
ในใจของ ยูจิน กำลัง คิดถึง มินฮุง อยู่ ช่างเป็นเรื่องที่เข้าใจยากจริงๆ
ที่ ตัวเองตกอยู่ในวังวนชะตาชีวิตที่เกินกว่าอำนาจมนุษย์ จะเปลี่ยนแปลงได้
กายของ ยูจิน อยู่กับ ซังฮวก แต่ใจกลับมอบให้ มินฮุง
ซังฮวก ยกสองมือกอดตอบ ยูจิน เช่นกัน
ยูจิน นิ่งอยู่นาน แล้ว จึง บอก ซังฮวก ว่า : ขอโทษนะ
( คุณ ยูจิน ขา ไปโทษ โชคชะตา เหมือน คุณแม่ คุณเลยนะ ไร้สาระจริงๆ ชีวิตนี้ ลิขิตได้ ด้วยตัวเองต่างหากคะ คุณ นางเอก เอะอะก็ อ้างโชคชะตา)

ส่วน มินฮุง หลังจาก ส่ง ยูจิน ขึ้นรถแท็กซี่ เพื่อ ไปหา ซังฮวก แล้ว ก็เลยกลับไปที่พัก
เมื่อออกจากลิฟท์ ก็พบว่า คุณ คิม มา นั่งคอยอยู่ ที่ราวบันไดหน้าลิฟท์ เหมือน รอคอยมานานแล้ว
คุณคิมส่งเสียงร้องทัก มินฮุง ว่า : อ้าวทำไมกลับเร็วนักล่ะ งั้นเราไปหาอะไรดื่มกันหน่อยดีมั๊ย

ในบาร์
คุณคิม : วันนี้แย่ชะมัดเลย คุณ โอเค นะ
มินฮุง เอามวนบุหรี่เคาะลงที่พื้นโต๊ะ : ผมหวังไม่อยากให้เรื่องมันเกิด ผมหวังที่ไม่อยากจำ เรื่องอะไรที่เกี่ยว ยูจิน ได้อีกแล้ว
( ผมหวังว่าตัวเองจะลืมทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวกับ ยูจิน ให้หมด)
( ดีมาก ค่ะ คุณ มินฮุง คุณมีศักดิ์ศรี ในตัวเองที่ไม่ควร ไปตาม ไล่คว้าเงาผู้หญิงที่เขาไม่แคร์เรา เรื่องอะไร ไปตบมือข้างเดียว )

คุณคิม : ถ้าเราลืมทุกอย่างที่อยากลืมได้ก็คงจะดีหรอก นี่ผมจะบอกให้มั๊ย
อย่างแรกนะดื่มให้ลืมไปเลย
อย่างที่สอง มองหาผู้หญิงอื่น
แล้วอย่างที่ สาม หาจิตแพทย์
มินฮุง ยิ้ม เป็นทำนองว่า คุณ คิม พูดพล่าม ไปเรื่อยเปื่อย หยุดพล่ามเถอะ
คุณคิม พูดต่อ : จากนิสัยของคุณ สองอย่างแรกคงไม่เวิร์ค อย่างที่สามเป็นไง ไปหาจิตแพทย์


มินฮุง ปราม คุณคิม ว่า : พอเถอะน่า เลิกพูดเล่นซะทีเถอะ
คุณคิม พูดด้วยนำเสียงจริงจังมาก : ผมไม่ได้พูดเล่นนะ คำว่า “ ไปหาจิตแพทย์ “
ฟังดูแล้วคุณอาจจะนึกถึงเฉพาะคนบ้า แต่ว่าสมัยนี้คนไปปรึกษากันเยอะนะ
ยกตัวอย่างเช่น ...เอ้อ... มีคนตายไปจากคุณ ถ้าเกิดเป็นแฟนคุณ คุณคิดว่ามันจะทรมานแค่ไหนกัน น่ะฮึ
ถึงต้องเข้ารับการบำบัด เพื่อลบความทรงจำนั่นซะ ใช้ความทรงจำอื่นมาลบความทรงจำ เขาใช้วิธีสะกดจิตหรืออะไร ทำนองนี้แหละ
มินฮุง : ลบความทรงจำแล้วสร้างใหม่ฟังดูสะดวกดีนะ
คุณคิม : คุณน่าจะลองดูนะ ความทรงจำที่เราพบใครสักคนหนึ่งและต้องเลิกรากัน อาจจะไม่เลวร้าย
แต่ก็ยังดี ดีกว่าที่ต้องทนทรมาน อย่างจำเรื่องที่เคยคบกับ แชรีน แทนยูจินไง

เสียงเปียโนที่บรรเลงอยู่จบลง คุณคิม ปรบมือให้
มินฮุง วางแก้วเหล้าลง
คุณคิม เลยนึกขึ้นมาได้ว่าเคยอ่านหนังสือพิมพ์พบข่าวของนักเปียโน : นี่ นี่ ทำไมไม่บอกผมว่า คุณแม่คุณ คือ คัง มุยฮี
มินฮุง ; ทำไมล่ะ
คุณคิม ทวนคำว่า : ทำไม : โธ่ .....รู้มั๊ยผมเคยคิดอะไรตอนที่คุณเล่นเปียโนต่อหน้าผมนั้นน่ะ
ผมนึกว่าคุณเป็นอัจฉริยะ เหมือน โมซาร์ท
มินฮุง ยิ้ม ขำ คุณคิม
คุณคิม พูดต่อว่า : เพิ่งมารู้ว่าแม่คุณเป็นนักเปียโน คุณเคยเรียนมาจากแม่แล้ว แกล้งทำเป็นไม่เคยเล่น ปั๊ดโธ่ ...เหอะ
มินฮุง : ทำไมผมต้องโกหกด้วย ผมไม่เคยเล่นมาก่อนจริงๆ
คุณคิม : โอเค..โอเค... ตั้งแต่เด็กๆ ก็ไม่เคยจับมาก่อนเลยใช่มั๊ย ใช่หรือเปล่า
มินฮุง ทำหน้าตาจริงจัง : จริงๆนะ
คุณคิม : โอเค...คุณอาจจะจำไม่ได้ว่าเคยเล่นมาก่อน
มินฮุง : หันไปมองทางนักเปียโนที่กำลังเล่นเปียโนอยู่ ทำท่าทางครุ่นคิด มินฮุงพยามยามนึกถึงความทรงจำ
แล้ว รู้สึกว่าความทรงจำของตัวเองเหมือนมีหมอกหนาปกคลุมอยู่
มินฮุง เริ่มสงสัยกับอดีตของตัวเอง
แล้วรำพึงออกมาเป็นคำพูดว่า : ผมจำอดีตไม่ได้เลยซักอย่าง ทำไม....ผมจำเรื่องอะไรไม่ได้เลย
คุณคิม มอง มินฮุง ที่มีท่าทาง ครุ่นคิดอย่างซีเรียส
ที่ทำงานของ ซังฮวก วันนี้ ซังฮวก แต่งสูทเรียบร้อย จน เพื่อนดีเจสงสัย
ซังฮวก บอกว่าต้องไปทำธุระ แล้วคุยเรื่องของ คัง มุยฮี ซึ่งเลขาได้ตอบรับการให้สัมภาษณ์ แต่ ต้องไปสัมภาษณ์ เอง โดย คัง มุยฮี จะไม่มาที่ สตูดิโอ
ยูจิน มาหา ซังฮวกที่ ทำงาน เพื่อจะไปเคารพหลุมฝังศพพ่อของยูจิน เนื่องในวันเกิด ของพ่อ

ลมหนาวที่เมืองชุนชง พัดมาเย็นยะเยือก
คัง มุยฮี ยืนโต้ลมหนาวอยู่ ที่หน้าหลุมฝังศพ ของ จุง ฮุนโซ (จุง ซินเจา) ที่ปราศจากผู้คน มีดอกเบญจมาสสีขาวช่อใหญ่
วันนี้เป็นวันเกิด ของ จุง ซินเจา ซึ่งเสียชีวิตไปนานถึง 16 ปีแล้ว
คัง มุยฮี ยังมีชีวิตอยู่และมายืนที่หน้าหลุมฝังศพนี้
คัง มุยฮี ที่รัก จุง ซินเจา ถึงขนาดยอมสละชีวิตของตนได้ กลับอยู่อย่างปรกติสุขบนโลกนี้
แต่ จุง ซินเจา กลับฝังร่างอยู่ใต้ผืนดินอันเหน็บหนาวนี้
ตลอดเวลาที่ผ่านมา คัง มุยฮี มีชีวิตอยู่ด้วยความคิดว่า จุง ซินเจา ยังมีชีวิตอยู่ และจดจำวันเกิดของเขาได้
คัง มุยฮี ไม่อาจลืมทุกสิ่งทุกอย่าง ของ จุง ซินเจา ได้เลย เนื่องจากเธอไม่อาจให้อภัยเขาได้
ช่วงเวลาที่ผ่านมา เธอมีชีวิตอยู่ด้วยความทรงจำทั้งหมดที่มีอยู่ การทำเช่นนี้เป็นการทรมานตัวเอง
แม้ว่าเธอจะมองไม่เห็นเขา สัมผัสเขาไม่ได้ แต่เธอยังคงจงเกลียดจงชัง จุง ซินเจา ผู้อยู่ในความทรงจำของเธอตลอดมา

