3.3.09

เกาหลี ฟีเวอร์ : แค่เรื่องฟลุคๆ หรือการจัดการที่ดี


เกาหลี ฟีเวอร์ : แค่เรื่องฟลุคๆ หรือการจัดการที่ดี
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 2 มีนาคม 2552 12:27 น.
http://www.manager.co.th/Entertainment/


...ก็แค่กระแสเท่านั้นแหละว้า เห่อตามๆ กันไป เดี๋ยวก็เลิก
...ดูสิ หมดมุกแล้ว เดี๋ยวนี้ซีรีส์มันก็น้ำเน่าพอๆ กับละครไทยนั่นแหละ
...เออ...แต่มันก็อยู่นานเหมือนกันนะ
...โคตรจะรำคาญทรงผมกับเสื้อผ้ามันเลยว่ะ
...มันจะแอ๊บแบ๊วทำตาโตกันไปถึงไหนวะ

เชื่อว่าหลายคนคงเคยผ่านประโยคในทำนองนี้มาแล้วภายใต้เงื่อนไขหากวงสนทนาที่ว่านั้นๆ ตั้งประเด็นพูดคุยเกี่ยวกับเรื่อง "เกาหลี ฟีเวอร์" ที่กำลังระบาดอยู่ในบ้านเรา ณ ช่วงเวลานี้ ไม่ว่าจะเป็น นักร้อง ดารา ซีรีส์ แฟชั่นการแต่งกาย ทรงผม หรือแม้กระทั่งเรื่องของอาหารการกิน

อะไรคือสูตรความสำเร็จของการสร้างความนิยมนี้ขึ้นมา? สิ่งที่เกิดขึ้นนี้เป็นเพียงแค่เรื่องของ "กระแส" และ "ความเห่อ" ตามประสาวัยรุ่น ซึ่งอีกไม่นานก็จะล้า และมีแฟชั่นใหม่ให้เด็กไทยได้คลั่งไคล้กันต่อไปใช่หรือไม่?
...
หอก 1 ซีรีส์หนัง+ท่องเที่ยว
แม้จะเปิดประเทศและมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมายาวนานกว่า 50 ปีในด้านการทูต แต่ถ้าจะนับกันจริงๆ แล้วความเป็น "เกาหลี" เพิ่งจะมาบูมเป็นที่รู้จักสำหรับคนไทยในช่วงระยะเวลา 6-7 ปีที่ผ่านมานี้เอง

หัวหอกแรกที่เป็นจุดเริ่มต้นในการทิ่มเปิดประตูก่อนที่วัฒนธรรมเกาหลีจะไหลบ่าเข้าสู่ประเทศไทยคงจะต้องย้อนกลับไปในราวๆ ปีสองพันห้าร้อยสี่สิบกว่าๆ หลังฟรีทีวีบ้านเราได้นำซีรีส์หลายต่อหลายเรื่องของเกาหลีเข้ามาฉายกันอย่างต่อเนื่อง ชนิดที่หลายช่องต้องจัดช่วงเวลาให้กับซีรีส์ดังกล่าว อาทิ All About Eve, Miss Mermaid, Phoenix, Autumn Tale, Truth, LOVING YOU, Ireland, Full House, Coffee Prince One Fine Day, Love story in Harvard, My Lovely Sam-Soon, The Great Jang Geum, Hello God ฯลฯ



หลังซีรี่ส์ได้รับความนิยมไม่นาน ภาพยนตร์เกาหลีก็เริ่มที่จะเข้ามาเปิดตลาดในโรงภาพยนตร์และตามร้านเช่าวีซีดีมากขึ้น ส่งผลให้ดารา อย่าง จวน จี ฮุน, คิม แต ฮี, ลี ยอง เอ, วอน บิน, ฮัน กา อิน, ซอง เฮ เคียว, คิม ฮี ซอน, จุง วู ซุง, โซ จี ซบ,ฮยอน บิน , ลี บยอง ฮุน, ซอน เย จิน, ฮัน เย ซุล, คิม ฮเย ซู, แจง ดอง กัน, โจ อิน ซุง, จุง จี ฮุน ( เรน ), แบ ยอง จุน, ซอง ซึง ฮอน กลายเป็นที่คลั่งไคล้นิชมชมชอบของบรรดาหนุ่มและสาวไทย

ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่านอกจากในเรื่องของประเด็นความรักแล้ว สิ่งที่เกาหลีพยายามจะฝังลงไปในซีรีส์ของตนเองก็คือเรื่องของประวัติศาสตร์และการพยายามถ่ายทอดให้คนในชาติไม่ลืมว่ากว่าที่ประเทศตนเองจะก้าวขึ้นมาถึงวันนี้ได้ต้องผ่านช่วงเวลาที่หดหู่และเจ็บปวดมากน้อยเพียงใดอันเป็นการตอกย้ำเพื่อให้เด็กรุ่นใหม่ไม่ลืมรากเหง้าวัฒนธรรมของตนเอง

อย่างไรก็ตามนอกจากจะได้ประโยชน์เป็นกอบเป็นกำจากการขายลิขสิทธิ์บวกรวมเข้าไปกับการมาโชว์ตัวของดาราเกาหลีในบ้านเราแล้ว อีกภาคธุรกิจหนึ่งหนึ่งที่แฝงเข้าในซีรีส์และภาพยนตร์ได้อย่างแนบเนียนมากๆ ก็คือเรื่องของการการท่องเที่ยว ซึ่ง ณ ปัจจุบันต้องบอกว่าเป็นที่นิยมของนักเที่ยวไทยรวมถึงชาวต่างชาติเป็นอย่างยิ่ง



โดยนอกจาก "แดจังกึม" ที่ทำให้มีการจัดทัวร์ประเภทตามรอยแดจังกึมเพื่อดูสถานที่ถ่ายทำต่างๆ แล้ว ซีรีส์อย่าง My Lovely Sam-soon ในปี 2005 ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากก็มีส่วนผลักดันที่ทำให้การท่องเที่ยวตามรอยซีรีส์(หรือแม้กระทั่งกระแสความนิยมทานอาหารเกาหลีในไทย)กลายเป็นที่นิยมขึ้นมา ทั้งในเกาหลีเองและที่บ้านเรา

เนื่องจากในซีรีส์ที่ว่านี้มีสถานที่ที่น่าสนใจมากมาย ทั้ง พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ COEX, ภัตตาคาร Todai Bon Appetit ซึ่งเปิดใหม่ภายใต้ชื่อว่า TODAI ภัตตาคารสาขาซูชิบุฟเฟต์, คลับ Live Jazz : Once in a Blue Moon (มีละครหลายเรื่องมาใช้โลเกชั่นนี้ อาทิ Lovers in Paris, Wolf, Green Rose, และ Marrying the Mafia) ร้านเบเกอรี่ไฮโซ Duchamp, ภัตตาคาร Neurige Geotgi, วัด Jingwansa, ร้านหนังสือ Gwanghwamun Youngpoong, Guesthouse, Rakgojae, Mt. Namsan เคเบิ้ลคาร์ ฯลฯ โดยสถานที่ต่างๆ เหล่านี้ต่างก็ถูกบรรจุลงในโปรแกรมทัวร์ของหลายๆ บริษัทนำเที่ยว
...
หอก 2 เพลง+แฟชั่น
ในระหว่างการรุกคืบของซีรีส์และภาพยนตร์ อีกหนึ่งยุทธศาสตร์ทางด้านเอ็นเตอร์เทนที่เกาหลีส่งเข้ามาในบ้านเราพร้อมๆ กัน ก็คือภาคของเสียงเพลง ที่ในระยะแรกต้องยอมรับว่าการยอมรับในบ้านเรานั้นยังน้อยหากเทียบกับศิลปินเพื่อนบ้านอย่างประเทศญี่ปุ่นซึ่งมีตลาดที่กว้างและแข็งกว่า

ทว่าเกาหลีใช้เวลาไม่นานนักก็สามารถทำให้เกิดศิลปินไทยประเภทสาขาเกาหลีเกิดขึ้นมากมาย

ปัจจุบันนักร้องเกาหลีที่เป็นที่รู้จักของบ้านเราก็อาทิยุคบุกเบิก อย่าง ดง บัง ชิน กิ (Dongbangshinki) ที่เคยมาเยือนไทย ในคอนเสิร์ต "TVXQ! Rising Sun Live in Bangkok 2006" ณ อิมแพคอารีนา เมื่อ 15 กันยายน 2549 โดยมีคนดูร่วม 13,000

แต่หลังจากพวกเขาไปเปิดตลาดที่ญี่ปุ่นชื่อของดง บัง ชิน กิ ในบ้านเราก็ค่อยๆ ซาไปโดยมีรุ่นน้องอย่าง Super Junior ที่ว่ากันว่ามีแฟนคลับในไทยเยอะมากที่สุดขึ้นมาแทน นอกจากนี้ก็ยังรวมไปถึง Big Bang , Rain ส่วนทางฟากฝ่ายหญิงก็มี So Nyeo Shi Dae, Girls' Generation (SNSD) และที่กำลังฮิตในบ้านเรามากๆ ในตอนนี้ก็คือ 5 สาว Wonder Girls กับเพลง Nobody

นอกจากในเรื่องของความสามารถแล้ว ลูกเล่นเพื่อให้แฟนคลับจดจำได้ของศิลปินเกาหลีก็คือการใช้สีประจำวงเพื่อสร้างสัญลักษณ์ อาทิ Super Junior สีประจำวงคือ สีน้ำเงินมุก หรือ สีน้ำเงินมรกต (Sapphire Blue) Rain สีประจำตัวคือ สีเงิน Wonder Girls สีประจำวงคือ สีแดงเลือดหมูหรือสีไวน์แดง (Pearl Burgundy) SNSD สีประจำวงคือ สีชมพู ใช้ลูกโป่งรูปหัวใจ ส่วน Big Bang ไม่มีสีประจำวงเพราะพวกเขาไม่คิดว่าตนเองคือบอยแบนด์ แต่แท่งไฟที่ใช้ในคอนเสิร์ตของเขาก็จะสีเหลืองซึ่งมีลักษณะเฉพาะ

เช่นเดียวกับบรรดาแฟนคลับของศิลปินเหล่านี้ต่างก็มีชื่อเรียกที่เก๋ไก๋แตกต่างกันออกไป อาทิ Super Junior วงนี้เรียกแฟนคลับว่า เอลฟ์ (E.L.F.) ย่อมาจาก Everlasting Friend ที่แปลว่า "เพื่อนกันตลอดกาล", แฟนคลับของ Big Bang จะถูกเรียกว่า V.I.P ย่อมาจาก very important person บุคคลที่สำคัญมากๆ และยังเป็นศัพท์เฉพาะของชาวฮิปฮอปที่ VIP มีความหมายแปลว่า "เพื่อน" ด้วย

Wonder Girls มีชื่อเรียกแฟนคลับว่า Wonderful ส่วนแฟนคลับของ Girls' Generation จะเรียกตัวเองว่า ชื่อเรียกกลุ่มแฟนคลับ Sne (โซวอน หรือโซวัน ) มาจากคำว่า S (So nyeo shi dae) + one มีความหมายถึง โซชิ และ แฟนคลับรวมกันเป็นหนึ่ง ตั้งชื่อนี้เมื่อตอนฉลองครบรอบ 1 ปีที่ snsd เดบิวต์

นอกจากเรื่องของเสียงเพลงทางด้านดนตรีแล้ว สิ่งที่นักร้อง ศิลปินเกาหลีนำมาด้วยก็คือเรื่องของแฟชั่นทั้งการแต่งหน้า ทรงผม การแต่งกาย หรือแม้กระทั่งการทำดวงตากลมโตด้วยการใช้คอนแทคเลนส์สีสันต่างๆ ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมกันมากในหมู่วัยรุ่นของบ้านเรา
...
ฟลุค หรือการวางแผนที่ดี?
ระยะแรกในความรู้สึกของใครต่อใครอาจจะมองว่าปรากฏการณ์แห่งความคลั่งไคล้ในความเป็นเกาหลีทั้งหลายทั้งปวงไม่ว่าจะเป็นเพลง ซีรีส์ หนัง อาหาร สถานที่ท่องเที่ยว แฟชั่น ต่างๆ เหล่านี้ล้วนเป็นเพียงแค่กระแสที่มาเร็ว มาแรง และก็น่าจะหมดไปโดยใช้เวลาไม่นานนัก แต่เมื่อกระแสที่ว่าสามารถอยู่ได้นาน และยังไม่มีท่าทีว่าจะจางลงไปง่ายๆ หนำซ้ำยังดูเหมือนว่าจะยิ่งเพิ่มทวีมากยิ่งขึ้นไปอีก

คำถามที่น่าสนใจก็คือ เป็นเพราะอะไร?
"เราไม่อยากให้มองว่ามันเป็นเรื่องของกระแสหรือว่าความดังอะไรนะ เพราะว่ามันจะมีอายุสั้น เราอยากให้อยู่นานด้วยการพยายามเป็นสะพานที่เชื่อมโยง 2 ประเทศให้เข้าหากันมากกว่า..."

คำบอกเล่าจาก Hong, Ji-Hee (ฮง-จี ฮี) หรือในชื่อไทยว่า "ตุ๊กตา" เมเนเจอร์ ไดเรคเตอร์ของบริษัท K-T-C-C (Korea Thailand Communication Center) หนึ่งในบริษัทที่มีบทบาทสำคัญต่อการไหลเข้ามาของวัฒนธรรมเกาหลีสู่ประเทศไทย

ก่อนที่จะมารับหน้าที่ดังกล่าวเธอคือนักเรียนแลกเปลี่ยนที่มาศึกษาอยู่ที่ประเทศไทยทั้งที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จากนั้นจึงรับหน้าที่เป็นล่ามให้กับรัฐบาลเกาหลี

"ตอนแรกตั้งใจไว้ว่าจะมาเผยแพร่ศาสนาคริสต์ แต่ว่ามาเรียนแล้วชอบประเทศไทยจริงๆ ก็เลยรู้สึกว่า อ๋อ เราอยากช่วยสานสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ก็ไปเป็นล่าม แต่ก็รู้สึกว่าเป็นล่ามอย่างเดียวไม่พอ"

KTCC จะทำงานร่วมกับภาครัฐไม่ว่าจะเป็นกระทรวงการท่องเที่ยว รวมถึงกระทรวงต่างๆ และบริษัทภาคเอกชน ทั้งไทยและเกาหลี ในการเป็นตัวกลางประสานงาน ทั้ง ซื้อลิขสิทธิ์ซีรีส์ หนัง ริงโทน การดึงดารา นักร้อง ศิลปิน รายการทีวี หรือแม้กระทั่งเรื่องของการท่องเที่ยวจากประเทศเกาหลีเข้ามาโปรโมตในประเทศไทย ขณะเดียวกันก็พยายามที่จะขายสิ่งเดียวกันของไทยที่ประเทศเกาหลีด้วย

"ช่วง 6 ปีที่แล้วเราเชิญดารามาร่วมกับททท. ดาราที่ผ่านมาก็มาจากเราหมด เราอยู่ที่นี่ก็โปรโมตเกาหลี จัดคอนเสิร์ต มีท แอนด์ กรี๊ด ทำงานร่วมกับโครงการโลกร้อน ส่วนบริษัทแม่ที่อยู่ที่โน่นก็จะพีอาร์ประเทศไทย อย่างเราเอาดาราเกาหลีมา ดาราเกาหลีคนนั้นกลับไปก็จะไปโปรโมตประเทศไทยด้วย"