คัง มุยฮี คิดว่า หวังว่าทุกอย่างจะจบสิ้นเสียที
เธอเคยเชื่อมาตลอดว่า จุง ซินเจา ลืมเธอไปแล้ว
จุง ซินเจา ไม่สนใจว่า เธอยังอยู่หรือไม่ และ จุง ซินเจา ดำเนินชีวิตของตัวเองอย่างปรกติสุข
ความคิดนี้ ทำให้ คัง มุยฮี จงเกลียดจงชัง จุง ซินเจา
แต่ตอนนี้ จุง ซินเจา ไม่อยู่แล้ว จุง ซินเจา ตายจากไปนานแล้ว
คัง มุยฮี : วันเกิดของเธอ ถ้าฉันบอกว่าฉันยังจำได้ เธอคงจะโกรธฉันละสิ
แต่จะให้ฉันทำยังไง ฉันลืมเธอไม่ได้จริงๆ ฉันยังจำได้ทุกอย่าง ฉันยกโทษให้เธอไม่ได้
คัง มุยฮี ร่ำไห้
คัง มุยฮี ออกจากสถานที่ ที่ จุง ซินเจา หลับใหลไม่รู้ตื่นอยู่ เดินออกมารับลมหนาวที่พัดผ่านรอบๆตัวเธอ
มีรถยนต์ คันหนึ่ง วิ่งผ่านเธอไป
ยูจิน และ ซังฮวก ไปถึง หลุมฝังศพ
ยูจิน สงสัยว่า มีใครเอาช่อดอกไม้มาที่หลุมฝังศพนี้ก่อนหน้าเธอ
เธอไม่ได้บอกแม่ ซังฮวก บอกว่า อาจเป็นเพื่อนของพ่อ ยูจิน
ยูจิน บอกว่า ไม่เคยมีใครมาเยี่ยมพ่อตอนวันเกิดมาก่อนเลย
ยูจิน วางช่อดอกไม้ของเธอ ลงข้างๆ ช่อ ที่วางอยู่ก่อน รินเหล้าเซ่นไหว้และแสดงความเคารพ
ซังฮวก คุกเข่าลง บอกว่า : ผมเองครับ ผม ซังฮวก ครับ เราจะแต่งงานกันเดือนหน้านี้ครับ
คุณพ่อครับ ผมสัญญาว่า จะดูแล ยูจิน อย่างดี คุณพ่ออวยพรให้เรานะครับ

ทังคู่ ไปที่บ้านของ ยูจิน
ซังฮวก มอบเงินให้แม่ของ ยูจิน ใช้เตรียมงานแต่งงาน ยูจิน หยิบซองคืน ซังฮวก
แต่ ซังฮวก บอกว่า : ยูจิน ฉันขอร้องล่ะ แล้ว ยื่นให้แม่อีกครั้ง
และบอกว่า : ผมอยากให้จริงๆนะครับ เป็นเงิน ที่สะสมมาจากเงินเดือน คุณแม่โปรดรับไว้จัดงานแต่งเถอะนะครับผมจะได้สบายใจ
ตอนแรกแม่ของ ยูจิน ก็ลังเล แต่ด้วยความซาบซึ้งในน้ำใจ ของ ซังฮวก จึงยอมรับเงินนั้นไว้

เมื่อขึ้นรถกลับออกมาจากบ้านของยูจิน
ซังฮวก ถาม ยูจิน ว่า : นี่เธอโกรธฉันเหรอ
ยูจิน เงียบ
ซังฮวก : ยูจิน เธอโกรธฉันจริงๆเหรอ
ยูจิน : เปล่าหรอก ฉันแค่
ซังฮวก : แค่อะไร
ยูจิน : ก็เธอน่ะ ทั้งอ่อนโยนและก็แสนอบอุ่น แต่บางทีเธอก็เหมือนเป็นคนอื่น
เธอตัดสินใจอะไร โดยไม่ได้ถามฉันซักคำ มันแปลกมั๊ยล่ะ ฉันเลยไม่รู้จะทำตัวอย่างไร
ซังฮวก ดูเหมือนจะเข้าใจความรู้สึกของ ยูจิน ดีขึ้น จึงยิ้ม : ให้ฉันบอกเธอดีมั๊ย ก็มากับฉันก็พอน่า เธอเชื่อใจฉันมั๊ย
ยูจิน ยิ้มตอบ

ซังฮวก : แหมวันนี้อารมณ์ดีจังเลย นี่ ยูจิน ไปขับรถเล่นกันหน่อยดีม๊ย เปิด เก๊ะ ดูสิ หยิบแผนที่มาหน่อย ไปที่อื่นที่ไม่ใช่ ชุนชง กันดีกว่า
ยูจิน หยิบแผนที่ ออกมาจากช่ องเก็บของ มีโปรชัวร์ คอนเสริต์ ของ คัง มุยฮี ติดออกมาด้วย
ซังฮวก : นั่นน่ะเหรอ ฉันไปดูคอนเสิรต์มาด้วยนะ เขาเป็นนักเปียโน ที่ไม่ได้กลับมาที่นี่ตั้ง 10 ปี แล้ว
ยูจิน : เขาเป็นนักเปียโน เหรอ
ซังฮวก : ทำไม เธอรู้จักเขาเหรอ
ยูจิน หันไปมองซังฮวก : ก็เขาเป็นคุณแม่ของ มินฮุง
ซังฮวก เริ่มไหววูบ ขับรถ ลงไปจอดแอบข้างทาง เบรกอย่างแรง จน ยูจิน หน้าคะมำ และตกใจ

ยูจิน : ซังฮวก
ซังฮวก : เธอหมายความว่ายังไง คัง มุยฮี เป็น แม่ของ มินฮุง หรือ
ยูจิน : ใช่
ซังฮวก : เธอแน่ใจได้ยังไง
ยูจิน : ก็ฉันเคยพบเขาครั้งหนึ่ง
ซังฮวก แว่วเสียงพ่อของตัวเองขึ้นมาว่า : ก็เด็กที่ชื่อ คั งจุนซาง ที่มาหาฉันเมื่อ 10 ปีก่อน ฉันนึกว่าเป็นลูกเธอซะอีก
ซังฮวก ร้อนใจ ขึ้นทันที
ยูจิน เรียก : ซังฮวก
ซังฮวก : เอ้อ...ฉันตั้งใจจะไปเอาของกับเพื่อน ที่โรงเรียนเก่า จะเป็นไรมั๊ยถ้าคืนนี้เราจะกลับดึกหน่อย
ซังฮวก หักพวงมาลัยรถ เลี้ยวกลับไปทางเดิม เมื่อ ถึง บริเวณ ทางลง ไปที่หมู่บ้าน ซังฮวก บอก ยูจินว่า : เธอไปรอฉันที่บ้านนะ เดี๋ยวฉันไปรับ
ยูจิน : ได้ ถ้าจะมาช้าก็โทรมานะ
ซังฮวก : เอ้อ... ได้สิ
ยูจิน ปลด เข็มขัดนิรภัย ลงจากรถ มอง ซังฮวก ที่ขับรถออกไปอย่าง งง งง
มีรถเมล์ จอดลง ข้างๆตัว ยูจิน ยูจิน ก้าวขึ้นไปนั่ง ท้ายรถเมล์ เหมือนเมื่อ 10 ปี ที่แล้ว เปิดกระจกออก ลมหนาวพัดกรู กันเข้ามา
ซังฮวก โทรศัพท์ ไปหา แชรีน
แชรีน : อ้อ.... มีอะไรหรือ
ซังฮวก : ฟังนะ แล้วบอกฉันมาตามตรง เธอไปเจอ ลี มินฮุง ที่ ฝรั่งเศส จริงๆ เหรอ
แชรีน : ใช่ เธอถามทำไมเหรอ
ซังฮวก : แล้วเขาโตในอเมริกา จริง ๆเหรอ
แชรีน : ทำไมเธอถึงอยากรู้นักล่ะ
ซังฮวก : งั้นเขาก็คงไม่เกี่ยวอะไร กับ จุนซาง
แชรีน : ซังฮวก ทำไมต้องทำต้องทำแบบนี้ด้วย
ซังฮวก : หมายความว่ายังไง
แชรีน : เมื่อ สองวันก่อน มินฮุง ก็พูดถึง จุนซาง วันนี้เธอก็มาพูดอีก ทำไมถึงต้องทำแบบนี้ มันมีเรื่องอะไร งั้นเหรอ
ซังฮวก : มินฮุง ถามถึง จุนซาง งั้นเหรอ งั้นแค่นี้นะ

แชรีน วางโทรศัพท์ลง ทำท่าทางครุ่นคิด
จินซุก ที่อยู่ใกล้ๆ ถาม ว่า : เป็นอะไรไปเหรอ ซังฮวก เขาว่าไงหรือ
แชรีน ลุกขึ้นยืน : ฉันจะไปข้างนอกก่อนนะ แล้วเดินออกไปอย่างรวดเร็ว ชน จินซุก จน จินซุก ต้องผงะถอยหลัง

แชรีน ไปที่ บริษัท มาร์เชี่ยน
พนักงาน : สวัสดีค่ะ วันนี้ท่านไม่เข้า ออฟฟิศ ค่ะ
แชรีน : ไปสกีรีสอร์ตเหรอ
พนักงาน : เปล่าค่ะ เห็นท่านบอกว่าจะไปมะรืนนี้น่ะค่ะ
แชรีน : แล้วเธอรู้หรือเปล่าว่าเขาไปไหน
พนักงาน : ฉันไม่ทราบค่ะ

ซังฮวก ไปที่โรงเรียน และไปหาครู การ์การ์เมล
ถูกครูจอมมาร ต่อว่าต่อขาน บรรดาศิษย์ ที่แต่งงาน แล้ว ไม่มีใครบอก ครู ซังฮวก รีบแก้ตัวว่า เพิ่งกำหนดวันงาน อาจารย์ต้องไปให้ได้นะครับ
ซังฮวก ไปหา การ์การ์เมล เพื่อ ให้ ช่วยพาไปขอดู ประวัติ ของ คัง จุนซาง
การ์การ์เมล ยอมช่วย เพราะตามระเบียบแล้วประวัติของนักเรียน จะให้ใครดูไมได้ นอกจากคนในครอบครัวเท่านั้น
เจ้าหน้าที่ถามชื่อของ นักเรียนที่ต้องการค้นหา เมื่อทราบว่า ชื่อ คัง จุนซาง ก็ หยิบเอกสารออกมา โดยไม่ต้องเสียเวลาค้นหา
การ์การ์เมล : อ้าวไหนว่าต้องใช้เวลาค้นหาไง
เจ้าหน้าที่ : อ๋อ ก็เมื่อครู่นี้มีคนมาขอดูน่ะครับ
ซังฮวก ชะงัก เงยหน้าจากแฟ้ม มองเจ้าหน้าที่ ถามว่า : ใครครับ
เจ้าหน้าที่ : ผู้ชายคนหนึ่ง แต่ผมให้เขาดูไม่ได้ เพราะเขาไม่ใช่ ญาติ เขาเลยขอร้องให้ผมบอกที่อยู่ ผมก็เลยให้เขาไปน่ะครับ
ซังฮวก เปิดแฟ้มประวัติ ของ คัง จุนซาง ไล่ดูรายชื่อ แล้ว ซังฮซก ก็แตกตื่น

มินฮุง รู้ว่า คัง จุนซาง เคยเรียนในโรงเรียนมัธยมปลายที่ชุนชง
มินฮุง เริ่มสนใจอยากรู้เรื่องราว ของ คัง จุนซาง มากขึ้นเรื่อยๆ จึงไปขอดูแฟ้มประวัติของ คัง จุนซาง ที่โรงเรียน
ต้องลำบากแทบแย่ กว่าจะได้ที่อยู่ของ คัง จุนซาง มา
มินฮุง ถือแผ่นกระดาษ ที่อยู่ ของ คัง จุนซาง เดินเหลียวซ้ายแลขวา มาจนหาบ้านของ คัง จุนซาง พบ
มินฮุง มอง ประตูบ้าน และแผ่นกระดาษในมือ ให้แน่ใจ จึงลองผลักบานประตูรั้ว ดู
ช่างโชคดี ที่ประตูไม่ได้ล๊อกกุญแจไว้ ประตูเปิดออกตามแรงผลัก
มีสวนหน้าบ้าน น่าแปลกใจที่ มินฮุง รู้สึกว่า ตนเอง คุ้นเคยกับสถานที่นี้มาก เหมือนกับ เขาเคยมาที่นี่
มินฮุง เปิดประตูบ้านเข้าไป ไม่ได้ล๊อก อีกเช่นเคย มินฮุง ก้าวเข้าไปภายใน แล้วมองดูรอบๆ
สายตาหยุดที่เปียโนซึ่งเก่ามาก แผงปิดฝาคีย์ก็เปิดไว้
มินฮุง ก้าวเข้าไปหาอย่างระมัดระวัง แล้วเอื้อมมือไปกดแป้นคีย์ เสียงเปียโน ดังขึ้น แล้ว ก็ มี เสียงดัง กุกกัก ดังขึ้นหน้าประตูห้อง
มินฮุง หันไปมองที่ประตู เป็น คัง มุยฮี แม่ของ มินฮุง นั่นเอง
สายตาของ มินฮุง ประสานสายตาของแม่ ทั้ง สองคน ต่างตกตะลึง พูดอะไรไม่ออก เมื่อ เห็นซึ่งกันและกัน
แล้ว มินฮุง ก็เป็นฝ่าย อุทาน ขึ้นก่อน ว่า แม่ครับ คัง มุยฮี ก็ อุทานว่า มินฮุง

ที่โรงเรียน
ซังฮวก เปิดแฟ้มประวัติ ของ คัง จุนซาง ไล่ดู รายละเอียดในบรรทัดต่างๆ
จนถึง ชื่อ ผู้ปกครองของ คัง จุนซาง แล้ว ซังฮวก ก็แตกตื่น กับชื่อ ของ คัง มุยฮี

ในขณะที่ มินฮุง ก็ เปิด ประตูบ้านของ คัง จุนซาง วิ่งออกมาจากบ้าน มี คัง มุยฮี วิ่งตามออกมา ส่งเสียงเรียก : จุนซาง ...จุนซาง
มินฮุง วิ่งออกมาไม่เหลียว ดู แม่ ตรงไปเปิดประตูรถ ก้าวขึ้นไปนั่ง สตาร์ท รถ แล้ว ขับ ออกมาอย่างรวดเร็ว
คัง มุยฮี : จุนซาง
คัง มุยฮี ที่วิ่งตามออกมา ได้แต่เรียก จุนซาง แล้วก้มหน้าร้องไห้อยู่ตรงนั้น

ซังฮวก ไม่อาจเชื่อได้เลยว่า ลี มินฮุง คือ คัง จุนซาง
คัง จุนซาง ยังมีชีวิตอยู่ในร่าง ของ ลี มินฮุง ซังฮวก รู้สึกว่าเรื่องราวทั้งหมด เหมือนเป็นความฝัน
เขาไม่อาจทำใจเชื่อได้เลย ซังฮวก พอรู้สึกได้ว่าในตัว ลี มินฮุง ก็มีลักษณะ ของ คัง จุนซาง อยู่
ซังฮวก เริ่มรู้สึกถึงตัวตนของ คัง จุนซาง ใน ลี มินฮุง ขึ้นมาอย่างชัดเจน
ที่แท้ ก็เป็นเช่นนี้เอง เป็นอย่างนี้นี่เอง
แล้ว ยูจินจะเปลี่ยนไปยังไง จะถูกแย่งตัวไปอีกหรือเปล่า
ซังฮวก รู้สึก ว้าวุ่น สับสน รีบออกจากโรงเรียน แต่ละก้าวย่างรู้สึกเหมือนไม่เป็นความจริง ราวกับอยู่ในฝัน

ซังฮวก กระหืดกระหอบ วิ่ง ขึ้นบันไดบ้าน ของแม่ ยูจิน ปากก็ร้องร้องเรียก : ยูจิน ยูจิน
แม่ของ ยูจิน ออกมา ทักอย่าง แปลกใจ และบอกว่า ยูจิน โทรศัพท์มาบอกว่า อยู่ที่ทะเลสาบ และถามว่า ทำไมมีอะไรหรือ
ซังฮวกไม่ตอบคำ แม่ วิ่งออกไปจากห้อง ทันที
ที่ทะเลสาบ