ตุ๊กตาบอกว่าการเปิดตลาดในไทยของเกาหลีนั้นค่อนข้างจะมาช้ากว่าประเทศอย่างจีน ญี่ปุ่น ซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่กว่ามากในอดีต หรือแม้กระทั่งฮ่องกง สิงคโปร์ ซึ่ง ณ ช่วงเวลานี้ขณะที่คนไทยคลั่งเกาหลี คนเกาหลีเองก็ชอบเมืองไทยไม่น้อย

"อย่างหนังเกาหลี ละครเกาหลี เราพยายามที่จะให้มาถ่ายที่นี่เยอะๆ ทุกคนดูแล้ว อย่างฟูลเฮ้าส์ มาถ่ายที่นี่ร่วมกับททท.กว่า 40% ถ่ายที่ภูเก็ต ปรากฏว่าดังมาก คนเกาหลีก็อยากมาเที่ยว รู้มั้ยว่าจริงๆ แล้วมีคนเกาหลีมาเที่ยวไทยมากกว่า 1 ล้าน 6 แสนคนแล้ว ขณะที่คนไทยเองไปเที่ยวเกาหลีราวๆ แค่ 6 แสนคนเอง"

"ตอนนี้ที่เกาหลีเปิดร้านอาหารไทยเยอะมาก แล้วของมาจากตลาดจตุจักรเยอะมาก พิซซ่ารสต้มยำกุ้งก็มี หรืออย่างหนังเรื่ององค์บากก็ดังมากๆ ทุกคนอยากเรียนมวยไทย นักร้องก็โอเค อย่าง กอล์ฟ-ไมค์ ไอซ์ ศรัณยู คนที่นั่นก็ร้องเพลงได้ แล้วคนเกาหลีก็เรียนภาษาไทยเยอะขึ้น"

สาเหตุหนึ่งที่ทำให้คนไทยชื่นชอบดารานักร้องเกาหลีนั้นตุ๊กตามองว่าน่าจะเป็นเรื่องของความจริงใจ เพราะคนเกาหลีค่อนข้างจะจริงใจและจริงจังกับชีวิตเนื่องจากที่ผ่านมาประเทศมีทั้งสงครามและผ่านช่วงเวลาที่เจ็บปวดมากมาย นอกจากนี้เรื่องส่วนตัวของศิลปินก็เป็นสิ่งที่แฟนคลับให้ความสนใจมากๆ เพราะฉะนั้นคนบันเทิงจึงต้องระมัดระวังเป็นที่สุด

"ดาราเกาหลีต่อให้คุณหล่อ คุณสวย แต่ถ้าไม่เป็นคนดี ไม่รักพ่อแม่ ไม่กตัญญู ไม่รักประเทศ ผู้ชายไม่เป็นทหารแล้ว ไม่ได้เลย คนจะไม่ชอบเลย คุณจะโดนแอนตี้ทันที อันนี้สำคัญมาก คนเกาหลีร้องเพลงเก่ง หล่อขนาดไหนเรื่องส่วนตัวสำคัญมาก เรื่องครอบครัว เรื่องรัฐบาล ถ้ามีปัญหาเรื่องส่วนตัวไม่ได้เลย เพราะคุณต้องเปิดเผยอย่างมากๆ"

"ที่มีข่าวฆ่าตัวตายบ่อยนี่ก็เป็นสาเหตุหนึ่งนะ เพราะที่นั่นค่อนข้างจะจริงจัง เวลาไม่ชอบเขาก็จะไม่ชอบเลย ดาราบางคนก็ทนไม่ไหว ซึ่งมันทำให้ไม่ค่อยมีข่าวที่เกี่ยวกับเรื่องรักๆ ใคร่ๆ เท่าไหร่ เพราะดาราต้องระวังตัว เนื่องจากประชาชนจับตามองอยู่"

ส่วนคำถามที่ว่าหลายคนมักจะกระแนะกระแหนถึงซีรีส์เกาหลีว่าชอบให้มีคนป่วยตายนั้น เรื่องนี้ตุ๊กตาหัวเราะก่อนตอบว่า.."ทำไมต้องตาย เพราะว่าต้องการให้ทุกคนเศร้า ค่อนข้างจะเซอร์ไพรส์ดีกว่าทะเลาะกัน ตบตีกัน หรือว่าฆ่ากันตาย คือให้เศร้าแบบธรรมชาติ เพราะว่าเกาหลีประวัติเศร้ามาก ตรงนี้อาจจะมีอิทธิพล เกาหลีเศร้าตลอด มีสงครามตลอด เรื่องก็ค่อนข้างจะเศร้า จริงจัง"

ว่ากันว่าอุตสาหกรรมบันเทิงในเมืองไทยนั้นมีมูลค่ามหาศาลปีละกว่าแสนล้านแต่กลับได้รับเงินจากรัฐบาลในยุคก่อนๆ เพียงปีละ 2 พันล้าน โดยที่ รศ.ดร.สุกรี เจริญสุข ผู้อำนวยการวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล เคยบอกไว้ว่า..."อยากให้ภาครัฐหันมาให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมดนตรี-บันเทิง เหมือนประเทศเกาหลี ที่ใช้ ภาพยนตร์กับ ดนตรีเป็นหัวหอกในการส่งออกทางวัฒนธรรม" ซึ่งเป็นเรื่องจริงมากๆ เพราะเกาหลีเองได้เล็งเห็นความสำคัญและยอมที่ทุ่มเทในการบ่มเพาะในเรื่องของเอ็นเตอร์เทนเมนท์ภายในบ้านตนเองเป็นเวลากว่า 15 ปี ก่อนที่จะพร้อมอวดสายตาของคนข้างนอก

และถึงแม้ช่วงนี้จะเป็นช่วงที่เกาหลีบูมในตลาดเอเชีย แต่ทว่าในมุมของตุ๊กตาแล้วเจ้าตัวมองว่าช่วงเวลาที่ว่านี้ไม่ใช่เป็นช่วงของการกอบโกยอย่างเดียวเท่านั้น

"กระแสวันธรรมหรือเอนเตอร์เทนห้ามใช่เรื่องเอนเตอร์เทนอย่างเดียวนะ ไม่เช่นนั้นก็จะจบเร็ว ต้องคิดเรื่องชาติ เราคิดถึงทั้งเรื่องในประเทศและทั้งนอกประเทศ คือถ้าเห็นว่ากระแสมาแล้วก็ขายของบวกกำไร ขายๆๆ ไม่ได้ ต้องคิดในเชิงความสัมพันธ์ที่มั่นคง"

"เอเยนต์ที่ดูแลก็สำคัญ จะเอานักร้องมาขายจัดคอนเสิร์ตเปิดขายบัตร เอาดารามาขายเพื่อได้ตังค์อย่างเดียวไม่ได้ ต้องคำนึงถึงภาพลักษณ์ของดารานักร้องที่มาด้วย อาจจะพูดเรื่องเกี่ยวกับสังคม ทำงานเพื่อเด็ก แล้วก็ต้องเข้าใจวัฒนธรรมไทยด้วย"

"คือตอนนี้ในประเทศไทยเกาหลีก็เหมือนกับต้นไม้ที่มันออกผลอยู่ ซึ่งเราจะไปเก็บกินอย่างเดียวไม่ได้ ต้องรดน้ำพรวนดินมันด้วย ตอนนี้ลูกเยอะๆ ทุกคนกินอย่างเดียวไม่ได้ ต้องใส่ปุ๋ยตลอด"
คงไม่ช้าเกินไปอย่างแน่นอนหากไทยเราจะเอาแนวคิดที่ว่านี้มาเป็นแบบแผนในการเผยแพร่ของดีที่ตนเองมีอยู่
เพียงแต่มันคงจะสายไปแล้วอย่างแน่นอน หากยังไม่มีใครเริ่มต้นคิดเสียตั้งแต่วันนี้

Winter Love Song [เบยองจุน] : กิมจิซีรี่ส์ฟีเวอร์


Winter Love Song [เบยองจุน] : กิมจิซีรี่ส์ฟีเวอร์
ซีรีส์เกาหลีเพลงรักในสายลมหนาว หรือ Winter Love Song กลับมาฉายอีกครั้ง ถึงแม้จะเป็นตอน 11 โมง วันธรรมดา แต่บรรดาแฟนๆ ซีรีส์เกาหลีคงดีใจอยู่ไม่น้อย ที่จะได้ชมกันเต็มๆ อีกซักที มาพูดแบบนี้ ไม่ได้ต้องการจะมาโปรโมตซีรีส์เรื่องนี้แต่อย่างใดนะคะ แต่อยากเล่าถึงความแรงของ Winter Love Song จนทำให้เกิดกระแสวัฒนธรรมใหม่ๆ

ซีรีส์เรื่องนี้ไม่เพียงแต่จะเป็นที่ชื่นชอบของแฟนละครเกาหลีในบ้านเราเท่านั้น แต่สาวๆ ในหลาย ประเทศ ทั้งจีน ฮ่องกง และญี่ปุ่น ต่างก็คลั่งไคล้ซีรีส์เรื่องนี้ไม่แพ้กัน

Winter Love Song หรือที่รู้จักในอีกชื่อคือ Winter Sonata เป็นที่ชื่นชอบถึงขั้นได้รับการโหวตจากผู้ชมชาวญี่ปุ่นให้เป็นสุดยอดละครต่างประเทศแห่งปี และสถานีโทรทัศน์เอ็นเอชเค ถึงกับนำซีรีส์เรื่องนี้มาออกอากาศซ้ำถึง 4 ครั้งในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา พ็อกเกตบุ๊กของซีรี่ส์เรื่องนี้ ตอนนี้ขายได้จะเกือบ 1 ล้านแล้ว นอกจากนี้ สถาบันวิจัยสื่อมวลชนของญี่ปุ่นอย่าง The NHK Broadcasting Culture Research Institute ถึงกับระบุว่า Winter Sonata ทำให้เกิดจุดเปลี่ยนทางวัฒนธรรมครั้งยิ่งใหญ่อีกครั้ง หลังจากที่เคยเกิดขึ้นครั้งหนึ่งเมื่อละคร “โอชิน ที่ออกอากาศเมื่อประมาณ 20 ปีก่อน ซึ่งทำให้คนญี่ปุ่นหันมาสนใจวัฒนธรรมของชาติตัวเอง เพียงแต่คราวนี้ Winter Sonata ทำให้คนญี่ปุ่นหันมาสนใจวัฒนธรรมกิมจิมากขึ้น โดยเฉพาะในหมู่เด็กวัยรุ่น ทำให้คอร์สเรียนภาษาเกาหลีได้รับความนิยมอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เด็กมหาวิทยาลัยต่างๆ ก็หันมาเลือกเรียนเมเจอร์เป็นวิชาเกี่ยวกับประเทศเกาหลี อย่างประวัติศาสตร์เกาหลี วัฒนธรรมเกาหลี ผลพวงของกิมจิฟีเวอร์ยังทำให้หนุ่มๆ เกาหลีได้รับอานิสงส์ไปด้วย เพราะบริษัทรับนัดเดท ยืนยันว่า หลังจาก “Winter Sonata” ออนแอร์ มีสาวๆ ญี่ปุ่นให้บริษัทจัดเดทให้ โดยระบุว่าต้องเป็นหนุ่มเกาหลีเท่านั้น

ที่เป็นแบบนี้ เพราะสาวเมืองปลาดิบต่างมีทัศนคติต่อหนุ่มเกาหลีเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง หลังจากที่ได้ดูซีรีส์ จากภาพของผู้ชายที่ดูโผงผาง ชอบใช้ความรุนแรง สาวๆ จินตนาการภาพผู้ชายเกาหลีว่า หนุ่มเกาหลีน่าจะอ่อนโยน อบอุ่น และโรแมนติก เหมือน “จุน ซาง” ตัวละครเอกของเรื่อง Winter Sonata

“จุน ซาง” รับบทโดย เบ ยอง จุน ในฐานะที่ดิฉันเป็นแฟนละครเกาหลีที่เหนียวแน่นคนหนึ่ง ดิฉันว่าเบ ยอง จุน ดาราเกาหลีคนนี้ อาจจะโด่งดังและเป็นที่รู้จักของแฟนๆ ละครเกาหลีบ้านเรา น้อยกว่าพระเอกหน้าทะเล้นอย่าง วอน บินหน่อยนึง แต่สำหรับสาวกซีรีส์เกาหลีชาวญี่ปุ่นแล้ว พ่อเบ ยอง จุน กลายเป็นซูเปอร์สตาร์หมายเลขหนึ่ง แซงหน้าคนอื่นอย่างไม่เห็นฝุ่น

เบ ยอง จุน ตอนนี้อายุ 32 ปี เป็นดาราที่มีผลงานซีรีส์ให้กับเค บี เอส หลายเรื่อง และยังมีงานแสดง นายแบบ พรีเซ็นเตอร์เต็มไปหมด แต่ผลงานที่ทำให้เค้าดังเป็นพลุแตก จนครองใจสาวเล็กสาวใหญ่ได้มากที่สุดก็เห็นจะเป็นเพราะซีรีส์ Winter Sonata นี่ล่ะค่ะ

เพราะบทบาทในเรื่องที่เค้ารับบทเป็น “จุน ซาง” พระเอกที่บุคลิกสุขุม เยือกเย็น ทำให้เค้าได้ใจสาวๆ ไปเต็มๆ ดิฉันจำได้ว่า เห็นข่าวที่เบ ยอง จุน ไปโชว์ตัวที่ญี่ปุ่นปีที่แล้ว มีสาวๆ ไปรอกรี๊ดเต็มสนามบินประมาณ 7,000 คน และยังมีป้าแก่แม่ม่ายมาร่วมกรี๊ดอีกเพียบ เรียกว่าหนุ่มเบ กลายเป็นขวัญใจของผู้หญิงญี่ปุ่นแทบทุกวัย ความท่วมท้นของมิตรรักแฟนคลับของหนุ่มเบ มีการเปรียบเทียบว่า มีเยอะพอๆ กับที่สมัยวงดนตรี The Beatle มาเยือนญี่ปุ่นตั้งแต่เมื่อเกือบ 50 ปีก่อน

ความคลั่งไคล้หนุ่มเบ ยังมีถึงขั้นที่คำว่า “Yon-Sama” แปลว่า เจ้าชายน้อย ซึ่งเป็นชื่อที่ใช้เรียกหนุ่มเบ ได้รับการโหวตผ่านทางอินเทอร์เน็ต และเอสเอ็มเอส จากคนทั่วญี่ปุ่นให้เป็น “คำฮิตแห่งปี” ของปี 2004 ที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่าคนญี่ปุ่นนึกถึงหนุ่มคนนี้ก่อนใครเพื่อน เพราะขนาดวลีเด็ดอย่างคำว่า “That’s all the player can do” ของ อิจิโร่ ซูซูกิ นักเบสบอลชื่อดัง หรือคำคมจากนายกรัฐมนตรีจุนอชิจิโร โคอิซูมิ ยังได้รับคะแนนโหวตที่น้อยกว่า

ความนิยมในตัว เบ ยอง จุน ยังสร้างประวัติศาสตร์ให้กับการโฆษณาสินค้าของบริษัทโซนี่ ใครๆ ก็รู้ว่า โซนี่ ซึ่งเป็นบริษัทเครื่องใช้ไฟฟ้ายักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่น ไม่ค่อยทำการตลาดด้วยการจ้างดารา แต่คราวนี้ โซนี่ ถึงต้องกับเปลี่ยนแนวคิดซะใหม่ ด้วยการจ้างพ่อหนุ่ม เบ ยอง จุน มาเป็นพรีเซ็นเตอร์

ตอนนี้เบ ยอง จุน จึงเป็นยิ่งกว่าดารา ในความคิดของดิฉันเค้าเป็นเหมือนทูตสันถวไมตรีที่ช่วยเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างสองชาติได้อย่างเหนียวแน่น และมีพลัง อย่างที่เคยเกิดไม่กี่ครั้ง เพราะตามประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา เกาหลีและญี่ปุ่นไม่ค่อยกินเส้นกันมาเนิ่นนาน ทำสงครามกันมาหลายครั้ง จนเมื่อทั้งสองเปิดประเทศ ต่างฝ่ายต่างยังปลูกฝังความเป็นชาตินิยมไว้เหนียวแน่น ระยะแรก เกาหลีดูจะกังวลกับการไหลบ่าของวัฒนธรรมญี่ปุ่น เพราะเป็นฝ่ายรับอิทธิพลจากญี่ปุ่นมาหลายเรื่อง ทั้งการ์ตูน เกม ละคร แฟชั่น แต่นาทีนี้ วัฒนธรรมต่างๆ ที่เกาหลีรับมา ล้วนถูกผสมกลมกลืน และสะท้อนความเป็นตัวเองอย่างลงตัว ทำเอาญี่ปุ่นเองต้านไม่ได้ ต้องรับวัฒนธรรมเกาหลีมาบ้างเต็มๆ

และถ้าลองนึกดูแล้ว นอกจากความสัมพันธ์ที่เกิดจากการเป็นเจ้าภาพร่วมจัดฟุตบอลโลกของเกาหลีและญี่ปุ่นแล้ว ก็มีคราวนี้แหละค่ะ ที่ Winter Sonata ทำให้เกิดภาพการประสานความเป็นเกาหลี แลtญี่ปุ่นอีกครั้ง
ไม่น่าเชื่อว่า ละครเรื่องหนึ่งจะช่วยเปลี่ยนมุมมองความคิดของคนในระดับประเทศได้ขนาดนี้ จากที่เคยเป็นศัตรู ละครยังช่วยแปรเปลี่ยนให้เป็นมิตรได้
คนญี่ปุ่นที่เคยกินแต่วาซาบิ ก็เลยหันมาชอบกิมจิซะอย่างงั้น !!!

เนื้อเรื่องโดย คุณ ประวีณมัย บ่ายคล้อย [28 มกราคม 2548]

잊지마 (Itjima) / Don’t Forget / อย่าลืมฉัน...



잊지마 (Itjima) / Don’t Forget : Lyrics
Singer: Ryu (류)

하나도 조금도 잊지말아요
내가 곁에 있어도 잊지말아요
처음도 또 지금도 나의 사랑은
가까이 있는데도 멀리 있네요

내가 지켜줄께요
그곳이 어디라도 언제라도 내가
기다려요
내가 갈 때까지
처음 만났던 때로 다시
내가 가는 길이 조금 늦더라도
잊지마 잊지마

내가 찾을 때까지
내가 지켜줄께요
그곳이 어디라도 언제라도 내가

기다려요
내가 갈 때까지
처음 만났던 때로 다시
내가 가는 길이 조금 늦더라도
잊지마 잊지마
내가 찾을 때까지

………………

Romanize

hanado chogumdo itji marayo
naega gyote opsodo itji marayo
cho-umdo chigumdo naye sarangun
kakkayi innundedo molli inneyo

*naega jikyojulkkeyo
kugoshi odirado onjerado naega

**kidar-yoyo naega kalttae-kkaji
cho-um mannatdon ttaero tashi

***naega kanun giri chogum nutdorado
itjima, itjima, naega chachulttaekkaji…

***Repeat

…................…

Thai Romanization by Roytavan

ฮา-นา-โด โจ-กึม-โด อิท-จี่-มา-รา-โย
นา-กา กัด-เต อัพ-ซา-โด อิท-จี่-มา-รา-โย
ชัน-โด เช-กึน-โด หน่า-อะ-ซ้า-ราง-งึม
กา-กัท-อิ อิท-นึ้ม-กา-โด โมล-รี อิท-นี-โย

* แหน่-ก่า ชี-เค้-ชู-เก่-โย
ขื่อ-โด-ซี้ อะ-ดี-รา-โด อัม-เจ-อะ-โด นา-กา
คี๊-ด้า-รา-โย้ เน-กา กั่น-เต่-ก้า-จี่
โช-อึม มัน-น้าน-กาน กา-โร ดา-ชี้
เหน่-กา ก๊า-นึ้ม-กี๊-รี๊ จู-กึ่ม หนึ่น-ดา-ร้า-โด๊
อิท-จิ-มา อิท-จิ๊-มา น้า-ก๊า ช้า-โช้น-เต-ก่า-จี
***ซ้ำ**
-----------------

裴勇俊 《勿忘我》

点点滴滴都不要忘记
即使我不在身边也不要忘记
最初以及现在
我的爱近在眼前却又如此遥远
*
我为你守候
无论你在哪裏
我都会一直等你
直到我去找你
就像最初一样 即使我有点迟了
勿忘我勿忘我直到我找到你踪影
直到我找到你踪影
*
我为你守候
无论你在哪裏
我都会一直等你
直到我去找你
就像最初一样 即使我有点迟了
勿忘我勿忘我直到我找到你踪影
直到我找到你踪影

--------------------


Don’t Forget : Lyric Meaning

Don't forget the bits and pieces
Even when I am not around … do not forget
No matter it is in the beginning or for now
My love is so close … yet so far
I'll wait for you
No matter where you are …

I'll wait for you
Till I look for you
Just like the beginning
Even though I am a little late
Forget me not, forget me not …

till I locate your whereabouts
I'll wait for you
No matter where you are …

I'll wait for you
Till I look for you
Just like the beginning
Even though I am a little late
Forget me not, forget me not …

till I locate your whereabouts

.......................


โปรดอย่าลืมอย่าลืมแม้แต่เพียงครั้งเดียว
สำหรับทุกสิ่งที่เราเคยมีร่วมกัน
แม้ยามที่ไม่มีฉันอยู่เคียงใกล้ ก็จงอย่าลืม
ไม่ว่าครั้งแรก ครั้งนี้ หรือครั้งไหนๆ
ความรักของฉันจะโผผินไปอยู่ใกล้เธอ


* ฉันจะคอยปกป้องเธอ
ไม่ว่าเธอจะอยู่หนไหน หรือเวลาใด
โปรดคอยจนกว่าวันที่ฉันจะกลับมา
เสือนครั้งแรกที่เราได้พบกัน อีกครั้งเธอเถอะนะ
แม้ว่าจะอีกนานแสนนาน อีกไกลแสนไกล
อย่าลืมนะ ว่าเธอจะรอจนกว่าจะถึงวันนั้น

--------------------------------

Link for download :

http://daumbgm.nefficient.co.kr/mgbdamu/A0700001/A070000113686411.wma

TWSSG TEAM

Yujin & Junsang

มาร่วมย้อนรำลึกถึง Winter Sonata กันอีกสักครั้งนะคะ เพื่อต้อนรับการนำละครชุดนี้กลับมาออกอากาศอีกครั้ง

ดิฉันได้หยิบเอาช่วงเวลาที่บริสุทธิ์สดใสที่สุดของยูจินและจุงซางมาฝากกันในวันนี้ ดังเช่นเจตนารมย์ของผู้กำกับยุนที่ตั้งใจใช้หิมะสีขาวสะอาดสื่อถึงความรักในวัยแรกรุ่น รักครั้งแรก การจับมือกันครั้งแรก จูบแรก ที่เปรียบเสมือนหิมะแรกที่ขาวบริสุทธิ์ ซึ่งทั้งยูจินและจุงซางได้ส่งผ่านความรู้สึกเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี นี่คงเป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ที่ทำให้ละครชุดนี้เป็นที่รักและอยู่ในใจของผู้คนไม่เสื่อมคลาย ไม่ว่าเวลาจะผ่านมานานแค่ไหน

วันนี้เรามาร่วมย้อนรำลึกถึงความทรงจำอันแสนหวานนั้นด้วยกันนะคะ


2.3.09

WINTER SONATA - 9 - Wavering heart

WINTER SONATA

มาช่วยกันให้กำลังใจ จุง ยูจิน ที่กำลังเป็นเสมือน สนที่ถูกกระแสลมแรง พัดโบก โยกไหว ยอดสนโอนเอนลู่ลมไปมา แต่ธรรมชาติของสนก็สามารถ คงยืนต้ได้อย่างมั่นคง มีเพียงแต่ยอดสนเท่านั้นที่แกว่งไกวไปตามลม หัวใจของ ยูจิน เปรียบเสมือน ลำต้นของสน แม้สถานการณ์รอบตัวจะแกว่งไกวอย่างไร ยูจิน ก็คือ ยูจิน

Episode 9 - Wavering heart


สนต้องลม

พอรถแล่นเข้ามาจอดในลานจอดรถ ยูจิน ก็หลับไปเสียแล้ว ยูจิน ดูราวกับเป็นดวงวิญญาณที่อ่อนแอ และทุกข์ระทม ถูกกระแสน้ำที่รุนแรงกัดเซาะอย่างไม่หยุดหย่อน จนในที่สุดก็จมลึกลงไปสู่การหลับใหลอย่างอ่อนระโหยโรยแรง
มินฮุง ปลด safety belt แล้วหันไปเรียก ยูจิน : ยูจิน ถึงแล้ว
มินฮุง ยกมือ แตะผมของ ยูจิน เบา ๆ พูดกับตัวเองและ ยูจินว่า : ผมอยากจะเชื่อว่าคุณ ก็คิดอย่างเดียวกับผม ได้หรือเปล่า
มินฮุง ยกมือขึ้นช้าๆ เพื่อจะปัดเส้นผมที่หน้าผากให้ ยูจิน พริบตานั้นเอง ยูจิน ลืมตาตื่นขึ้น มือของ มินฮุง ชะงักค้างทำอะไรไม่ถูก
มินฮุง : หลับสบายไหมครับ
ยุจิน : มาถึงแล้วหรือคะนี่ สงสัยฉันคงเผลอหลับไป
แววตาของ ยูจิน ยังแฝงความอ่อนระโหยโรยแรง เหมือนเพิ่งเสร็จสิ้นจากการเดินทางไกล ยูจิน มอง มินฮุง โดยไม่อาจอำพรางความรู้สึกกระอักกระอ่วนใจ ระหว่างเธอ และ มินฮุง ได้
มินฮุง : กาแฟสักถ้วยดีไหม
ยูจิน หันมา
มินฮุง : งั้นรออยู่ที่นี่นะผมจะไปเอามาให้

มินฮุง เปิดประตูลงไปจากรถ ไปที่ตู้เครื่องดื่ม หยอดเหรียญ ได้ กาแฟมา 2 กระป๋อง
แต่เมื่อกลับมาถึงรถ ก็พบว่า ยูจิน ไม่อยู่ในรถเสียแล้ว
มินฮุง เหลียวกลับไปมองประตูทางเข้า ก็ไม่พบ ยูจิน มีเพียงแผ่นกระดาษ แปะติดที่หน้ากระจกรถ ใจความว่า “ วันนี้ขอบคุณมาก”
มินฮุง อ่านแล้ว ยิ้มออกมาส่งใจไปให้ เจ้าของลายมือนี้
แต่ในใจกลับอ้างว้างเดียวดาย เพราะคิดได้ว่า ทุกครั้งที่เขาเข้าไปใกล้ ยูจิน ยูจิน จะถอยห่างออกไป

ยูจิน กลับเข้าห้องพักของตนเอง ทรุดตัวลงนั่งที่โต๊ะกระจก นิ่งนาน ใช้ความคิด

ผู้จัดการส่วนตัวของ คัง มุยฮี บอกว่า คุณจะมาใช้สตูดิโอ เมื่อไหร่ก็ได้นะครับ พรุ่งนี้ต้องมาถ่ายรูป ทำโปสเตอร์และโบรชัวร์ ส่วนวันนี้

คัง มุยฮี แย้งว่า เดี๋ยว ค่ะ คิววันนี้ยกเลิกไปก่อนได้ไหมคะ พอดีฉันมีธุระส่วนตัวต้องไปทำ
ผู้จัดการ : ได้ครับ งั้นโทรหาผมนะครับ

คัง มุยฮี ไปที่บ้านที่ชุนชง เดินเอามือระผนังกำแพงบ้าน เมื่อเข้าไปในบ้าน เปิดเปียโนใช้นิ้วมือ กดคีย์ลงไป แล้วก็แว่ว เสียงของ จุนซางถามขึ้นว่า “ พ่อผมคือใครครับ” คัง มุยฮี สะดุ้ง หันไปก็ไม่พบใคร จึงนั่งลง ที่โต๊ะ ที่เคยใช้รับประทานอาหาร กับจุนซาง
ที่สกีรีสอร์ต

คุณคิม รายงานเรื่องงาน แล้วถาม มินฮุงว่า : เมื่อคืนคุณไปไหนมา
มินฮุง เงยหน้าจากแฟ้มเอกสาร มองคุณคิม
คุณคิม กระเซ้า ว่า : ยังจะมาทำไก๋อีก นึกว่าผมไม่รู้เหรอยังไง ได้ยินว่าคุณกลับมากับ ยูจิน
มินฮุง ยิ้ม ก้มหน้าดูรายงาน : ใครเป็นคนบอกคุณล่ะ
คุณคิม : จะใครเสียอีกล่ะ จุงอา น่ะซี ไม่น่าถามเลย แล้วคุณคิม ก็หัวเราะพูดต่อว่า : เวลาที่คู่รักมัวแต่หมกมุ่นกับความรักเนี่ยะ จะต้องมีใครคนหนึ่งที่คอยเก็บข้อมูลเพื่อรายงานข่าว แล้วไปไหนกันมา ไปเดทกันมาหรือ
มินฮุง : ไม่ใช่หรอกครับ เขาไม่มีรถกลับมาที่นี่ ผมก็เลยไปรับมา
คุณคิม : อ้องั้นหรือ เข้าใจแล้ว สรุปว่าเจ้าชายต้องขี่ม้าขาวไปรับ
เอ้อ....แต่ว่าพวกคุณทะเลาะกันหรือเปล่า
มินฮุง : เปล่านี่
คุณคิม : เปล่าเหรอ แปลกนะ ยูจิน เขาดูซึม ซึม ไป
มินฮุง : หมายความว่าอย่างไร
คุณคิม : วันนี้สีหน้าเขาไม่ดีเลย เหมือนกับเสียใจเรื่องอะไรสักอย่างหนึ่ง ผมนึกว่าคุณจะรู้เสียอีก ไม่รู้เหรอ
มินฮุง ทำท่าคิด หน้าตาไม่แจ่มใส

ยูจิน นั่งอยู่คนเดียวที่ม้ายาว ริมลานกว้างของสกีรีสอร์ต ในท่ามกลางแสงไฟที่สลัวราง
ลมหนาวพัดกรูกันมารอบกายของ ยูจิน แต่ ยูจิน ก็ยังนั่งเฉย ไม่ได้รับรู้ ถึงสายลมที่เย็นยะเยือกนั้น
นึกถึงแต่ภาพที่ มินฮุง ไปรับเธอที่สวนสาธารณะ ดึงเธอเข้ามากอดแนบอก
( มีเพลง Memory อีกแล้ว ยูจิน คะ เพลงนี้เคยใช้เวลาที่ ยูจิน นึกถึงความหลัง กับ จุนซาง ตอนนี้ จุนซาง ถูกเบียดพื้นที่ในหัวใจของ ยูจิน แล้ว )

มินฮุง เดินออกมาจากตึก เห็น ยูจิน นั่งอยู่ที่ม้ายาว ก็ยิ้มกับตัวเอง เดินเข้าไปหา ยูจิน
ทำท่าค่อยๆย่อง แล้วไปยืนเบื้องหน้าของ ยูจิน
มินฮุง สวมเสื้อคลุมที่มีหมวกและแว่นตา สีเขียว ตัวที่เคยให้ ยูจิน ยืมใส่ เมื่อ ครั้งที่รู้จักกันใหม่ๆ และ มาร่วมตรวจงานกันครั้งแรก