ยูจิน และเสียงเพลง memory

ยูจิน เดินไปตามแนวต้นไม้ริมทะเลสาบ ซึ่งอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความหลังร่วมกับ จุนซาง ที่นี่
ที่เคยซ้อนท้ายจักรายาน กับ จุนซาง
แต่ ยูจิน กลับ อึงอลด้วยเสียงแผ่วเบาระคนเศร้าใจของ มินฮุง
“ ดูสิ มันสวยมากเลยนะ ที่นี่สวยจะตาย แต่คุณน่ะเห็นอะไร คุณกลับเห็นแต่ความทรงจำที่แสนเศร้า”
ยูจิน แหงนมองเบื้องบน แล้ว ก้มหน้าลง
มองไปที่ผืนน้ำ ยูจินมองแสงตะวันที่สาดส่องลงมากระทบสายน้ำ ส่งประกายระยิบระยับ
แล้ว ยูจิน ก็มองเห็นเงา เลือน เลือน ของใครบางคน ย้อนแสงเข้ามา
แต่แล้ว ภาพนั้นก็ชัดขึ้น เป็น รูปร่างหน้าตา ของ มินฮุง จริงๆ ที่กำลังเดินเลียบริมทะเลสาบ
มินฮุง เงยหน้าขึ้นมาพอดี และประสานสายตา กับ ยูจิน ต่างมองเห็นกัน และ กัน ชัดแล้ว ทั้งสอง จ้องกัน เหมือนถูกตรึง
มินฮุง เดินขึ้นมาหา ยูจิน
ยูจิน : บังเอิญจังเลยนะคะ ไม่นึกเลยนะคะว่าจะได้เจอคุณที่นี่ คุณมาสูดอากาศเหรอคะ
มินฮุง จ้องมอง ยูจิน ไม่ตอบคำถามของ ยูจิน
มินฮุง รู้สึกสับสนและว้าวุ่นใจ “ ฉันคือ คัง จุนซาง หรือ “
มินฮุง ยังคงพูดอะไรไม่ออก มอง ยูจิน อย่าง งุนงง จน ยูจิน รู้สึก ประหลาดใจ
ยูจิน : มินฮุง คุณเป็นอะไรไป
มินฮุง : ยูจิน ... เว้น ระยะ..ผม.... ดูแปลกมั๊ย
ยูจิน รู้สึกเป็นห่วง
มินฮุง ลดสายตาลงจากใบหน้าของ ยูจิน : ผมดูแปลก ๆ มั๊ย
ยูจิน : มีเรื่องอะไรเหรอคะ
มินฮุง ไม่ตอบ
ยูจิน : มินฮุง
มินฮุง เงยหน้ามอง ยูจิน และราวกับตัดสินใจแล้ว : ยูจิน ......หากว่าผม.... ถ้าเกิดผม... แล้ว มินฮุง ก็ พูดต่อไม่ออก
ยูจิน มองหน้า มินฮุง แล้วก็มีเสียง เรียก ยูจิน เป็น ซังฮวก ที่ ส่งสียงเรียก ยูจิน และเดินเข้ามาหา
ยูจิน : ซังฮวก เธอรู้ได้อย่างไรว่าฉันอยู่ที่นี่
ซังฮวก เดินเข้ามา สายตา มองที่ มินฮุง ตลอดเวลา
แล้วหันไปตอบ ยูจิน ว่า : แม่เธอบอกว่า เธออยู่ที่นี่
แล้วหันมาทาง มินฮุง : เจอกันอีกแล้วนะ ลี มินฮุง ซังฮวก จงใจ เน้น คำ ว่า ลี มินฮุง สามคำนี้ชัด ๆ
ยูจิน : เราบังเอิญมาเจอกันที่นี่น่ะ
ซังฮวก หันไปทาง ยูจิน : เย็นมากแล้วเรากลับกันเถอะ
ยูจิน อึกอัก เบี่ยงตัวหลบสายตา ลง : เอ้อ..เอ้อ..
ซังฮวก : เราขอตัวก่อนนะครับ
ซังฮวก คว้า มือ ยูจิน รีบเดิน ออกไปอย่างเร่งรีบ ยูจิน เหลียวมอง มินฮุง
มินฮุง ยืนนิ่ง แววตา ปวดร้าว
ยูจิน และ ซังฮวก ค่อยๆ เดินห่างออกไป

มืดแล้ว มินฮุง ยืนอยู่ข้างรถ ในท่ามกลางความสลัวลาง
มินฮุง กำลังนึกถึงเหตุการณ์ที่บ้านของ จุนซาง
คัง มุยฮี : มินฮุง
มินฮุง : แม่ครับ แม่มาที่นี่ได้ยังไงครับ ที่นี่มันบ้านของ คัง จุนซาง
ไหน แม่บอกว่า แม่ไม่รู้จักเขา ก็แม่บอกผมแบบนั้นไง
คัง มุยฮี มีสีหน้าเหมือนคนสิ้นหวัง ทำท่าหันตัวกลับ มินฮุง ขยับตัวตามอย่างรีบร้อน : แม่ครับ
แล้ว ก็ชน กับโต๊ะ ที่อยู่ใกล้ มีสิ่งของอย่างหนึ่งล้มลงบนพื้น
คัง มุยฮี หันมามองตามเสียง ก็ยิ่งตกใจ หนักขึ้นไปอีก
มินฮุง ก้มลงมอง เป็นภาพของ คัง มุยฮิ แสดง ดนตรี
มินฮุง : นี่อะไรกัน ทำไม มันมาอยู่ที่นี่ รูปแม่มาอยู่ที่บ้าน คัง จุนซาง ได้ยังไง
นี่มันอะไรกัน ตอบผมมาสิครับแม่
ใคร คือ คัง จุนซาง เขาคือใคร แล้วผมเป็นใคร ใคร คือ ลี มินฮุง แล้ว ผมเป็นใคร
มินฮุง ถามเสียงดัง อย่างร้อนรน ระคนขวัญเสีย อย่างไม่เคย เป็นมาก่อน
คัง มุยฮี จนปัญญาจะบ่ายเบี่ยงได้แล้ว ตอบคำถามด้วยเสียงสั่นเครือ : แม่ ขอโทษ แม่ขอโทษ จริงๆ นะ จุนซาง
มินฮุง ทั้งตระหนก ทั้งตะลึง : ผม คือ ผมคือ คัง จุนซาง เหรอ
มินฮุง : ผมคือ คัง จุนซาง จริงๆเหรอครับ
แม่ ไม่ได้ ตอบคำอะไร สีหน้าบอกการยอมจำนน
มินฮุง เปิดประตูบ้าน และวิ่งออกมาข้างนอก ไปขึ้นรถ
แม่ วิ่งตามออกมา ได้ แต่ พร่ำเรียก : จุนซาง จุนซาง
น้ำเสียงของ คัง มุยฮี เศร้าสลด เสียงนี้ ดังกังวานกลางอากาศที่เย็นยะเยือกในฤดูหนาว แล้วเงียบหายไปโดยไม่มีเสียงสะท้อนกลับ
ใน รถของ ซังฮวก
ซังฮวก ขับรถด้วยความเร็ว ด้วยแรงอารมณ์ เหมือนมีคนไล่หลังมา
ยูจิน : ซังฮวก ขับช้าๆ หน่อยได้ไหม มันอันตรายนะ ช้า ๆ หน่อยก็ได้
ซังฮวก แสดงกิริยาที่ไม่ปกติอย่างมาก จนมาถึงทางรถไฟ ที่รถไฟกำลังวิ่งผ่าน
ซังฮวก จอดรถไว้ข้างทาง ซังฮวก ลงมาจากรถ
ยูจิน เปิดประตูรถตามลงมาด้วย
ซังฮวก จุดบุหรี่ด้วยมือที่สั่นเทา สูดควันบุหรี่ลึกๆ
ยูจิน : เธอสูบบุหรี่ ตั้งแต่เมื่อไร
ซังฮวก ไม่ตอบ อัด บุหรี่เข้าปอดเต็มที่
ยูจิน : ฉันไม่รู้ว่าเธอคิดอะไรอยู่ แต่ว่าฉันเจอ มินฮุง โดยบังเอิญจริงๆนะ
ซังฮวก พยักหน้า ไม่ได้ทำท่าเกรี้ยวกราด : ฉันรู้
ยูจิน : เธอไม่เข้าใจนะ
ซังฮวก ยกบุหรี่ขึ้นอีก พยักหน้าน้อยๆ
ซังฮวก : นี่ เธอชอบ ลี มินฮุง ตรงไหนเหรอ เพราะเขาแค่ หน้าตาเหมือน จุนซาง
เธอคงไม่ได้รักเขา แค่เพราะเขาหน้าเหมือน คัง จุนซาง ใช่ มั๊ย
ยูจิน : ซังฮวก
ซังฮวก หันมามอง ยูจิน เต็มตัว : เธอรู้สึกยังไงกับเขาบอกฉันได้มั๊ย
ยูจิน ไม่ตอบ
ซังฮวก : มันตอบยากนักเหรอ
ยูจิน มอง ซังฮวก : ฉันขอโทษ
ซังฮวก อัดบุหรี่อีก ตั้งคำถามใหม่ว่า : งั้น แล้วเธอจะทำยังไง ถ้าหากว่า คัง จุนซาง เขายังอยู่
ยูจิน : เธอพูดเรื่องอะไรน่ะ
ซังฮวก : ฉันก็แค่สงสัย ถ้าเกิดว่า จุนซาง ยังมีชีวิตอยู่ แล้วเธอจะยังอยู่เคียงข้างฉันไหม
ยูจิน เอื้อมมือไปดึงบุหรี่ออกจากมือของ ซังฮวก ทิ้งลงพื้น ใช้ เท้า ดับบุหรี่ แล้วกอด ซังฮวก : ซังฮวก เราอย่าพูดเรื่องนี้อีกเลยนะ จุนซาง น่ะ เขาตายไปแล้ว
ซังฮวก พยักหน้าบนไหล่ของยูจิน : ใช่...ใช่แล้ว .. จุนซาง ตายไปแล้ว
คำพูดของ ยูจิน ไม่อาจปลอบโยน ซังฮวกได้ ซังฮวก ว้าวุ่นใจ กลัวว่า ยูจิน จะถูกแย่งไปอีก
มินฮุง ไปหา คุณหมอ อัน ที่เคยดูแล ครอบครัว ของ ตนอยู่ แล้วได้ความจริงมาว่า
คุณหมอ : ทุกคนคิดว่าคุณตายแล้ว คุณอยู่ในขั้น โคม่า 2 เดือน และสูญเสียความทรงจำไปหมด หมอเลยเติมความทรงจำ ใหม่ ให้ คุณ เป็น ลี มินฮุง ตามที่แม่คุณขอ การสะกดจิต ปกติ จะใช้ในการฟื้นความทรงจำ แต่ case ของคุณ มันกลับกัน