ยูจิน มองมินฮุง แล้ว เมินหน้าไปแอบยิ้ม ทั้งที่ ใบหน้ายังเศร้าสร้อย
มินฮุง ยิ้มให้ ยูจิน ถอดหมวกออก เป็นยิ้มที่ร่าเริง
ยูจิน ยิ้มตอบ

ทั้งคู่เดินไปที่ลานกว้าง มินฮุง เห็น ยูจิน ไม่ได้พันคอด้วยผ้าพันคอ จึงถอดผ้าพันคอของตัวเองออก และนำไปพันคอให้ ยูจิน
ยูจิน เอนตัวหนี
แต่ มินฮุงไม่ยอม ใช้มือจับ ยูจิน เอาไว้ : อยู่นิ่งๆสิ มันหนาวนะ
มินฮุง ไขว้ผูกผ้าพันคอให้
( เห็นท่าทาง ของ มินฮุง แล้ว แสดงว่า ยงจุน ต้องผูกผ้าพันคอ แบเท่ห์ ๆ เองได้ เคย มีคนบอกว่า ในเรื่อง WLS นี้ มินฮุง ผูกผ้าพันคอเท่ห์ๆ 12 แบบ ไม่ซ้ำกัน)

ยูจิน ที่ทำท่าหลบเลี่ยงแต่ต้น นิ่งเฉยยอมให้ มินฮุง เอาผ้าพันคอมาพันคอให้ ราวกับว่าไม่อาจต้านทานแววตาที่อบอุ่นของ มินฮุง ได้

มินฮุง รู้ดีว่า ยูจิน กำลังทุกข์ร้อนใจด้วยเรื่องใด ชีวิตของคนเรามักจะต้องพบกับทางแยกนับครั้งไม่ถ้วน ในเวลาที่พบทางแยก คนเรามักจะหลีกเลี่ยงความรู้สึกว้าวุ่นกลัดกลุ้มใจได้ยาก แต่ก็ยังต้องเลือกเดินทางหนึ่งทางใดจนได้ เวลานี้ ยูจิน ก็กำลังอยู่ตรงทางแยกที่ทำให้น่ากลัดกลุ้ม

มินฮุง : มีบางครั้งที่คนเราต้องตัดสินใจ จะเดินไปทางนี้ดี หรือจะเดินไปทางนั้น ชีวิตมันคือการตัดสินใจ

เมื่อผูกผ้าพันคอเสร็จ มินฮุง ก็ จับมือของ ยูจิน แกะนิ้วมือของ ยูจิน ออก
ยูจิน ดึงมือหนี แต่มินฮุง จับไว้แน่น ด้วยสองมือของ ตัวเอง เมื่อแกะนิ้วมือ ของ ยูจิน ออกแล้ว มินฮุง ก็วางมือของตนลงไป
มินฮุง : แต่เวลาที่ยังตัดสินใจไม่ได้ ก็ไม่จำเป็นต้องตอบ อย่างตอนนี้ไง
มินฮุง ยิ้ม กว้างเปิดใจเต็มที่ให้ ยูจิน แล้วจูงมือ ยูจิน พาเดินไปเรื่อยๆ
ยูจิน กลับเข้ามาในห้องพัก ก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ยูจิน รับโทรศัพท์
เป็น ซังฮวก โทรศัพท์มา

วันรุ่งขึ้น ยูจิน เดินทางไปโซล ด้วยความหวังว่า จะทำให้ ซังฮวก เข้าใจความรู้สึกของเธอ
ซังฮวก นั่งอยู่คนละด้านกับยูจิน : ขอโทษนะ คืนนั้นฉันไม่เป็นตัวของฉันเองเลย ขอโทษนะ ยูจิน
ยูจิน : ซังฮวก อย่าพูดถึงมันอีกเลย ฉันขอร้องละ
ซังฮวก : ก็ได้ ยูจิน มันจะไม่มีวันเกิดขึ้นอีก แล้วเธอจะยกโทษให้ฉันได้ไหม เราคงแกล้งทำ เหมือนไม่มีอะไรไม่ได้ แต่เราพยายามลืมมันไปเถอะ

ยูจินไม่ได้มาเพื่อจะฟังคำขอโทษของซังฮวก เรื่องคืนนั้น ยูจินไม่ได้ใส่ใจอีกแล้ว ยูจินรู้สึกว่าต้องการบอกให้ซังฮวกรู้ว่า ใจของเธอกำลังเปลี่ยนไป

ยูจิน : ซังฮวก เรามาคิดเรื่องแต่งง่าน กันอีกครั้งเถอะนะ
ซังฮวก หน้าเสีย แววตาไหววูบ ทำเสียงเข้ม : หมายความว่าอย่างไร
ยูจิน หน้าตาซีดเซียว : ไม่ใช่เพราะเรื่องคืนนั้นหรอกนะ อย่าเข้าใจผิดที่ฉันพูดล่ะ
ยูจิน ทำท่าอึกอักแล้วพูดต่อ : ในช่วงนี้ฉันสับสนมากจริงๆมองอะไรไม่เคลียร์สักอย่าง ทุกอย่างที่ฉันเคยเชื่อมั่น มันเริ่มสั่นคลอนมองไม่ชัด เรื่องแต่งงานน่ะเราพักไว้ก่อนได้มั๊ย
ซังฮวก : เธอจะเลิกกับฉันเหรอ

ยูจินนั่งก้มหน้าสายตามองพื้นโต๊ะ
ซังฮวก : ทำไมต้องสับสนด้วย เป็นเพราะ มินฮุง เหรอ
ยูจิน เงยหน้าขึ้นมา : มันไม่ใช่เพราะเขาหรอกนะ
ซังฮวก : ถึงมันจะไม่ใช่เขา แต่เขาก็มีส่วนเป็นต้นเหตุด้วยใช่มั๊ยล่ะ
ยูจิน กลับพูดไปอีกทางว่า : เรากลับไปเป็นเหมือนเดิมไม่ได้หรือ เป็นเหมือนครอบครัว เป็นเหมือนพี่น้อง เราทำได้ไหมล่ะฮึ
ซังฮวก นิ่ง
ยูจิน : เธอทำเพื่อฉันจะได้ไหม
ซังฮวก ส่ายหน้าน้อยๆ : ไม่ได้ ฉันทำไม่ได้
ยูจิน : ซังฮวก
ซังฮวก พูดเสียงดัง : ฉันทำไม่ได้ ฉันไม่มีวันทำยังงั้นแน่ เพราะฉันทำไม่ได้
ยูจิน น้ำคาคลอ ซังฮวก ลุกขึ้นโดยเร็วและออกไปจากที่นั่น ยูจิน นั่งใช้ความคิดที่โต๊ะ
ที่บ้านอาจารย์ คิม

อาจารย์คิม : นี่ตกลงจะไปพรุ่งนี้ใช่ไหม งั้นถ้าไปเจอเจอ ยูจิน ช่วยบอกเขาด้วยว่าแม่เขาก็ไม่สบายใจเรื่องที่เกิด ตอนงานวันเกิด แม่เขาก็รู้สึกแย่เหมือนกัน อย่าลืมบอกเขานะ
แม่ซังฮวก : พอทีเถอะค่ะคุณ
อาจารย์คิม : ผมพูดอะไรเหรอ ซังฮวก ข้าวเสร็จแล้วไปเรียกพ่อด้วยนะพ่ออยู่ห้องหนังสือน่ะลูก
ซังฮวก : ครับพ่อ
: แม่ครับ แม่สนใจจะไปสกีรีสอร์ตกับผมมั๊ยครับ
แม่ซังฮวก : พอเถอะ แม่ไม่อยากไปหรอก อย่าคิดว่าแม่ไม่ชอบเขาโดยไม่มีเหตุผลนะ
ซังฮวก เดินเข้ามาใกล้แม่ : แม่ครับ มันเป็นการเข้าใจผิดกัน
แม่ซังฮวก : มันจะเป็นยังไงก็ช่างแต่แม่ไม่อยากได้ยินเรื่องว่าที่ลูกสะใภ้โดนครหาเรื่องผู้ชายอีกนะ
ซังฮวก : แม่ครับ แม่เคยเห็น ยูจิน เป็นคนดีและอ่อนหวานมาตลอด ทำไมแม่ถึงลืมเรื่องทั้งหมด และหันมาเกลียดเขาตามที่คนอื่นพูด ให้โอกาสเขาหน่อยสิครับ ผมขอร้องละครับ
แล้วซังฮวกก็จับมือแม่มากุมไว้
แม่ซังฮวก : ลูกทำใจได้กับเรื่องพวกนั้นเหรอ
ซังฮวก : ผมเชื่อใจ ยูจิน ครับ แม่เองก็เชื่อใจเขาเถอะครับ เชื่อใจผมด้วย
แม่ซังฮวก ทนลูกชายตื๊อไม่ไหว ยิ้มให้ ซังฮวก : ได้ งั้นไปเรียกพ่อเขามากินข้าวเถอะ


ที่สกีรีสอร์ต
คุณคิมถามจุงอาว่า : พร้อมหรือยัง
จุงอา : ค่ะ
ทั้งคู่อยู่ในชุด จะไปเล่นสโนว์บอร์ด พร้อมอุปกรณ์
มินฮุง ( สวมเสื้อ สีแดง)เดินแกมวิ่งน้อยๆตามหลังมา
คุณคิม : ยูจินกลับมาจากโซลหรือยัง
จุงอา : ทำไมหมู่นี้สนใจเขานักล่ะคะ
หันไปเห็น มินฮุง : ใช่ไหมล่ะคะคุณ ลี แบบนี้น่าสงสัย
คุณคิม : ก็เห็นหมู่นี้เขาไปโซล บ่อยจังเลยนี่นา

ยูจินเดินเข้าประตูโรงแรมเข้ามาพอดี
จุงอา : แล้วคุณไปยุ่งอะไรกับเขาด้วยล่ะ
ทั้งคุณคิม และจุงอา หันไปเห็นยูจิน อุทานพร้อมกัน : อ้าวยูจิน
มินฮุง หันไปเห็น ยูจิน : เดินทางปลอดภัยดีนะครับ
ยูจิน : ค่ะ
คุณคิม : เราจะไปเล่นสโนว์บอร์ด กัน ไปด้วยกันไหมครับ
จุงอา : ไปด้วยกันสิ
ยูจิน : ไม่ล่ะค่ะ ฉันอยากจะพักผ่อน แล้วหันไปทาง มินฮุง ; คุณลี คะ ขอคุยอะไรด้วยหน่อยได้ไหมคะ
มินฮุง พยักหน้า : ได้สิครับ
คุณ คิม เอื้อมมือไปรับอุปกรณ์ มาจาก มินฮุง : เอ้าตามสบายครับ
มินฮุง และ ยูจิน เดินเข้าไปข้างในโรงแรม
คุณคิม บ่น : สงสัยจะเหลือคุณกับผมเท่านั้นเองแล้วละ
จุงอาสงสัย : หมายความว่าอย่างไร
คุณคิม หันไปทางจุงอา : ก็คุณและผมไงล่ะ
แล้วทั้งคู่ก็พูดขึ้นพร้อมกัน : แหมแบบนี้มันไม่เหมาะละมั้ง
แล้วก็ต่างคนต่างแยกกันไปคนละทิศคนละทาง

ส่วน มินฮุง และ ยูจิน นั่งในคอฟฟี่ชอป
มินฮุง เห็นใบหน้าที่หม่นหมองของ ยูจิน
มินฮุง รู้สึกว่า ยูจิน น่าจะได้ดื่ม โกโก้ที่ทั้งหวานและอุ่นสักถ้วย
ยูจิน รู้สึกว่า มินฮุง เป็นผู้ชายที่ไม่มีข้อบกพร่อง และที่เธอประทับใจมากที่สุด ก็คือความอ่อนโยน
และความสนิทสนมที่ มินฮุง มีต่อเธอนั้นได้ก้าวล้ำเกินระดับปกติแล้ว

มินฮุง ชวนคุยขึ้นก่อนว่า : หิมะตกหนักมากเลย
บริกร ยกเครื่องดื่ม มาเสริฟ์
มินฮุง ยื่นมือไปเลื่อนถ้วยโกโก้ ไปให้ข้างหน้า ยูจิน : มีคนเคยบอกว่า ดื่มอะไรหวานๆ เหมือนโกโก้ร้อน จะทำให้เราสดชื่นขึ้น
ยูจิน : ฉันดูเศร้านักหรือคะ
มินฮุง : ครับ เศร้ามากเลย ยิ้มให้แล้วหัวเราะ ขอผมถามได้ไหมครับ คุณไปที่โซลทำไม
ยูจิน : เมื่อวานคุณบอกว่า บางทีคนเราก็ต้องตัดสินใจเลือกทางเดินว่าจะไปทางนั้นดี หรือทางนี้ดี ฉันน่ะขอบคุณ คุณ มากนะคะ
มินฮุงฟังและมองยูจินอย่างสนใจตั้งใจฟัง
ยูจิน พูดต่อ : เพียงแต่ว่าฉันต้องข่มใจไว้ ฉันเปิดใจกับคุณก็ไม่ได้ ฉันจะทิ้งซังฮวก ก็ไม่ได้

มินฮุง หน้าตาเคร่งขรึมลง
ยูจิน : ถ้าฉันยังมีซังฮวก ฉันก็คบกับคุณไม่ได้ ฉันจะเลือกทั้งสองทางก็ไม่ได้ นี่คือการตัดสินใจของฉัน
มินฮุง : ยูจิน
ยูจิน : วันนี้ฉันบอกซังฮวกไปว่า ฉันแต่งงานกับเขาไม่ได้

มินฮุง หน้าตาจากเคร่งขรึม เป็นหม่นหมอง
ยูจิน : และฉันก็ไม่สามารถคบกับคุณได้เช่นกัน
ยูจิน มอง มินฮุง : จากนี้ไปฉันอยากจะอยู่คนเดียวสักพักหนึ่งค่ะ ฉันเองก็ไม่รู้ว่า จะอยู่ได้หรอเปล่า แต่ฉันจะพยายาม มินฮุง ฉันไม่อยากจะเป็นคนเลว ไม่ว่ากับคุณ หรือซังฮวก
มินฮุง มองโต๊ะนิ่ง
ยูจิน ทำท่าทางจริงจัง : คุณจะช่วยฉันได้มั๊ยตะ
มินฮุง : ผมคงทำอย่างนั้นไม่ได้
เงยหน้ามอง ยูจิน : มันไม่ใช่การตัดสินใจ แต่มันคือการยอมแพ้ ผมช่วยให้คุณยอมแพ้ไม่ได้
( ผมไม่อาจช่วยคุณด้วยการให้ผมเองตัองปล่อยคุณไป)

สำหรับ มินฮุงแล้ว หาก ยูจิน ต้องการอะไร เขาช่วยเธอได้ทั้งนั้น แต่เขาไม่มีวันช่วยเธอ ด้วยการทิ้ง ยูจิน ไป
อีกเหตุผลหนึ่งก็คือ ตลอดเวลาที่ผ่านมา ยูจิน เอาแต่กังวลว่าคนอื่นจะลำบากใจหรือไม่ จน ยูจิน ไม่อาจทำตามอารมณ์ ความรู้สึกของตนเองได้ ทำให้ ซังฮวก และ มินฮุง ต่างก็ วุ่นวายใจด้วยกันทั้งคู่ ในขณะที่ ยูจินเอง ก็มีชีวิตอย่างปวดร้าว

แม้ มินฮุง อยากจะบอก ยูจินว่าไม่ว่า ยูจิน จะตัดสินใจอย่างไร เขาก็ยังรักเธอ ตลอดไป แต่ก็ไม่ส่ามารถพูดคำนี้ออกมาได้
สิ่งที่ มินฮุง ปรารถนาก็คือ ความรักที่ลงเอยด้วยความสุขสมหวัง ไม่ใช่เพียงแต่รักอย่างเดียวเท่านั้น
( ดีมากคะ คุณ มินฮุง คุณเป็นพระเอกนี่นะ ไม่ใช่พระรองสักหน่อย )

เมื่อแยกจากกัน มินฮุง ยังไม่สามารถกลับไปห้องพักได้
มินฮุง ยืนมองผู้คนที่เดินไปมา นึกถึงคำพูดของ ยูจิน” ฉันน่ะตั้งใจจะอยู่ด้วยลำแข้งของตัวเอง คุณจะช่วยฉันได้ไหมคะ
“มันไม่ใช่การตัดสินใจ แต่มันคือการยอมแพ้”
มินฮุง รู้สึกว่า ยูจิน เป็นคนซื่อบื่อที่ใจดี มักจะคำนึงก่อนว่าคนอื่นจะเจ็บปวดหรือไม่ แล้วค่อยมาคำนึงว่าตัวเองจะเจ็บปวดหรือไม่


ซังฮวก มาถึงสกีรีสอร์ตพร้อมกับเจ้าหน้าที่ของสถานีวิทยุคนอื่นๆ : เออนี่แล้วฉันจะได้เห็นคู่หมั้น ของนายเมื่อไหร่
มินฮุง เดินอยู่กับคุณคิมเห็นรถบรรทุกวิ่งเข้ามาจอดที่โรงแรม
เมื่อ ซังฮวก จัดแจงสัมภาระเรียบร้อยแล้ว ซังฮวก ก็ไปที่ห้องของ มินฮุง ในขณะที่ มินฮุง กำลังดูแบบแปลนอยู่ เมื่อ มินฮุง เห็น ซังฮวก ก็ลุกขึ้น แววตาแสดงความแปลกใจและหนักใจขึ้นมาทันที ในขณะที่ซังฮวก กลับมีใบหน้าที่มีความเชื่อมั่นในตนเองอย่างประหลาด
มินฮุง : ไม่ได้พบกันซะนาน เชิญนั่งสิครับ
ซังฮวก : ไม่ละ แต่อยากจะมาพูดอะไรหน่อย ผมไม่รู้จักคุณดีเท่าไหร่ แต่ ตั้งแต่ที่คุณบอกรัก ยูจิน ต่อหน้าผม ทั้งที่คุณยังคบกับแชรีนอยู่ ผมคิดว่าคุณเป็นคนซื่อสัตย์ต่อความรู้สึก และเป็นคนประเภทอยากได้อะไรแล้วคุณต้องได้ แต่ผมไม่ใช่ ผมไม่เคยทำอะไรที่มันผิดศีลธรรมเลย เพราะงั้นผมจะไม่สนใจอะไรที่ไม่ใช่ของผม แต่ว่าของของผม ผมจะปกป้องให้ถึงที่สุด
มินฮุง : คุณอยากจะพูดแค่นี้ใช่ไหม
ซังฮวก : คุณรู้ใช่ไหมว่า ยูจิน คิดถึงคนอื่นเวลาที่มองหน้าคุณ คัง จุนซาง ไงล่ะ
มินฮุง : แล้วไงล่ะ
ซังฮวก : คุณก็อย่าฉวยโอกาส ทำให้ ยูจิน หวั่นไหวเลยน่า
มินฮุง : หวั่นไหวเหรอ แล้วคุณพูดกับ คัง จุนซาง เรื่อง ยูจิน ยังงี้ด้วยหรือปล่า
ซังฮวก นิ่ง ( คงนึกไม่ถึงว่าจะถูก มินฮุง ย้อนศร เอาแบบนี้)
มินฮุง : ผมไม่ใช่คนที่จะต้องใช้ทริค หลอกล่อให้ผู้หญิงสนใจนะ เรื่องที่คุณพูดผมจะไม่ใส่ใจ ( ผมทั้ง รูปหล่อ อ่อนโยน แสนดี การศึกษาดี ร่ำรวย คุณไม่รู้รึไงเฮอะ คุณ ซังฮวก มัวไปอยู่ที่ไหนมานี่)
ซังฮวก : ไม่ว่ายังไงก็ตาม ยูจิน ก็ไม่มีวันที่จะทิ้งผม
มินฮุง : อันนี้มันก็แล้วแต่เขา
ซังฮวก : งั้นก็คอยดูแล้วกันว่า ยูจิน จะตัดสินใจยังไง
แล้วซังฮวก ก็หันหลังออกไป
มินฮุง ได้แต่มอง ด้านหลังของ ซังฮวก ( ก็ จะมองด้านหน้าได้ยังไงกันเล่า) มีร่องรอยกังวลใจ กับท่าทางเย่อหยิ่งถือดีของ ซังฮวก
ซังฮวก ตามหา ยูจิน เพื่อจะมาชวนไปทานอาหารเย็น
ยูจิน : ซังฮวก เธอมีงานที่ต้องทำไม่ใช่หรือ
ซังฮวก : ฉันจะมาชวนเธอไปกินดินเนอร์ เท่านั้น
ยูจิน: วันนี้ ฉันต้องทำงานดึกน่ะ ขอโทษนะ
ซังฮวก : แต่เธอก็ต้องกินข้าวไม่ใช่หรือ เพื่อนฉันขู่ว่า จะเลื่อนงานคอนเสริต์ ถ้าเธอไม่ไป ไว้ทุ่มตรงฉันจะมารับ
ยูจิน ได้แต่เรียก : ซังฮวก
พอทุ่มตรง ซังฮวก ก็ไปรับ ยูจิน ยูจิน หน้าตาไม่แจ่มใส
ซังฮวก แนะนำ ยูจิน ให้เพื่อนร่วมงาน รู้จัก
ดีเจ เพื่อนของ ซังฮวก บอกว่า : ในที่สุดผมก็ได้พบคุณ เขาเล่าเรื่องของคุณให้ผมฟังมากเลย คุณน่ารักมากจริงๆ
ซังฮวก : แน่นอนสิ เขาเป็นคู่หมั้นฉัน
ซังฮวก ใช้มือโอบไหล่ ยูจิน ขณะเดินเข้าห้องอาหารของ โรงแรม
ยูจินชะงัก เมื่อพบว่า มินฮุง และ คุณคิม ทานอาหารค่ำ ในห้องนั้นด้วย ซังฮวก เลือก โต๊ะนั่งให้ใกล้กับโต๊ะของ มินฮุง
มินฮุง เงยหน้าขึ้นมาพอดี ขณะที่คุณคิม นั่งหันหลังให้ ผู้มาใหม่ คุยจ้อ : แล้ว ตกลง ...แต่เมื่อเห็น มินฮุง มองเลยไปด้านหลังของตัวเอง ก็ชะงัก คำพูด หันไปมองบ้าง
ยูจิน แอบมอง มินฮุง




ซังฮวก เจ้ากี้เจ้าการ : ผมเลือกให้แล้วกันนะ
ดีเจ : แหมนี่ .....ทำท่าล้อเลียนซังฮวก ..ว่าแต่ จะแต่งงานกันเมื่อไหร่ รีบๆ แต่งกันเถอะครับ..ผมเล่นเพลง ไวโอเลตให้คุณเป็นของขวัญงานหมั้น
ซังฮวก บอกว่าเร็วๆนี้
ดีเจ ขอเป็นพิธีกรในงาน
ซังฮวก แกล้งบ่นเชิงปรึกษากับ ยูจินว่า : จะเอายังไงดี เรามีคนเป็นพิธีกรให้แล้ว ยงกุ๊ก อุตส่าห์เตรียมตัวไว้แล้ว

คุณคิม ชัก รำคาญ และเข้าใจ มินฮุง เอ่ยชวน มินฮุง ขึ้นว่า : เราไปกันเลยดีไหมครับ
มินฮุง ยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม ตอบคำว่า ; ดี
มินฮุง เห็นท่าทางของ ซังฮวก ที่ทำท่าสนิทสนมกับ ยูจิน อย่างออกหน้าออกตา ก็ เกิดอาการ กินไม่ลง
มินฮุง ลุกเดินไปที่โต๊ะของ ซังฮวก : ผมไปก่อนนะครับ
ยูจิน : ได้แต่มอง มินฮุงอย่างร้อนใจและหนักใจ
คุณ คิม : ตามสบายนะครับ ไปเถอะ

คุณคิม พูดกับ มินฮุง ว่า : ว้าว คู่หมั้นของ ยูจิน นี่ไม่เลวเลยนะ เขามาพูด confirm ต่อหน้าคุณ เนี่ยะ เราไปดื่ม อะไรกันต่อไหมครับ
มินฮุง : ไม่ละผมอยากออกไปเดินเล่นสักพัก
มินฮุง ออกไปเดินด้านนอก เดียวดาย ในบริเวณ ที่เคย จูงมือ ยูจิน เดินเล่น กันมาก่อน
ดีเจ ถาม ยูจินว่า : พรุ่งนี้คุณจะมาดู คอนเสิร์ต ไหม
ซังฮวก ตอบแทน ว่า : แน่นอนอยู่แล้ว
ยูจิน : ค่ะ
หันไปทาง ซังฮวก : ฉันมีอะไร จะคุยด้วย
ดีเจ : คุยเหรอ คงมีเรื่องคุยกันเยอะเลยสิ ก็ไม่ได้เจอกันนาน ตามสบายนะครับ
หันไปทาง ซังฮวก : ฉันจะออกไปคอยข้างนอก
ซังฮวก : แล้วเจอกันนะ
ยูจิน และ ซังฮวก ไปที่ คอฟฟี่ชอป
ซังฮวก : เป็นยังไงบ้างเพื่อนฉัน เขาตลกมากดีไหม เขาชอบสูบบุหรี่ ตลอดเวลาเลย แต่เขาเล่น เปียโน เก่งนะ
ยูจิน : ซังฮวก อย่าพยายามเลย
ซังฮวก : ฉันเปล่าเสียหน่อย
ยูจิน : ที่ฉันพูดเมื่อคราวก่อนน่ะ ฉันหมายความอย่างนั้นจริงๆ จริงๆนะ ฉันไม่ได้พูดเพื่อให้ เธอพยายามเปลี่ยนนะ อย่าทำแบบนี้เลย
ซังฮวก : แล้วไงล่ะ
ยูจิน : มันไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นมาหรอก ฉันตัดสินใจแล้ว

ยูจิน พยายามฝืนเก็บความรู้สึกไม่พอใจเอาไว้ ตัดสินใจพูดกับ ซังฮวก ด้วยความหวังว่า ซังฮวก จะยอมรับการตัดสินใจของเธอ

ซังฮวก โกรธ : ฉันบอกเธอแล้วไงล่ะว่าฉันไม่เห็นด้วยกับเธอ และฉันก็ทำไม่ได้ด้วย
ยูจิน : ไว้คุยกันวันหลังเถอะนะ แล้ว ยูจิน ก็ลุกขึ้น เดินแกมวิ่ง ออกมา
ซังฮวก วิ่งตาม ฉุด ยูจินไว้ เรียกด้วยเสียงอันดังด้วยอารมณ์ภายใน : ยูจิน
จับ ยูจินไว้ทั้งสองแขน : จะไม่เห็นแก่ตัวไปหน่อยเรอะ จะไม่แต่งกับฉัน แล้วความรู้สึกของฉันล่ะ
ยูจิน : ขอโทษนะซังฮวก แต่เธอ พยายามเข้าใจฉันหน่อยไม่ได้เหรอ
ซังฮวก : ไม่เป็นไร ถ้าเธอไม่รักฉัน ก็ไม่เป็นไรหรอกน่า แต่ยังไงฉันก็รักเธอ ฉันรักเธอเสมอ
ยูจิน : ซังฮวก ที่ผ่าน ๆมา เธอคิดว่าฉันไม่ได้รักเธอเลย และเธอก็ทนมาตลอด ยังงั้นใช่ไหม
ซังฮวก : ขอแต่เธออยู่ข้างๆฉัน เหมือนที่เธอเคยทำ แค่นั้นฉันก็พอใจแล้ว
ยูจิน : ไม่ได้ ฉันทำไม่ได้ ถ้าให้ทำแบบนั้น ฉันทำไม่ได้จริงๆ
ซังฮวก : เพราะอะไรล่ะ ตอบมาสิ ทำไมถึงบอกไม่ได้ อย่าพยามยามพูดอ้อมค้อมอีกเลย
ซังฮวก เขย่า ยูจิน แรงๆ : บอกเหตุผลฉันมาสิ ทำไมถึงบอกไม่ได้ อยากให้ฉันตอบให้ไหม ก็เพราะ ลี มินฮุง ไงล่ะ ไม่ว่าเธอจะปฎิเสธอย่างไร แต่ฉันรู้ว่าเป็นเพราะเขา เป็นเพราะ ลี มินฮุง ใช่มั๊ย เสียงของ ซังฮวก ดังยิ่งขึ้น
มินฮุง ที่ ออกไปเดินรับลมข้างนอกกำลังกลับเข้ามาข้างใน จึงเห็น ซังฮวก กำลังหยาบคายกับ ยูจิน
มินฮุง ทำเสียงแข็งกร้าว ใส่ ซังฮวก : นี่คุณทำอะไรของคุณน่ะ
มินฮุงเดินเข้าไปหาทั้งสองคน และบอก ยูจินว่า : ยูจินเข้าไปข้างในเถอะ
ซังฮวก เสียงดังใส่ มินฮุง : คุณว่าไงนะ
มินฮุง บอก ยูจิน ต่อ : ผมจะคุยกับซังฮวกเอง คุณเข้าไปรอข้างในเถอะ
ยูจิน : มินฮุง
ซังฮวก เข้าไปจับคอเสื้อ มินฮุง คำรามว่า : นายนี่มันน่า.....
มินฮุง : ถ้าคุณอยากจะต่อยผม เชิญเลย ผมไม่ว่าอะไรหรอก แต่ผมทนให้คุณทำกับ ยูจิน แบบนี้ไม่ได้
( โอ๊ย !!! พระเอ็ก พระเอก เหลือเกิน คุณ ลี มินฮุง ส่วน ซังฮวก ก็ลืมบทบาท พระรอง แสนดี เป็นพ่อพระ ตามธรรมเนียม ละครรักเกาหลี แล้วซีนี่ตอนนี้กลายเป็นตัวโกงแล้วค่ะ)

ซังฮวก ยิ่งโกรธหนัก : อะไร นะ
มินฮุง : ทำไมไม่กล้าต่อยหรือ ไม่กล้าต่อย เพราะกลัวผิดศีลธรรมหรือไง
ซังฮวก งง งวย โดนหมัดเด็ด ปล่อยมือ จากคอเสื้อของ มินฮุง เมื่อได้ยิน คำพูดนี้ของ มินฮุง เพราะว่า....นี่เป็นคำพูด ที่คัง จุนซาง เคยพูด เมื่อ สิบปีที่แล้ว ที่สนาม ซ้อมกีฬา นี่นา
มินฮุง เดินไปหา ยูจิน : ไปเถอะ ยูจิน