มินฮุง กลับมาจากโรงพยาบาล ที่คุณหมอ อัน ทำงานอยู่ มินฮุงได้รู้ว่า ตนเองเสียความทรงจำไป
และจากการบำบัดด้วยวิธีสะกดจิต
ช่วงเวลา สิบปีที่ผ่านมานี้ คัง จุนซาง มีชีวิต ในร่างของ ลี มินฮุง เรื่องนี้ ทำให้ มินฮุง รู้สึก วังเวงใจ
หลังจากสะสางความคิดของตนเองได้แล้ว
มินฮุง กลับไปที่บ้าน ของ คัง จุนซาง อีกครั้ง
เวลาผ่านไปถึง สิบปี แล้ว มินฮุง ถึงได้พาตนเองกลับมาสู่ตำแหน่งเดิม
มินฮุง นั่งลงที่โต๊ะ ที่ จุนซาง เคยใช้ เมื่อเปิดลิ้นชัก ก็พบกระเป๋าเงินใบหนึ่งข้างในมีภาพของ คัง จุนซาง ในวัย 18 ปี
มินฮุง รู้สึก ได้ยินเสียงของ ยูจิน ดังขึ้นมาจากภาพนั้น
“ มีผู้ชายคนหนึ่งเดินทางไปดินแดนแห่งเงา ที่นั่นไม่มีใครยอมพูดกับเขาเลย ทุกคนทำหน้าตาปั้นปึ่งใส่เขา เขาก็เลยว้าเหว่มาก “
มินฮุง มองภาพนั้น แล้วเงยหน้าไปที่เพดานห้อง เพื่อกล้ำกลืน น้ำตาของตัวเอง
มินฮุง รู้แล้วว่า ชายคนนั้น ชายในดินแดนแห่งเงา ก็ คือตัวเขา นั่นเอง ( โถ..........มินฮุง และ จุน ชาง)
ซังฮวกไปหา มินฮุง ที่บริษัท มาร์เซียน ได้รับคำตอบว่า มินฮุง ไม่อยู่ ซังฮวก เลยฝากนามบัตรไว้
หาก มินฮุง กลับมา ขอให้ พนักงานสาว ผู้นั้น โทรศัพท์บอกเขาด้วย : ผมมีเรื่อง สำคัญ
พนักงานสาว รับคำว่า ได้ค่ะ

พอ ซังฮวก เปิดประตูออกมา ก็ พบกับ แชรีน ที่กำลัง จะเข้ามาในห้องพอดี

แชรีน ถามว่า ซังฮวก ว่า มาทำอะไรที่นี่ ซังฮวก ทำท่าจะตอบแล้วเปลี่ยนใจ ทั้งคู่เลยไปดื่ม กาแฟที่คอพฟฟี่ช้อป
แชรีน : เธอมีเรื่องอะไรเหรอ วันก่อนเธอโทรถามฉัน เรื่อง มินฮุง ตกลงว่ามันเรื่องอะไรเหรอ บอกฉันมาสิ
ซังฮวก : ฉันไม่แน่ใจว่าเขาเลิกกับ ยูจิน จริงๆ ฉันก็เลย กังวล เลยทำผิดกับ มินฮุง
เราไปชุนชงกัน ตอนวันเกิดพ่อของ ยูจิน แล้วไปเจอเขาใกล้ๆ บ้าน ยูจิน แต่ว่ามันเป็นเหตุบังเอิญน่ะ
แต่ ฉันคิดมาก เลย รีบพา ยูจินกลับ ฉันรู้ตัวว่า ทำ กิริยาไม่ดีไป ก็เลย แวะมาขอโทษเขาน่ะ เชื่อฉัน ซี
แชรีน ทำท่าคลางแคลง ใจ
ซังฮวก ย้ำว่า : อย่าเอาไปบอกใครล่ะ ฉันอายเขา
ยูจิน อยู่กับจินซุก และโทรศัพท์ ไปหา ซังฮวก แต่ ซังฮวก ไม่รับสาย : เขาน่าจะรู้ว่า วันนี้เรามีนัดไปลองชุด แต่งงานนี่นา
แชรีน เข้ามา และวัดตัว ยูจิน โดยให้ จินซุก ช่วย จด ขนาดตัวของ ยูจิน
แชรีน ชวนคุยว่า : ได้ยินว่าเธอไปเจอ มินฮุง ที่ ชุนชงเหรอ
ยูจิน : เราก็แค่ บังเอิญ มาเจอกันน่ะ
แชรีน : ฉันรู้ ว่าแต่ มินฮุง ไปชุนชง ทำไมหรือ เมื่อวานฉันเจอ ซังฮวก ที่มาร์เชี่ยน ด้วยล่ะ
ยูจิน แปลกใจ : ที่มาร์เซี่ยน เหรอ
แชรีน : ใช่ นั่นก็แปลว่า ซังฮวก ยังกังวลใจ เรื่องของ มินฮุง อยู่นะ ฉันไม่อยากก้าวก่าย แต่เธอน่าจะแคร์เขาหน่อยนะ
เธอน่ะเป็นคนจิตใจดี แต่บางครั้งก็ชอบโลเล แถมบางครั้งก็ไม่คอยนึดถึงว่า คนอืนรู้สึกอย่างไร
( เอ... ท่าจะจริง อย่าง แชรีน ว่า นะนี่ คุณนางเอก ยูจิน)
เมื่อวัดตัวเสร็จ ยูจิน ก็ ออกจากร้านแชรีน จินซุก จะพา ยูจิน ไปเลี้ยงข้าว