ซังฮวก หันไปมอง มินฮุง นึกเห็นภาพของ จุนซาง ...และคำพูดที่ว่า ..ไง.. ไม่กล้าต่อยกลัวผิด หรือไง
ซังฮวก รู้สึกหวาดหวั่น สองคนนี้ช่างเหมือนกันเหลือเกิน ไม่ใช่ จุนซาง อย่างนั้นหรือ
ยูจิน : เอามือ มินฮุง ที่จับไหล่เธอไว้ ออกจากไหล่เธอ : ฉันจะตามเข้าไป ขอฉันคุยกับ ซังฮวก ก่อนเถอะ ฉันไม่อยากทิ้งเขาไว้แบบนี้ ขอโทษค่ะ
มินฮุง หันมามอง ยูจิน และซังฮวก
ยูจิน กลับเข้าห้องพัก เดินไปมา


มินฮุง ยืนพิงกรอบหน้าต่างในห้องของตนเอง ม่านปลิวไสวไปตามแรงลม
ซังฮวก ก็พิงกรอบหน้าต่างในห้องของตัวเองเช่นกัน นึกถึงใบหน้าและคำพูด จุนซาง....ทำไม..ไม่กล้าต่อย เพราะกลัวผิดรึไง แล้วก็นึกถึงใบหน้าของมินฮุง ...ทำไม.... ไม่กล้าต่อย เพราะกลัวผิดศีลธรรมรึไง
ซังฮวก ส่ายหน้ากับตัวเอง นั่งลงที่โต๊ะ หยิบโทรศัพท์
ซังฮวก โทรไปหา อาจารย์ คิม
อาจารย์คิม ถามถึง ยูจิน
ซังฮวก : พ่อครับ พาแม่มาที่นี่พรุ่งนี้ด้วยนะครับ ผมมีอะไรจะบอกน่ะครับ ต้องมาให้ได้นะครับ
อาจารย์คิม : เอางั้นก็ได้ งั้นพ่อจะพยายามไปให้ถึงตอนบ่าย
ซังฮวก วางโทรศัพท์ กับพ่อ แล้ว โทรฯ ไปหา แชรีน ขอร้องให้แชรีน และเพื่อนๆ ไปที่ ชุนชง เพื่อชวนแม่ของ ยูจิน มาที่สกีรีสอร์ต ด้วยกัน



วันรุ่งขึ้น

ซังฮวก จัดเตรียมสถานที่ สำหรับการแสดงคอนเสริต์
จุงอา ไปกับคุณคิม
มินฮุง หารือ แปลนงานกับ ยูจิน
มินฮุง ถาม ยูจิน ว่า : มีอะไรจะบอกผมไหม
ยูจิน : เมื่อคืนนี้ ฉันทำคุณเสียความรู้สึก คุณโกรธฉันหรือเปล่าคะ
มินฮุง : ทำไมล่ะ เพราะคุณไปกับ ซังฮวก น่ะหรือ แล้ว มินฮุง ก็หัวเราะ
ผมว่าคุณใจดีมากเกินไป
ยูจิน : เอ๊ะ
มินฮุง : ผมว่าคุณใจดีมากเกินไป คุณรู้อะไรไหม คนใจดีมักทำให้คนรอบข้างอึดอัด
ยูจิน : เหรอคะ
มินฮุง : คุณไม่อาจเปิดเผยตัวเองได้ เพราะคุณกลัวจะทำร้ายจิตใจคนอื่นเขา และคนรอบข้างก็ต้องอึดอัดเพราะพวกเขาสับสน เข้าใจที่ผมพูดไหม
ยูจิน : คุณว่า ฉันเป็นคนโลเลหรือคะ
มินฮุง : ผมไม่ได้ว่าอย่างนั้น ผมชอบในแบบที่คุณเป็นน่ะนะ แต่ตอนนี้คุณต้องเคลียร์ตัวเองมากกว่านี้ ไม่อย่างนั้น ทั้งผม และ ซังฮวก จะยิ่งลำบากใจ และที่แย่ที่สุดก็คือ คุณ ก็ต้องลำบากใจ
ยูจิน : แล้วฉันควรทำยังไงล่ะคะ
มินฮุง : เคลียร์ตัวเองให้แน่ชัด ไม่ว่าคุณจะตัดสินใจยังไง ผมจะอยู่เคียงข้างคุณ
ยูจิน ทำท่าทางไตร่ตรอง ใช้ความคิด
มินฮุง พูดต่อว่า : ไปกันเถอะ ไปดูบ้านพักกัน

ทั้งสองคน เดินไปตรวจงาน
ซังฮวก ออกไปรับพ่อแม่ พาเดินเข้าโรงแรม อาจารย์ มองเห็น มินฮุง และ ยูจิน ก็อุทานว่า : เอ๊ะ นั่นมัน....
มินฮุง ถาม ยูจิน ว่า : เรียบร้อยใช่ไหม งั้นก็....ก้มดูแฟ้มในมือ
ยูจิน เห็นอาจารย์คิม ก็ก้มศีรษะทักทาย มินฮุง ที่หันหน้ามาทาง ยูจิน เห็น ยูจิน ทำเช่นนั้นจึงหันมามอง
ยูจิน : สวัสดีค่ะ
อาจารย์คิม : เอ้อ สวัสดี.. มองไปที่ มินฮุง ถามว่า : เธอคือ คัง จุนซาง ใช่ไหม ใช่ไหมเนี่ยะ
มินฮุง หันไปทาง ยูจิน เป็นเชิงปรึกษาว่าจะตอบอย่างไรดี พอดี อาจารย์ คิม พูดต่อว่า...อ้อ ใช่จริงๆ ด้วย เธอเคยแวะไปหาฉัน ที่มหาวิทยาลัยด้วย จำได้หรอเปล่า ฉันไง คิม ซังยู (คิมจินซู)
มินฮุง ได้แต่ยิ้มตะขิดตะขวงใจ
ซังฮวก ; ไม่ใช่หรอกครับพ่อ เขาชื่อ ลี มินฮุง เขาดูแลเรื่องการปรับปรุง สกีรีสอร์ต
อาจารย์คิม : อ้องั้นเหรอ
แม่ของ ซังฮวก หันไปมอง มินฮุง ทำท่าสนใจ และสะดุดใจ
มินฮุง : ไม่เป็นไรหรอกครับ ใครๆ ก็ทักผมแบบนี้ทั้งนั้น
แม่ของซังฮวก หันไปมอง ยูจิน ยูจินหลบสายตาลงต่ำ
ซังฮวก ตัดบท : ยูจิน เธอต้องไปดูคอนเสริต์ด้วยนะ โอเค
ยูจิน : จ้ะ
ซังฮวก : พ่อครับ เราไปกันเถอะครับ
ยูจิน เอ้อ... คำนับให้ทุกคน แม่ของซังฮวก
มินฮุง ก็มองอาจาร์ย์คิม และพวกอยู่เช่นกัน : ยูจิน เราไปกันเถอะ
อาจารย์คิม เหลียวกลับมามองมินฮุง
แม่ของซังฮวก เหลียวกลับไปมอง มินฮุง เช่นกัน แต่ด้วยคนละความคิดกัน


ยูจิน : น่าแปลกนะ
มินฮุง : อะไรเหรอ
ยูจิน : ทำไม จุนซาง ถึงต้องไปหา พ่อของซังฮวก ด้วย
อาจารย์คิม : ไม่น่าเป็นไปได้นะ ทำไมเขาถึงหน้าเหมือนกันขนาดนี้ ซังฮวก ลูกแน่ใจนะว่า จุนซาง น่ะตายไปแล้ว
ซังฮวก : ครับพ่อ ลี มินฮุง เขาโตที่อมริกาครับ
แม่ซังฮวก หันขวับไปที่ ซังฮวก : นั่นมันแฟนของ แชรีน ใชไหม
ซังฮวก : เข้าไปข้างในกันเถอะครับ
รถของแชรีน จอดลง มี ยงกุ๊ก จินซุก และ แม่ของยูจิน

ซังฮวก ไปที่เคาน์เตอร์
ถามว่า พ่อกับแม่ ว่า ทำไมไม่กลับพรุ่งนี้ละครับ ดูคอนเสริต์ แล้วก็ค้างที่นี่สักคืนได้ไหมครับ
อาจารย์ คิม : อืม...ไม่เลวนะ
ยงกุ๊กเรียกซังฮวก
ซังฮวกบอก พ่อกับแม่ว่า เขาชวนแม่ของ ยูจิน มาด้วย และขอตัวไปดูการซ้อม
ปัก แชอุน แม่ของซังฮวก ซึ่งทำท่าทางไม่ค่อยพอใจนักมาตลอดเวลา พอพบแม่ของ ยูจิน ก็พยายาม ปรับสีหน้า และถามถึง ฮีจิน น้องสาวของยูจิน

แชรีน ไปที่ห้องทำงานของมินฮุง

มินฮุง กำลังพูดเรื่องงาน
: ครับ เราจะพยายามให้เสร็จภายในอาทิตย์หน้าครับ ตกลงครับ
แชรีน พูดออกตัว กับ มินฮุง ก่อนว่า : ไม่ต้องกลัวหรอก มินฮุง ฉันมาในฐานะเพื่อน โอเค้
มินฮุง : นั่งก่อนสิ จะดื่มอะไรมั๊ย ยกโทรศัพท์ขึ้น ทำท่าจะสั่ง
แชรีน : ไม่ค่ะ ขอบคุณ มินฮุง วางโทรศัพท์ลง
แชรีน : ไงคะ ทุกอย่างราบรื่นดีไหมคะ
มินฮุง เรียกแชรีน เสียงหนัก
แชรีน : คุณกับ ยูจิน เป็นไงคะ ทุกอย่างคงไม่ง่ายใช่มั๊ย
มินฮุง : ก็ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ พอใจหรือยัง คุณมาดู คอนเสริต์หรือ
แชรีน : ก็หลายอย่างค่ะ คุณจะไปดูด้วยหรือเปล่าคะ
มินฮุง : ก็ไม่แน่นะ ผมยังมีหลายอย่างที่ต้องทำ
แชรีน : นี่ไล่ฉันทางอ้อมใช่มั๊ยคะ ไม่เป็นไรค่ะ ไว้เจอกันนะคะ คราวหน้าคุณเลี้ยงเหล้าฉันนะ ลุกขึ้นยืน
มินฮุง : ไว้ผมว่างก่อน
แชรีน : เอาไว้คุณว่าง น่าผิดหวังจัง ทีเมื่อก่อนนี้ คุณเคยแบ่งเวลาให้ฉันตลอด ฉันไปละ
แชรีน เดินไปที่ประตูห้อง มินฮุง มองด้านหลังของแชรีนอยู่ แชรีนหันมา หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส บอกว่า : ฉันว่าคืนนี้ ต้องมีอะไรสนุกๆ แน่ๆ ฉันรับรองได้เลย
มินอุง ทำท่าครุ่นคิด ก้มหน้าลงทำงานต่อ

ที่เวทีคอนเสริต์ กำลังซ้อมเตรียมความพร้อม
ซังฮวก พาอาจารย์คิม แม่ ของตน และแม่ของ ยูจิน ไปที่งานแสดง ชวนพูดขึ้นว่า : อาจจะหนาวนะครับ อย่าลืมใส่เสื้อหนาๆ คอนเสริต์ อาจจะน่าเบื่อ แต่ห้ามลุกจนกว่าจะจบนะครับ
แม่ของซังฮวก : ไม่ต้องห่วงแม่หรอก ห่วงคอนเสริต์ ดีกว่า พ่อ โปรดิวเซอร์
แม่ของ ยูจิน ถามซังฮวกว่า : เอ้อ ซังฮวก แล้ว ยูจิน ล่ะ อยู่ที่ไหนล่ะ
ซังฮวก : ยังทำงานอยู่มังฮะ เดี๋ยวผมจะไปตามให้
แม่ของ ยูจิน : ขอบคุณมาก
แม่ของซังฮวก เปิดกระเป๋าถือ : คุณคะ ฉันลืมกระเป๋าสตางค์น่ะ คุณไปจองที่ให้ฉันก่อนนะคะ แล้วหันกลับไปที่โรงแรม
ซังฮวก เตือนว่า เร็วหน่อยนะครับ

มินฮุง เดินอยู่กับยูจิน
มินฮุง : ไม่ไปดูคอนเสริต์เหรอ
ยูจิน : ไปค่ะ ฉันนัด จุงอา ไว้ที่นั่น แล้วคุณล่ะคะไม่ไปเหรอคะ
มินฮุง : ผมยังไม่แน่ใจ
ยูจิน ใช้ผ้าพันคอของ มินฮุง พันคออยู่
มินฮุง : ผ้าพันคอนี้เหมาะกับคุณจัง
ยูจิน ทำท่านึกขึ้นได้: อ้อ ฉันตั้งใจจะเอามาคืนคุณน่ะค่ะ
ยูจิน คลายผ้าพันคอ ออก มินฮุง เข้าไปยื้อยุดไว้: ไม่ต้องหรอก คุณเก็บไว้เถอะ
ยูจิน ไม่ยอม : ไม่ได้ค่ะ และ คลายผ้าพันคออกจนได้
มินฮุง : ผมอยากให้คุณจริงๆ นะ
ยูจิน : แต่ว่ามันเป็นของคุณนะคะ
มินฮุง : ไม่ได้ ตอนนี้มันเป็นของคุณแล้ว
มินฮุง พยายามดึงผ้าพันคอให้อยู่กับ ยูจิน พอปล่อยมือจากผ้าพันคอ ยูจิน ก็ดึงผ้าพันคอออก แล้วเอามาคล้องคอให้ มินฮุง
มินฮุง เลยยืนเฉย หัวเราะอย่างแจ่มใส ให้ ยูจิน พันผ้าพันคอให้ ราวกับคู่รักที่ผูกหันกันมานาน


แม่ของซังฮวก กลับออกมาจาก ไปเอาของที่ลืมไว้ ที่ห้องพัก เห็นภาพนี้เข้าพอดี
นางเห็นว่า ทั้งคู่สนิทสนม กันมาก
พอยูจิน พันผ้าพันคอให้ มินฮุง เสร็จ ก็ทำท่าโล่งใจ วางมือที่เอว มอง มินฮุง ทำท่าพออกพอใจเหลือเกิน
แม่ของซังฮวก ตาลุกวาว : ตายแล้ว นึกแล้วเชียว นางแพศยา

ที่เวทีคอนเสริต์
ซังฮวก เตือนเพื่อน ดีเจ ว่า : อย่าลืมเรื่องที่เตรียมกันไว้
ดีเจ : ไม่ลืม พ่อแม่ นายมาหรือยัง ซังฮวกชี้ให้ดูว่า: มาแล้วนั่งโน่นไง
ดีเจ : แล้ว คู่หมั้นนายล่ะ
ซังฮวก : ฉันจะไปตามเดี๋ยวนี้แหละ อย่าลืมนะ ช่วยหน่อยนะ
ดีเจ : ได้เลยไม่ต้องห่วง
ซังฮวก ให้สัญญาณ ดีเจ ยุลเยิล เข้าประจำที่ ไมโครโฟน
คอนเสริต์ เริ่มขึ้นแล้ว
มินฮุง คุณคิม ยูจิน และจุงอา เดินออกมาพอดี จากงานก่อสร้าง
ซังฮวก : ยูจิน คอนเสริต์ เริ่มแล้วนะ ยูจิน รับคำ
ซังฮวก : จุงอาล่ะ
ซังฮวก ชวนทุกคน หันไปทาง มินฮุง
มินฮุง : คือว่า
ซังฮวก : ไปสิครับ ผมอยากให้คุณไปด้วย ไปเถอะยูจิน แล้ว ซังฮวก ก็ฉุดมือ ยูจิน เดินไป
คุณคิม : ไปเถอะน่า ของฟรีน่ะ จุงอา เสริมว่า : จริงด้วย
มินฮุง ก็เลยตามเข้าไปดูคอนเสริต์ด้วย

ยูจิน ดีใจ ที่ได้พบแม่ ซังฮวก ชวน ยูจินให้เข้าไปนั่งกับแม่ ยูจิน โบกมือทักทายยงกุ๊ก และ จินซุก
แชรีน ยิ้มแฝงด้วยเลศนัย

มินฮุง คุณคิม และ จุงอา นั่งแถวหน้าสุด อีกด้าน
ซังฮวก มองมินฮุง ด้วยสายตา ยิ้มแย้ม
คอนเสริต์ ดำเนินไปเรื่อยๆ ท่าทางของ มินฮุง สนใจเพลงบรรเลง.