ซังฮวก นั่งพิงพนักเก้าอี้ ใช้ความคิดในห้องส่ง มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น : ครับ เขากลับมาแล้ว เหรอครับ ครับ โอเค ครับ
มินฮุง เข้ามาที่บริษัท มาร์เชียน
มินฮุง หยุดมองภาพ จิกซอว์ อย่างเงียบ ๆ ครู่หนึ่ง
รูปเรือ ที่ชายฝั่งน้ำ รูปเดิม
เรื่องราวที่ มินฮุง อยากจดจำไว้ มีมากมายเหลือเกิน
คุณคิม ส่งเสียงทักว่า : โอ๊ะ ..โอ๋ ... นี่มันใครกันเอ่ย...
มินฮุง หลับตาลง เมื่อ ได้ยินเสียงนี้ หันไปตามเสียง
( โธ่ คง กำลัง อยากอยู่เงียบๆ เรียบเรียงความทรงจำอันมากมาย ที่เลือนหายไปอยู่ละมั้ง)
คุณคิม : คุณหายไปไหนมาเหรอ
มินฮุง : ไปตามหาคน
คุณคิม : ใครเหรอ ...
มินฮุงไม่ตอบ หัน หน้าหนี คุณคิม เดินไปที่โต๊ะทำงาน
คุณคิม ทำเสียงถอนหายใจ เฮ้อ.... ไดเรคเตอร์ลี นี่ ทำไม ไม่หาตัวเองให้เจอ ก่อน ก่อนที่จะไปหาคนอื่นเขาน่ะ
ดูตัวเองเสียก่อน สิ จริงสิ มีเรื่องด่วน ที่คุณต้องรีบเซ็นต์ด่วนเลยทีเดียว
คุณคิม ก้มลงที่ โต๊ะ ของ มินฮุง เปิดแฟ้ม งาน ไปด้วย : แล้วผมค่อยรายงานที่หลัง คุณจะได้รีบกลับบ้าน
มินฮุง หยิบ เอกสารงานขึ้นมา คุณ คิม ส่งปากกา ให้
มินฮุง ชะงัก เมื่อ เห็น ชื่อ ในช่อง ที่ให้ลงนามที่มีตัวอักษร พิมพ์ ไว้ว่า ลี มินฮุง
คุณคิม : ทำไมไม่เซ็นต์ล่ะครับ
มินฮุง วาง เอกสาร และปากกาลง มินฮุง ไม่อาจเซ็นชื่อ ลี มินฮุง ได้ แล้วก็หันหลังเดินออกไปจากห้อง
คุณ คิม ยืนงง ได้แต่ : อ้าว ... นี่ ....
มินฮุง ขับรถ ออกจากบริษัท ซังฮวก ที่จอดรถรออยู่ข้างนอก รีบขับรถ ตาม มินฮุง ไป
มินฮุง ออกมาจากลิฟท์ ก็ได้ยินเสียงว่า : คุณ ลี มินฮุง ผมมาคุยกับคุณครับ ผมมีอะไรจะบอก
มินฮุง ไม่สนใจ คงเดินต่อไปเรื่อยๆ
ซังฮวก เรียกอีกครั้ง : ลี มินฮุง
มินฮุง ก็ยังไม่สนใจ เดินไปตามปกติ ซังฮวก เดินตามมา : คัง จุนซาง นั่นคุณใช่มั๊ย
มินฮุง ชะงัก หันมามอง ซังฮวก

จินซุก และ ยูจิน ที่ร้านอาหาร
จินซุก รินเหล้า ส่งเสียงเมา เฮ้อ... ชื่น ใจ ชื่นใจ ไม่ต้องคิดมากเรื่องที่ แชรีน พูดวันนี้หรอกนะ ซังฮวก เขาต้องเชื่อใจเธอแน่
ยูจิน : ซังฮวก เขาถามฉันว่า ฉันชอบ ลี มินฮุง ที่ตรงไหน ฉันตอบเขาไม่ได้ ฉันจะอธิบายออกมาเป็นคำพูด ได้ยังไง เวลาฉันมอง จุนซาง ฉันรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างในตัวฉัน มันบอกไม่ถูก เหมือนหัวใจฉัน จิตวิญญาณฉัน พร้อมใจกันอ้าแขนรับเขา ฉันนึกว่านั่นคือ รัก และนั่น คือ โชคชะตา ตั้งแต่ จุนซาง ตายไป ฉันไม่นึกเลยว่าตัวฉัน จะรู้สึกแบบนั้นได้อีก ไม่รู้เป็นแบบนั้นได้ยังไง แปลกมากเลย แต่พอมาเจอ มินฮุง ฉันก็รู้สึกแบบนั้นอีก หัวใจฉันเต้นแรงทุกครั้งเวลาที่อยู่ใกล้ๆเขา มันเหมือนตอนที่อยู่กับ จุนซาง เขาทำให้ฉันรู้สึกแบบนั้นอีกครั้งน่ะ มันเป็นไปได้ยังไง ในเมื่อเขาเป็นคนละคนกัน แต่หัวใจฉัน รู้สึกว่า มินฮุง กับ จุนซาง เป็นคน คนเดียวกัน มันอาจจะฟังดูแปลกๆ นะ แต่ว่าเขาสองคน เหมือนเป็นคน คนเดียวกัน อย่างน้อยฉันรู้สึกอย่างนั้น จริงๆ

ซังฮวก เข้าไปในห้องของ มินฮุง ยืนข้างหลัง มินฮุง
ซังฮวก : ผมรู้แล้ว ว่าคุณ รู้
ผมรู้ว่าเป็นคุณ ตอนได้ยินว่ามีคนมาถามข่าว คัง จุนซาง ที่โรงเรียน
คุณกลับมาทำไมอีก คุณลืมได้อย่างไร ว่าคุณ คือ คัง จุนซาง คุณเสียความทรงจำเพราะอุบัติเหตุหรือ ใช่มั๊ย ใช่มั๊ยล่ะ
มินฮุง : คุณต้องการอะไร
แล้ว มินฮุง ก็ หันมาทาง ซังฮวก : คุณมีจุดประสงค์อะไรถึงมาที่นี่
ซังฮวก : คุณ ลี มินฮุง ถึงคุณจะเป็น คัง จุนซาง มันก็ไม่ช่วยอะไรหรอก
ถึง คุณ จะใช่ คัง จุนซาง แต่ก็ไม่มีทางได้ ยูจิน ช่วยอยู่ห่างๆ เธอไว้ได้ไหม อย่าทำให้ ยูจิน ต้องเจ็บปวดอีกเลย
มินฮุง : ทำไมล่ะ คุณบอกว่าผม คือ คัง จุนซาง
คัง จุนซาง ไม่ใช่คนที่ ยูจิน ต้องการ จริงๆ หรอกเหรอ แล้วทำไม

ซังฮวก ตะโกนเสียงดัง : คุณไม่คู่ควรกับเขาหรอกน่า ไม่ว่าจะเป็น ลี มินฮุง หรือว่า คัง จุนซาง ก็ไม่คู่ควร
ยูจิน น่ะโง่เอง ที่รัก จุนซาง จริงๆ จังๆ ทั้งที่เขาแค่หลอกใช้เธอ คุณเป็นคนพูดเอง เพราะว่าคุณเกลียดผม คุณแค่หลอกใช้เธอนั่นคือสิ่งที่คุณพูด
มินฮุง : ผมจำอะไรไม่ได้เลย คัง จุนซาง พูดอย่างนั้นเหรอ ผมจำอะไรไม่ได้เลย ผมนึกไม่ออก แล้วผมหลอกใช้เธอ จริงๆ น่ะเหรอ
ซังฮวก คุกเข่า ลงตรงหน้า มินฮุง : อย่าไปยุ่งกับ ยูจิน อีกเลย ได้โปรด อย่าให้ ยูจิน ต้องลำบากใจอีก แค่ สิบปี ยังไม่พออีกหรือ ยังไม่พอเหรอที่ ยูจิน ต้องเจ็บปวด มาตั้ง สิบปีเต็มๆ ผมขอร้องล่ะ อย่ามายุ่งกับ ยูจิน อีก จะได้ไหม