ตอนท้ายของรายการ
ดีเจ ยุลเยิล ได้ขึ้นไปบนเวที กล่าว ว่า : คอนเสริต์กำลังจะจบแล้ว ขอเชิญโปรดิวเซอร์ คิมซังฮวก ซึ่งเป็นผู้ที่ทำให้ คอนเสริต์ ในครั้งนี้ได้มาจัด ที่สกีรีสอร์ต เพราะ ยูจิน คู่หมั้นของคิม ซังฮวก อยู่ที่นี่นั่นเอง
ดีเจ ถามผู้ชมว่า อยากเห็นคู่หมั้นของ ซังฮวก ไหม ผู้ชม พากันปรบมือ เรียกร้อง จินซุก และแม่ ก็ ทั้งผลัก ทั้งดึง ยูจิน ให้ลุกขึ้น ไปยืนข้าง ซังฮวก แล้ว ดีเจ ก็เริ่ม แผนการ เมื่อทั้งคู่ อยู่หน้าเวที
มินฮุง เริ่มเครียด ตั้งแต่ เห็นซังฮวกขึ้นไปบนเวที
ส่วน ยูจิน ก็หน้าซีดเผือด ทำท่าทางเหมือนคน ที่ใจไม่อยู่ กับเนื้อกับตัว เมื่อถูกเรียกร้องให้ขึ้นไปปรากฏตัว

ดีเจ ; ต่อไปนี้เป็นการสัมภาษณ์สด ที่ทั้งคู่ไม่ได้เตรียมตัว กันมาก่อน ขอถามคุณ ซังฮวก นะครับว่าจะแต่งงานกันเมื่อไหร่
ซังฮวก ผลัก มือ ของ ดีเจ ออกไปทำท่าอายๆ (ที่แท้ก็เป็นมารยาสาไถน่ะค่ะ)
ดีเจ : วันนี้ คุณพ่อคุณแม่ ก็มาอยู่ที่นี่ด้วย รวมทั้งแฟนๆ ที่น่ารักของรายการ ก็มาอยู่ที่นี่ด้วย ใช่ไหมครับ แฟน รายการ พากันตอบรับ
ดีเจ. : ช่วยตอบเราหน่อยซิครับ
ซังฮวก พูดชัดถ้อยชัดคำ : เราจะแต่งงานกันเดือนหน้านี้ครับ ทุกคนตบมือ ยูจิน ทำท่าตกใจมองไปที่มินฮุง มินฮุง ก็ตกใจ มองไปที่ ซังฮวก
ดีเจ : แหมถ้างั้น ขอให้ ทั้งคู่จับมือกันหน่อยครับ

มินฮุง ขยับตัวจะลุกขึ้น แต่ถูกคุณคิม เอามือกดขา มินฮุง ไว้
ดีเจ : ผมไม่ขออะไรมากไปกว่านี้ ขอให้ทั้งคู่จับมือกันน่ะครับ
ซังฮวก จับมือยูจิน
ดีเจ : เห็นแล้วปวดใจจริงๆ เหมือนพวกเขากำลังจะสาบานกันเลย
มินอุง นั่งอย่างอึดอัดใจ อยู่กับที่นั่ง
ดีเจ : ผมอยากจะให้ของขวัญพิเศษแก่พวกเขาทั้งคู่ ขอให้ทุกคนปรบมือดังๆ ให้กับพวกเขาทั้งคู่ครับ ตอนที่ทั้งคู่ เดินลงจากเวที
ซังฮวก และ ยูจิน เดินลงจากเวที ดีเจ ร้องเพลงให้เป็นพิเศษ ให้ ซังฮวก และ ยูจิน

ตลอดเวลา ยูจิน มอง ซังฮวก อย่างสิ้นหวัง แต่ ซังฮวก แกล้งทำเป็นไม่ใส่ใจกับสายตาของ ยูจิน ซังฮวก มองไปที่ มินฮุง เผยรอยยิ้มของผู้ชนะ เย้ย มินฮุง

ถึงแม้ มินฮุง จะคาดเดาว่า ซังฮวก คงต้องหาวิธี ดึงตัว ยูจินไว้ แม้ต้องใช้วิธีการที่ต่ำช้า และ อ่อนหัด แบบนี้ แต่มินฮุง ก็รู้ว่า การทำเช่นนี้ ทั้ง ยูจิน ซังฮวก และ มินฮุง เองก็ต่างต้องเจ็บปวด
ซังฮวก หันมามองยูจิน ที่ก้มหน้าตลอดเวลา
มินฮุง ทนต่อไปไม่ไหวขยับตัวลุกขึ้น เดินออกไปจากบริเวณเวที
ยูจิน มองตาม มินฮุง รวมทั้ง แชรีน ที่ มอง มินฮุง เช่นกัน


เสียงเพลงที่เวที ยังคง ดังอยู่
มินฮุง ค่อยๆเดิน ไปยังสถานที่มีรถทำหิมะกำลังโปรยปราย หิมะอยู่ ด้วยท่าทางที่เศร้าและครุ่นคิด รวมทั้งสะกดความรู้สึกที่กำลังจะระเบิดออกมา ผ่านไปครู่หนึ่ง คุณ คิม ก็ตามออกมา และยืนข้างหลังของ มินฮุง
และบอกกับ มินฮุง ว่า : เอ้อ ..รู้สึกว่าจะเกิดปัญหา ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ผมคิดว่า ยูจิน กำลังแย่ละตอนนี้
มินฮุง หันไปมองคุณ คิม

พอการแสดงจบลง แม่ของ ซังฮวก ทนไม่ได้ที่ ซังฮวก ประกาศจะแต่งงานกับ ยูจิน เดือนหน้า
แม่ของซังฮวก : ไม่... ฉันไม่ยอมหรอก
ซังฮวก : แม่ครับ แม่พูดอะไร ทำไมแม่ต้องทำแบบนี้ด้วย
แม่ซังฮวก : แกน่ะอยู่เฉยๆเถอะ ทุกคนรู้อยู่แล้วว่าแกน่ะ รัก ยูจิน
แล้วหันไปทางยูจิน : ยูจิน บอกพวกเรามาตามตรงซิ ว่าเธอน่ะรักซังฮวกหรือเปล่า
อาจารย์คิม ปรามภรรยา
แม่ซังฮวก : แต่เราต้องการถามยูจินให้แน่ใจว่าพวกเขารักกันจริงหรือเปล่า
แล้วหันไปถามแม่ของ ยูจิน ว่า : คุณล่ะคะ คุณคิดว่า ฉันพูดเกินไปรึเปล่าคะ แต่ฉันรู้สึกจริงๆนะว่า ยูจิน น่ะไม่ได้รัก ซังฮวก หรอก
แล้วก็หันไปคาดคั้น ยูจิน อีกว่า : ยูจิน เธอตอบฉันได้มั๊ยล่ะ ว่าเธอน่ะรัก ซังฮวก หรือเปล่า
แม่ยูจิน รู้สึก ทนไม่ไหว : มันเกินไปแล้วนะคะ คุณทำแบบนี้ต่อหน้าทุกๆคนได้ยังไง ยูจิน เราไปกันเถอะ
อาจารย์คิม: อย่าเพิ่งไปครับ คงมีการเข้าใจผิดอะไรกัน คุยกันก่อนครับอย่าเพิ่งไปเลย ขอร้องละครับ
แล้วหันไปดุภรรยา : ขอโทษพวกเขาซะ
แม่ซังฮวก : คุณน่ะไม่รู้อะไรหรอก ยูจิน น่ะรักคนอื่นอยู่ ฉันน่ะเห็นทุกอย่างกับตาของฉันเองเลย แต่ถ้าฉันยังปล่อยให้พวกเขาแต่งงานกัน ทั้งๆที่รู้เต็มอก มันจะผิดต่อ ยูจิน ด้วยเหมือนกัน

มินฮุง เดินขึ้นบันไดมาพอดี
แม่ซังฮวก : อ้อมาพอดีเลย คนนั้นใช่มั๊ยที่เธอรักน่ะ เพราะเมื่อตะกี้นี้น่ะ ฉันเห็นกับตาเลย
ซังฮวก ตัวสั่นด้วยความเคียดแค้น เมื่อเห็น มินฮุง ปรากฏตัวขึ้นในเวลานี้ : ไปซะเถอะครับ ตรงนี้ไม่มีที่สำหรับคุณหรอก
แม่ ยูจินหันไปมอง
แม่ ซังฮวก ถามแม่ ยูจิน ว่า : ยูจิน เคยบอกคุณไหม ว่า ยูจิน เขาน่ะรักคนอื่นอยู่ ฉันคิดว่าเป็นการเข้าใจผิด แต่พอมาที่นี่ ฉันได้เห็นกับตา ฉันถึงเชื่อ
มินฮุง : ขอโทษที่มาขัดจังหวะนะครับ ผมอยากจะขอโทษ ถ้าหากมีการเข้าใจผิด
แล้ว มินฮุง ก้มหัวคำนับ : ผมไม่ทราบว่าที่คุณเห็นนั้นมันคืออะไร แต่ ยูจิน ไม่เคยทำอะไรให้ใครเข้าใจผิดครับ
ซังฮวก : ไปเสียเถอะครับ คุณลี
มินฮุง หันไปมอง ซังฮวก
ซังฮวก ทั้งตะโกน และตวาด : ผมบอกให้ออกไปเดี๋ยวนี้

มินฮุง พูดในสิ่งที่คิดว่าควรจะพูดออกไป แต่กลับทำให้ ยูจิน ยิ่งแบกรับความทุกข์ทรมานยิ่งขึ้น การที่ มินฮุง พูดว่า เป็นเรื่องเข้าใจผิด นี่มิใช่ข้อแก้ตัว แต่ ยูจิน รู้สึกวังเวงใจเหลือเกินมันอาจตีความว่า มินฮุง ไม่ได้รักเธอ

ยูจิน ลุกขึ้นยืน ตะโกนบ้าง : พอซะทีได้มั๊ย พอทีเถอะ ซังฮวก
ยูจิน ไม่พอใจที่ ซังฮวก ตัดสินใจตามลำพังฝ่ายเดียว โดยไม่คำนึงถึงความคิดและคำพูดของเธอ สิ่งที่โมโหที่สุด คือเธอไม่สามารถทำอะไรได้ตามใจปรารถนา
ยูจิน โกรธที่ ซังฮวก ไม่เคยสนใจสภาพจิตของเธอ
ซ้ำร้าย แม่ของเธอ นั่งอยู่ในที่นี้เหมือนเป็นจำเลยทั้งๆที่ไม่ได้ทำอะไรผิด และ มินฮุง ที่พูดว่า กรุณาอย่าเข้าใจผิด ผมไม่ได้รัก ยูจิน ยูจินโกรธไปหมดทุกอย่าง ยูจิน ร้องไห้ หันไปทางแม่และพ่อของซังฮวก : ฉันขอโทษนะคะ ฉันคงแต่งงานไม่ได้
แล้วหันไปที่แม่ตัวเอง: แม่คะหนูขอโทษ หนูแต่งงานไม่ได้ค่ะ

แล้ว ยูจิน ก็วิ่งออกมา ผ่านด้านหลังของ มินฮุง ลงไปข้างล่าง มินฮุง ออกวิ่งตามยูจินไปทันที
ซังฮวก : ถ้าผมกับ ยูจิน ต้องเลิกกัน แม่จะไม่ได้เจอหน้าผมอีก
แล้ว ซังฮวก ก็วิ่งตามไปอีกคน
มินฮุง วิ่งตาม ยูจิน และคิดว่าจะต้องคว้าตัวยูจินไว้ให้ได้ หากคว้าไว้ไม่ได้ มินฮุง รู้สึกว่าอาจจะไม่ได้พบ ยูจินอีก
มินฮุง วิ่งไปทัน ยูจิน จับแขน ยูจินไว้ มองหน้า ยูจิน แล้ว ดึง ยูจิน เข้ามากอด ในอ้อมอก : ผมจะไม่ปล่อยให้คุณไปไหนอีกแล้ว ไม่ปล่อยให้คุณเป็นของใครอีก
มินฮุง ผละตัวเองออกมา จ้องหน้า ยูจิน เอาสองมือจับแก้มของ ยูจิน : ทำอย่างที่ผมบอกเถอะนะ ตอบผมสิ แค่ตามผมไปก็พอ
ยูจิน น้ำตาไหลริน พยักหน้ารับคำ
มินฮุง กอด ยูจินแน่น
ซังฮวก วิ่งออกมาข้างนอกอาคาร หมุนซ้ายหมุนขวาที่ลานจอดรถ แล้ว รถของ มินฮุง ก็วิ่งผ่านมา
มี ยูจิน นั่งข้างหน้า ข้าง มินฮุง และวิ่งออกไปนอกบริเวณโรงแรม
ซังฮวก ได้แต่โกนเรียก ยูจิน อยู่กับที่อย่างสิ้นหวัง : ยูจิน

แม่ของ ซังฮวก นั่งกุมขมับ ในขณะที่คนอื่นๆ ยังตะลึงกับเหตุการณ์ ไม่มีใคร พูดอะไร
มินฮุง จอดรถที่หน้าบ้านหลังหนึ่ง ยูจิน ถามว่า : ที่นี่มันที่ไหนคะ
มินฮุง : บ้านพักหน้าร้อนของผม เข้ามาสิ
มินฮุง ไขกุญแจประตูบ้าน พอเงยหน้าขึ้น บานประตูก็เปิดออกมา โดย คัง มุยฮี
คัง มุยฮี ยิ้มดีใจ กอดมินฮุง ตบไหล่ มินฮุง เรียก ด้วยความรักและคิดถึง : มินฮุง
มินฮุง ก็กอดแม่ : แม่ครับ

Scene-9 : Wavering heart

The fork:
Stay still. It's cold. There are moments when you have to decide. Shall I take this road or that road? Life is a constant decision making. It's not a bad idea for your heart to decide when you don't have the answer. Just like this moment ...

Reconsideration:
Sang-hyuk. Can you reconsider our marriage?
What do you mean?

It's not because of that night. So try to not to misunderstand what I'm saying. It's so hard for me these days. Nothing seems clear ... Everything I believed in is shaky and unclear. Can you reconsider our marriage?

Are you breaking up with me? Why is it so hard for you? Is it because of Min-hyung?
It's not just because of him.
If it's not just because of him, he is part of the reason for all these. Is it?
Can we go back to the way we were before? Like a family, like a friend? Can you do that for me? Can you?

I can't. I can't do that.

Third Decision:
Yesterday you said that there are moments when we have to decide. This road or that road. I like you. But I can't let myself do that. If I let myself be with you I can't get let Sang-hyuk go. If stay with Sang-hyuk, I can't let go of you ... I can't take either road. That's my decision. Can you understand? ... I told Sang-hyuk today that I couldn't marry him. And I can't go to you either. I'm going to be alone from now on. I don't know if I'll be okay, but I'm going to try. Min-hyung, I don't want to be a bad person to either you or Sang-hyuk. Can you help me?

I can't do that. That' not a decision. That's giving up. I can't help you to give up.