จินซุก คุยว่า ยอดขายที่ร้านแชรีน ดี ก็เพราะจินซุก แต่ แชรีน คิดว่าฝีมือของ แชรีน เอง และชอบสั่งให้ จินซุก ชงกาแฟ อยู่เรื่อยเลย หมั่นไส้ชะมัด
จินซุก เมาเหล้าอีกตามเคย
เมื่อ กลับไปถึง อพาร์ทเม้นท์ ทั้งคู่ ก็พบว่า ซังฮวก นั่งคอยอยู่ที่ขั้นบันได
ยูจิน : ซังฮวก ทำไมมานั่งอยู่ที่นี่ล่ะ
ซังฮวก เดินเข้ามาหา ยูจิน และกอด ยูจิน เต็มแรง
ทั้ง ยูจิน และ จินซุก พากันตกใจ กับท่าทางของ ซังฮวก
มินฮุง นั่งดื่มเหล้าอยู่ในห้อง หมุนแก้วเหล้า ไปมา ปาก พึมพำ แผ่วๆว่า ลี มินฮุง ลี มินฮุง
มินฮุง เงยหน้าขึ้น พึมพำใหม่ว่า คัง จุนซาง
มินฮุง หลับตา ฟุบลงกับพื้นโต๊ะ
ที่ร้าน แชรีน
แชรีน กำลังจะออกไปตามนัดหมาย กับกลุ่มเพื่อนๆ กำลัง คุยโทร ศัพท์ว่า : ยูจิน กับซังฮวก จะมาสายหรือ
งั้น พวกเธอ กินกันไปก่อนแล้วกัน เดี๋ยวจะรีบตามไป
มินฮุง เปิด ประตูข้ามาพอดี แชรีน ดีใจ เดิน มาหา มินฮุง ถามว่า : คุณหายไปไหนมา ฉันเป็นห่วงคุณนะ ฉันคิดถึงคุณมากเลย
มินฮุง : ผมอยากมาถามอะไรคุณหน่อย
แชรีน : คุณ ทานข้าวเย็นหรือยัง งั้นเราไปกินข้าวกันเถอะ รอแป๊บนึงนะ เดี๋ยว ฉันโทร แคนเซิล เพื่อนๆ ก่อน
แชรีน พูดโทรศัพท์ : ฮัลโหล ยงกุ๊กเหรอ ขอโทษที ฉันมีธุระด่วน คงไปไม่ได้ ฝาก บอก ซังฮวก กับ ยูจิน ด้วย จะได้ มั๊ย
มินฮุง ได้ยิน จึง แย่ง โทรศัพท์ มาจาก แชรีน และพูด ต่อ ว่า : ฮัลโหล นี่ ลี มินฮุง นะ แชรีน เขาไปได้ ผมจะไปพร้อมกับเขาด้วย

ยงกุ๊ก นั่ง อยู่กับ จินซุก มอง โทรศัพท์ของ ตัวเอง อย่างแปลกใจ
จินซุก : เขาบอกว่าจะมาด้วยเหรอ
ยงกุ๊ก : หรือเขากลับไปคืนดีกับ แชรีน แล้ว
จินซุก : ไม่หรอกมั้ง คงไม่ใช่หรอก
ยงกุ๊ก : งั้นเกิดอะไรขึ้นกันแน่นี่

แชรีน ไม่อยาก ให้ มินฮุง ไปกินข้าวกับกลุ่มเพื่อน : เราไปกินกัน สองคนไม่ดีกว่าหรือ
พวกเขาอาจรู้สึกอึดอัด นะคะ ไหนบอกว่ามีอะไรจะถามฉันไง เราไปหาที่เงียบๆคุยกันดีกว่ามั๊ย
มินฮุง : ไม่ละ ผมว่ามีหลายคน ที่จะช่วยตอบคำถามผมได้
แชรีน : คุณอยากรู้อะไรกันแน่นะ มินฮุง
ทั้ง สี่คน คน นั่งร่วมโต๊ะ กันอย่าง น่า อึดอัด อย่าง แชรีน บอกไว้จริงๆ
จินซุก ทำลายความเงียบที่น่าอึดอัดนั้น ว่า : คือ ยูจิน กำลังจะแต่งงาน น่ะค่ะ เราเลยมาร่วมยินดีกับพวกเขา ก็เลย มาดื่มฉลอง ตามสบายนะคะ
มินฮุง : ดีจริง ๆ ที่ได้เจอเพื่อนเก่า มาพร้อมหน้ากัน พวกคุณอยู่ชมรมกระจายเสียงใช่มั๊ย
ยงกุ๊ก และ จินซุก ตอบพร้อมกัน ว่า ใช่
มินฮุง : แชรีน จินซุก ยงกุ๊ก ซังฮวก และก็ ยูจิน อ้อ ....ผมจำได้ว่า มีอีกคนหนึ่งด้วย
จินซุก และยงกุ๊ก หันมามองหน้ากัน
มินฮุง : เขาชื่ออะไรนะ นึกออกแล้ว คัง จุนซาง เขา ชื่อ คัง จุนซาง ใช่มั๊ย
ซังฮวก เข้ามายืน นอกห้อง มีกระจกกั้น
มินฮุง : แล้ว พวกคุณสนิท กับเขาหรือเปล่าล่ะ คงไม่ค่อยสนิท ละซี
ซังฮวก ก้าวเข้ามาที่ โต๊ะ
มินฮุง หันไปมอง ซังฮวก : อ้าวมาแล้วหรือครับ แล้ว ยูจิน ไม่มาด้วยกันเหรอ
ซังฮวก : คุณอีกแล้วเหรอ คุณ ลี
แล้ว ซังฮวก ก็นั่งลงข้างๆ ยงกุ๊ก
มินฮุง : แล้ว คัง จุนซาง คนนั้น เขากับ ซังฮวก สนิท กันมั๊ย
ซังฮวก หันมามองหน้า มินฮุง
แชรีน : พอทีเถอะ มินฮุง
มินฮุง : ทำไมล่ะ ก็แค่อดีต พวกเขาเคย ต่อย กัน รึยังไงไม่ทราบ ยงกุ๊ก เขาต่อยกับ ซังฮวก เหรอ
มินฮุง อยากรู้ ความสัมพันธ์ ระหว่าง จุนซาง กับ ซังฮวก ว่าเป็นอย่างไรกันแน่
ยงกุ๊ก ขยับตัว : ลี มินฮุง ทำไมคุณพูดถึงคนตายแบบนั้น ทำไมล่ะ ฮึ
มินฮุง ยิ้ม : คนตายเหรอ อ๋อ เหรอ เขาตายแล้วจริงๆหรือ
ซังฮวก มอง มินฮุง ยงกุ๊ก มอง ซังฮวก แล้ว มอง มินฮุง
ยงกุ๊ก : อะไรนะครับ
มินฮุง : มันน่าแปลกนะ ผมได้ยินว่าไม่มีใครได้ไปงานศพเขาเลย คุณแน่ใจได้ยังไงว่าเขาตายแล้วน่ะ
ซังฮวก : พอทีเถอะ มินฮุง

มินฮุง ไม่ได้คิดจะโทษคนอื่น ในการที่เขาเข้าใจผิด
มินฮุง เพียงแต่ รู้สึก เศร้าใจ ที่คนอื่นไม่ได้พยายามสืบหาความจริงว่า เพื่อนที่เคยคบกันมาเมื่อก่อนนั้น เสีย ชีวิต ไปแล้ว จริงๆ หรือไม่

มินฮุง : พวกคุณ เคยคิดกันบ้างหรือเปล่า เขาอาจจะยังไม่ตาย ก็ได้นะ ทำไมล่ะ บางทีเขาอาจจะเป็นโรค ความจำเสื่อม หรือไม่ก็เปลี่ยนชื่อ ซะใหม่ หรือเขาอาจเปลี่ยนชื่อ เป็น ลี มินฮุง ก็ได้นะ คุณเคยคิดบ้างหรือเปล่าล่ะ ว่า ผมอาจจะเป็น คัง จุนซาง
จินซุก ตาโต ถามอย่างซื่อๆว่า : คุณ คือ คัง จุนซาง หรือ
ลี มินฮุง จ้องตา กับ ซังฮวก อย่างแข็งกร้าว ทุกคน มอง ลี มินฮุง ด้วยสายตา ตื่นตระหนก
มินฮุง ทำท่า ไม่ใส่ใจ ยิ้มน้อยๆ ก่อนที่ จะหัวเราะ ออกมา : รู้สึกว่าเรื่องมันคงจะยุ่ง ถ้าหาก จุนซาง กลับมา
แล้ว มินฮุง ก็ลุกขึ้นยืน : แต่ว่า มันไม่ใช่แบบนั้นหรอก ครับ ขอโทษด้วย ที่ผม คือ ลี มินฮุง ขอตัวก่อนนะครับ
แล้ว มินฮุง ก็ ผละออกมา
มินฮุง เดินไปทางลิฟท์ ไม่หันหลังกลับ มินฮุง รู้ว่า บรรดา คนที่ฟังเขาพูดจน งวย งง นั้น จ้องตามหลังเขาอยู่ มินฮุง เดินออกมาอย่างสบายใจ
แชรีน ที่ตามออกมา แต่ไม่ทันการ มินฮุง เข้าไปในลิฟท์ แล้ว
ประตู ลิฟท์ ค่อยๆ เลื่อนปิดสนิท
แชรีน ได้แต่ เอามือแตะ ประตู ลิฟท์ ที่ปิดนั้น นึกไปถึงวัน ที่ไปหา มินฮุง ที่บาร์ประจำ “ หรือว่า ผมเป็น คัง จุนซาง “
และ คำพูดของ ซังฮวก ที่ โทรศัพท์ มาหาเมื่อวันก่อน “ เขาไม่ได้เกี่ยวข้องอะไร กับ คัง จุนซาง จริง เหรอ “
และ คำพูด ของ มินฮุง เมื่อ ครู่นี้ “ บางทีเขาอาจความจำเสื่อม “
แชรีน ได้แต่ อุทาน กับตัวเองว่า “ คัง จุนซาง “

มินฮุง ลง บันได ชั้นล่าง ของตัวอาคาร
ยูจิน ก็ กระหืดกระหอบ เข้ามา เพราะ มาสาย ตามเคย
ทั้งคู่ชะงัก ยืนมองตากัน ยูจิน หลบสายตา ลงต่ำ ก่อน แล้วเงย มอง มินฮุง ใหม่

มินฮุง ก้าวเท้ายาวๆ เข้าหา ยูจิน จับแขน ยูจิน ไว้ และบอกว่า : เรามีเรื่องต้องคุยกันหน่อย
ยูจิน : มินฮุง คุณมาทำอะไรที่นี่
ยูจิน ผลักแขน มินฮุงออกไปจากตัว : เป็นอะไรไปน่ะ ทำไม ต้องทำแบบนี้ ฉันต้องรีบไปแล้ว เพื่อนๆ กำลังรออยู่
มินฮุง จับ ยูจิน ไว้ ยูจิน สะบัดออก
ยูจิน พูดเสียงดัง : คุณเป็นอะไรไปน่ะ ทำไมทำตัวไม่เหมือนเป็นตัวคุณเลย
มินฮุง : ไม่เหมือนตัวผมเหรอ ลี มินฮุง น่ะเป็นยังไง
มินฮุง ก็เสียงดังเช่นกัน
มินฮุง : ผมเป็นใคร บอกผมสิ ยูจิน ผมคือใคร
ยูจิน มอง มินฮุง อย่างแปลกใจ มินฮุง คนนี้ ดูเหมือนคนแปลกหน้า
มินฮุง : ยูจิน... ผม.... คือ.... จุนซาง

กว่าจะหลุด คำพูดนี้ออกมาได้ ช่างลำบากยากเข็ญ เสียจริงๆ มินฮุง น้ำตาคลอ
เป็นน้ำตาของ ความเจ็บปวดให้กับวันเวลาที่ มินฮุง จดจำ เรื่องในอดีตไม่ได้
กับ ยูจิน ที่เขารักอย่างสุดซึ้งในช่วงเวลานั้น
กับตนเอง ที่มายืนอยู่ต่อหน้ายูจิน แต่กลับนึกอะไรไม่ออกในขณะนี้
ให้ กับทุกสิ่งทุกอย่างที่กำลังเผชิญอยู่เบื้องหน้า ในเวลานี้
NO MATTER WHAT
This song is the end of 12 scene

อยู่ในช่วงที่ลีมิงฮุงไปนั่งคุยกับเพื่อนในร้านอาหาร แล้วก็พูดว่า
“ เท่าที่รู้ไม่มีใครได้ไปงานศพของจุนซางแล้วแน่ใจได้ยังไงว่าจุนซางตายแล้ว เขาอาจจะความจำเสื่อมหรือว่าเขาอาจจะเปลี่ยนชื่อไปเป็น ลีมิงฮุงก็ได้”
Link เพลงค่ะ http://www.shinwoo.or.kr/cnmsic-rmance/NTingHil-NoMatterWhat.wma
No Matter What

Boyzone Andrew Lloyd Webber (music)/Jim Steinman(lyrics)

No matter what they tell us
No matter what they do
No matter what they teach us
What we believe is true
No matter what they call us
However they attack
No matter where they take us
We'll find our own way back
I can't deny what I believe
I can't be what I'm not
I know I'll love forever
I know, no matter what
If only tears were laughter
If only night was day
If only prayers were answered
Then we would hear God say
No matter what they tell you
No matter what they do
No matter what they teach you
What you believe is true
And I will keep you safe and strong
And sheltered from the storm
No matter where it's barren
A dream is being born
No matter who they follow
No matter where they lead
No matter how they judge us
I'll be everyone you need
No matter if the sun don't shine
Or if the skies are blue
No matter what the end is
My life began with you
I can't deny what I believe
I can't be what I'm not
I know, I know
I know this love's forever
That's all that matters now
No matter what
------------------------------------
แปลเนื้อเพลง ( NO MATTER WHAT)
อะไรก็ตามที่เขาบอกกับเรา
อะไรก็ตามที่เขาทำ
อะไรก็ตามที่เขาพร่ำสอนเรา
ความเชื่อมั่นที่แท้จริงนั้นคืออะไร...?
อะไรก็ตามที่เขาขนานนามให้เรา
ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังทำร้ายเราอยู่ดี
แม้จะอยู่ที่ใดก็ตามเขาก็ยังชอบเรา
เมื่อเราหันกลับมาสำรวจตนเอง
เราก็จะพานพบกับความเป็นตัวตนของเรา
ฉันไม่สามารถทำลายความเชื่อความศรัทธาของฉันได้
ฉันไม่อาจทำลายสิ่งที่ฉันไม่ได้เป็น
ฉันรู้ว่าฉันจะรักเธอตราบชั่วนิจนิรันดร์
ฉันรู้แม้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นก็ตาม
เพียงแค่เสียงหัวเราะและหยาดน้ำตา
เพียงแค่กลางวันและกลางคืน
เพียงแค่คำแก้ตัวและคำอ้อนวอน
ถึงอย่างนั้นเราอาจได้ยินเสียงขานตอบจากพระผู้เป็นเจ้า
อะไรก็ตามที่เขาบอกคุณ
อะไรก็ตามที่เขาทำ
อะไรก็ตามที่เขาพร่ำสอนคุณ
ความเชื่อมั่นที่แท้จริงนั้นคืออะไร...?
และฉันจะคงรักษาและเก็บมันไว้ให้อย่างหวงแหนและมั่นคง
ดั่งเกราะกำบังกายกลางกระแสลมพายุที่โหมกระหน่ำ
ถึงแม้นว่าที่แห่งนั้นจะเต็มไปด้วยความแห้งแล้ง
ฉันจะทำให้ความฝันนั้นเกิดขึ้นเป็นจริงให้ได้
ไม่ว่าใครจะคอยติดตามเขา
ไม่ว่าใครจะนำพาเขาไปที่แห่งไหน
ไม่ว่าเขาจะเปรียบเปรยพวกเราว่าอย่างไร
ฉันก็ยังเป็นคนคนหนึ่งที่ต้องการคุณ
หากแม้นว่าดวงสุรีย์มิอาจส่องแสง
หรือหากท้องฟ้าเต็มไปด้วยความหม่นหมอง
สิ่งต่าง ๆ ก็ยังดำเนินต่อไปยังไม่มีทางจบสิ้น
ชีวิตของฉันก็พร้อมที่จะเริ่มต้นไปพร้อม ๆ กับเธอ
ฉันไม่สามารถทำลายความเชื่อความศรัทธาของฉันได้
ฉันไม่อาจทำลายสิ่งที่ฉันไม่ได้เป็น
ฉันรู้...ฉันรู้...
ฉันรู้ว่า...นี่คือความรักชั่วนิจนิรันดร์
และนั่นคือทั้งหมดในขณะนี้ที่ฉันเป็น
ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม...

THE END
( Translator BY : Roytavan)
Scene-12: Truth of a decade ago

Lose temper:
Yoo-jin : I came right after you, why did you come so fast? You drove real fast, didn't you? I told you not to do that.
Sang-hyuk : .. I'm sorry.
Yoo-jin : Don't you feel bad about getting so angry? The person who loses temper is the loser. ... I'm sorry.

Memory place:
Yoo-jin : What a surprise. I didn't expect to see you here. Did you come out for fresh air? Min-hyung? ... What's the matter?

Min-hyung : Yoo-jin, am I ... strange? I'm really strange ...

Yoo-jin : Can you tell me ... Is something wrong? Min-hyung?

Min-hyung : Yoo-jin ... What if ... If .... If ... I ...

My herat felt them as one:
【1/2】 Yoo-jin : Sang -hyuk ... he asked me. What I like about Min-hyung ...

JIn-sook : what did you say?

Yoo-jin : I couldn't answer him. How could I put that in words? When I looked at Jun-sang I felt like something was falling inside me. Like my heart and my soul were toward him. I thought it was what love is. What destiny is. I thought I'd never feel that way again since Jun-sang died. But when I met Min-hyung something fell inside me again. As if he's back. It's not because they look alike. Not that. My heart beating disregarding what I was thinking. Just like when I was with Jun-sang ... he made me fell that way again. How is that possible? They are certainly different people. But my heart felt them as one. I sounds strange but they were like one person to me. I knew you found out.


Copyright@Amornbyj