Self-destruction of Sang-hyuk: 【1/3】
Sang-hyuk ... The things I said last time, I meant them. It wasn't a passing remark. Please don't do this. It's not going to change anything. It's not going to change my decision.

I said I couldn't agree to your decision. I firmly said I couldn't do that.
Let's talk later.
Yoo-jin! Don't you think it's too one sided if you decide not to marry me? What about how I feel? Yoo-jin.

I'm sorry, Sang-hyuk. Can't you just try to understand me?
It's okay if you don't love me. You don't have to. Anyway, I loved you by myself until now.

Sang-hyuk ... So until now you thought I didn't love you. And you thought that was fine? Why think like this?
Just stay beside me like you did. That's all I ask of you.
No, I can't do that. If that's the case I really can't do that.
What the reason? Answer me. Don't beat around the bushed by saying all kinds of thing. Just give me one solid reason. Why can't you? You want me to answer it for you? It's because of Lee Min-hyung. No matter how much you deny I know it's because of him. Isn't it because of Lee Min-hyung?

.... What are you doing? Yoo-jin, why don't you go in now. I'll have a talk with Sang-hyuk. So why don't you go in.

You really.
If you want to hit me go ahead. I'll take it. But I can't let you treat Yoo-jin like this. ... Why? You can't hit me? Because it's not a morally right thing to do?

Cross-examination by San-hyuk's mom:【1/4】
Excuse me for interrupting. I'd like to apologize if there's been a misunderstanding because of me. I don't know what you've seen to say all these but Yoo-jin has never done anything to be misunderstood.
Get out, Lee Min-hyung. Get lost!
Please stop! Stop it, Sang-hyuk ... I can't. I can't get married. Mom, I'm sorry. I can't get married. ....
I truly want to forget if I can't see you ever again. Do as I say. Answer me. Just follow me now.

On a bench near village:
Do you know Polaris? Polaris?
I do.
Jun-sang told me about it. He said if I ever get lost I should look for Polaris. All the stars move with the change of season, but Polaris doesn't. It's always there where it is.
Yoo-jin ... Do you feel lost?
I hurt the people I care about today. Mom, Yon-kook, Jin-sook ... Sang-hyuk ... They might never forgive me. What should I do?
You said that Polaris always stays where it is even when other stars move with the season. Isn't it? If other pople can't forgive you, and left you because they don't understand you. If I stay where I am right. Yoo-jin, can you trust me?


Copyright@Amornbyj

Winter Sonata Drawing by nagajun@KOB















http://blogs.yahoo.co.jp/nagajun18/html

Hi..nagajun..

Today I was visited you blog ... http://blogs.yahoo.co.jp/nagajun18...and get your picture drawing from your web blog too..
Please permit me for upload your drawing picture for sharing to BYJ Thailand Family ..and I think your drawing that's so nice.. Thank you so much...
Your picture I will Upload Today.. Have a great day for you,

...LOVE...
Roytavan@BTF& TWSSG TEAM..

From : Oversea Team
********************************

Myoce (Indonesia), Concy (China),
sasso(Egypt),Enchanted Tears (Puerto Rico),
Sophie (Korea),Munn (New York,USA.), xiaoyi (Malaysia),
Fatma (Egypt), Lin Chen (Vietnam),maisarah_j (Malaysia),
beautiful CO (USA),Janet (Singaphore),Bety(Maxico)

From : Thailand BYJ’Family
*************************************
Aone_BYJ , Amorn BYJ, Roytavan, Ladymoon, yimpan
cuety,thida, hilovebyj,Kelly Winterstory, Kornbyj,
BoEun, zerbirus Jo, lover twssg, pp, maya_hata ,
wi-witty,oldfriend ,Cable, NuAnn ,
เมืองหนาว ,ครึ่งใต้ ,vaew ,Natee,WIND ,mam ,
sujitra ,VaRa , Sandybeach , Mc.nana , Poo, pom ,
********************************************************
***สำหรับรายชื่อ BTF (BYJ Thailand Family) ตกหล่นชื่อใครบ้าง
กรุณาฝากข้อความไว้ที่ Talking Box นะคะ...อย่าเพิ่งน้อยใจ***


Winter Sonata Ost for Download.



Winter Sonata OST

1. 처음부터 지금까지 Cheoeumbuteo Jigeumkkaji (From the Beginning Until Now) - performed by Ryu
2. My Memory - performed by Ryu
3. 처음 Cheoeum (First Time)
4. 그대만이 Geudaeman'i (Only You) - performed by Ryu
5. 처음부터 지금까 Cheoeumbuteo Jigeumkkaji (From the Beginning Until Now) - instrumental version
6. My Memory - piano and violin version
7. 보낼 수 없는 사랑 Ponael Su Eobsneun Sarang (The Love I Can Not Send) - performed by Seon
8. 시작 Shijak (The Beginning)
9. 그대만이 Geudaeman'i (Only You) - piano and violin version
10. My Memory - piano version
11. 잊지마 Itjima (Don't Forget) - performed by Ryu
12. 기억속으로 Gieoksog'euro (Inside the Memories)
13. 연인 Yeon'in (Lover) - performed by Ryu
14. 제비꽃 Jebikkoch (Violet) - performed by Ryu
15. 그대만이 Geudaeman'i (Only You) - piano version
16. 처음 Cheoeum (First Time) - piano version
17. 제비꽃 Jebikkoch (Violet) – instrumental
18. Moment 류

Link for download :
1. mms://aod.mylisten.com/aod/4/80/003480_0037615.wma
2.
mms://aod.mylisten.com/aod/4/80/003480_0037622.wma
3.
mms://aod.mylisten.com/aod/4/80/003480_0037624.wma
4.
mms://aod.mylisten.com/aod/4/80/003480_0037626.wma
5.
mms://aod.mylisten.com/aod/4/80/003480_0037628.wma
6.
mms://aod.mylisten.com/aod/4/80/003480_0037630.wma
7.
mms://aod.mylisten.com/aod/4/80/003480_0037632.wma
8.
mms://aod.mylisten.com/aod/4/80/003480_0037633.wma
9.
mms://aod.mylisten.com/aod/4/80/003480_0037635.wma
10.
mms://aod.mylisten.com/aod/4/80/003480_0037637.wma
11.
mms://aod.mylisten.com/aod/4/80/003480_0037639.wma
12.
mms://aod.mylisten.com/aod/4/80/003480_0037640.wma
13.
mms://aod.mylisten.com/aod/4/80/003480_0037642.wma
14.
mms://aod.mylisten.com/aod/4/80/003480_0037644.wma
15.
mms://aod.mylisten.com/aod/4/80/003480_0037647.wma
17.
mms://aod.mylisten.com/aod/4/80/003480_0037648.wma
18.
mms://aod.mylisten.com/aod/4/80/003480_0037652.wma

Sonata Paino Solo Instrument.Ost.Download & MV.


Winter Sonata MV - Can't Let Go This Love : chiligoyo

-------------------------------


Winter Sonata Paino Solo Instrument. Ost.Download.

1. Tears
http://www.qingniaotiankong.com/mp3/yan_lei.mp3

2. I Miss You
http://music.cnool.net/user/15203/s2008127142134.mp3

3. Daydream
http://www.jlyinke.cn/temp/music.mp3

4. Beautiful Lady
http://tkmy.cn/img/01.mp3

5. Stepping On The Rainy Street
http://www.jk-regency-hotel.com/images/music.mp3

6. You and Me
http://www.anothercat.com/my_music/youandme.mp3

7. Love is..I
http://bbs.ynstudent.com/data/loveis.mp3

8. Wedding (Mendelssohn)
http://music1.mop.com/music1224/67/65/6e/6e6567597a/32405953/mp3/395/1192947012395.mp3

เบยองจุนกับบท “ลีมิงฮุง” by MissSandy


เบยองจุนกับบท “ลีมิงฮุง” by MissSandy

เช่นเคยนะคะวันนี้วันหยุดสุดสัปดาห์ เราจะมีเรื่องอื่นมาคั่นตำนานของยองจุน เพื่อเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศค่ะ อันนี้เป็นบทสัมภาษณ์เก่าของเบยองจุน (เดือน มี.ค. 2002) เป็นตอนที่เขายังรับบท “ลีมิงฮุง” ใน “Winter Sonata”

บทสัมภาษณ์เบยองจุน
Q : ในตอนเช้าคุณทำอะไรเป็นอย่างแรก
YJ : ก็แล้วแต่ครับ ส่วนใหญ่ผมจะทานอาหารเช้าก่อน การทานอาหารเช้าทำให้ผมมีพลังในการทำงาน

Q: เวลาอยู่คนเดียวคุณทำอะไรบ้าง
YJ: ผมชอบอ่านหนังสือ ไม่ก็คิดโน่นคิดนี่ไปเรื่อยๆ ถ้ามีเวลาผมพยายามนอนให้หลับครับ นั่นช่วยให้ผมมีแรงทำงานต่อไปได้

Q: ช่วยพูดถึงบทลีมิงฮุงหน่อย
YJ: ผมไม่ค่อยชอบบุคลิกของลีมิงฮุงเท่าไหร่ แต่ผมต้องเปลี่ยนภาพลักษณ์ของตัวเองเพื่อเป็นเขา เดี๋ยวนี้ผมเลยกลายเป็นลีมิงฮุงไปแล้ว



Q: คุณเข้านอนกี่โมง
YJ: ไม่เป็นเวลาเท่าไหร่ครับ เดี๋ยวนี้ผมได้นอนแค่วันละ 2-3 ช.ม. เท่านั้นเอง ถ้าต้องถ่ายละครเยอะหน่อย ผมก็แอบหลับในรถระหว่างเปลี่ยนสถานที่ถ่ายทำ ทีมงาน WLS กับนักแสดงอึดพอๆ กันเลยครับ

Q: คุณชอบสวมเสื้อผ้าแบบไหน
YJ: ผมชอบสวมเสื้อยืดกับกางเกงยีนส์ แต่ส่วนใหญ่สไตลิสต์จะเป็นคนเตรียมให้ผม

Q: คุณได้ดู WLS บ้างมั้ย
YJ: ดูสิครับ ผมต้องติดตามดูละครที่ตัวเองเล่น เพราะทำให้ผมปรับปรุงการแสดงในฉากต่อๆ ไปได้ง่ายขึ้น ถ้าผมไม่ได้ดู ผมคงได้แต่พอใจกับการแสดงของผมตามที่ผู้จัดการบอกผม



Q: ตอนนี้คุณเป็นกังวลเรื่องอะไรมากที่สุด
YJ: ตอนนี้ผมเป็นกังวลเกี่ยวกับสุขภาพของตัวเองครับ ผมรู้สึกว่าสุขภาพของผมไม่ดีเหมือนแต่ก่อน ผมรู้สึกว่าจำเป็นต้องดูแลสุขภาพให้ดีขึ้น

Q: ช่วยพูดถึงคนที่อยู่รอบๆ ตัวคุณหน่อย
YJ: ผู้จัดการกับสไตลิสต์คอยดูแลผมอย่างดีครับ พวกเขาทำเพื่อผมอย่างดีที่สุด ผมก็ไม่รู้ว่าได้พยายามเต็มที่แล้วหรือยัง แต่เป็นธรรมดาที่ผมควรใส่ใจต่อคนที่ทำงานร่วมกับผม

Q: คุณเกลียดอะไรมากที่สุด
YJ: ผมเกลียดการพูดโกหกครับ


Q: คุณจะรู้สึกเครียดตอนไหน
YJ: ผมมักรู้สึกเครียดตอนที่งานไม่เป็นไปอย่างที่ผมต้องการ แต่โชคดีที่ผมไม่มีเวลาให้เครียดครับ เพราะตารางงานมันแน่นเหลือเกิน ผมคลายเครียดด้วยการเล่นเกมทางอินเตอร์เน็ต ไม่ก็อ่านหนังสือ แต่เดี๋ยวนี้ผมคลายเครียดด้วยการนอนหลับครับ

Q: ตอนนี้คุณสนใจเรื่องอะไรมากที่สุด
YJ: ถ่ายทำ WLS ให้จบครับ แล้วก็คิดถึงเรื่องหนัง เพราะผมฝันอยากแสดงหนังสักเรื่อง ความฝันนี้อยู่ในใจของผมมานานแล้ว เป็นเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ของผม แต่ตอนนี้ขอเก็บความฝันนั้นขึ้นหิ้งเอาไว้ก่อน ผมขอทุ่มเทให้กับละครก่อน หลังจากจบ WLS ผมจะคิดถึงเรื่องแสดงหนังอีกที ถ้าผมขืนทำหลายๆ อย่างในเวลาเดียวกัน ผมคงทำอะไรไม่สำเร็จสักอย่างครับ

**คงจำกันได้นะคะว่าตอนถ่าย WLS ยองจุนนอนน้อยมากๆ ก็เลยว่างเป็นหลับตลอดแบบนี้ล่ะค่ะ ทีนี้มาฟังผู้จัดการเบซึงวุงพูดถึง BYJ กันบ้าง**

Q: คุณเริ่มทำงานกับ BYJ ตั้งแต่เมื่อไหร่
M : ตั้งแต่ 'Hotelier' ครับ ก็ 2 ปีแล้วที่ผมทำงานกับเขา

Q: อะไรคือจุดเด่นของ BYJ
M: เวลาที่เขาทำอะไรสักอย่าง เขาจะเตรียมพร้อมเต็มที่ ตัวอย่างเช่น บท WLS นั้นออกมาช้ามาก บวกกับเวลาถ่ายทำที่กระชั้น แต่ BYJ ก็ยังอ่านมันเกิน 3 เที่ยว จนบทจะเปื่อยหมดแล้ว เราคิดว่าเขาเป็นคนที่ทำงานด้วยยากมาก เพราะเขาไม่ชอบความผิดพลาด แต่เขาก็ดูแลคนที่เขาเห็นว่าเป็นครอบครัวของเขาอย่างดี เขาอวยพรวันเกิดให้ทุกคน เขาเคยจัดปาร์ตี้วันเกิดให้กับตากล้อง WLS ด้วย เขาคอยเป็นห่วงและคิดถึงคนอื่นเสมอ


Q: แล้วทีมเวิร์คของคุณเป็นยังไงบ้าง
M: ทีมเวิร์คของเราดีมากครับ มันน่าประทับใจเวลาที่คุณเห็นเขาใส่ใจคนอื่น ซึ่งแตกต่างจากเวลาที่เขาทำงานอย่างเอาจริงเอาจัง ถ้าเขาเชื่อใจและไว้ใจคุณแล้ว เขาจะยกทุกอย่างให้คุณดูแลเลยล่ะ แน่นอนที่มันไม่ง่ายกว่าจะไปถึงจุดนั้น นั่นแหละที่ทำให้คุณรู้สึกว่าเขาเขี้ยวมากๆ

Q: ในฐานะผู้จัดการ คุณหวังอะไรจาก BYJ บ้าง
M: เขาจัดการตัวเองได้ดีครับ ผมไม่จำเป็นต้องตั้งความหวังอะไรจากเขาอีก ผมแค่อยากให้เขาดูแลสุขภาพให้ดี เพราะถ่ายทำละครเรื่องนี้ น้ำหนักของเขาลดฮวบฮาบและเหมือนเขาจะไม่แข็งแรงเหมือนเดิม หลังจากถ่ายละครเสร็จ เขาจะยิ่งงานยุ่งกว่าตอนนี้อีก เพราะต้องมีกิจกรรมอีกเยอะแยะ ผมจึงอยากให้เขาดูแลสุขภาพให้ดีๆ

**คราวนี้มาฟังสไตลิสต์ มิสฮองอึนคยุง พูดถึง BYJ กันบ้างนะคะ**

Q: คุณทำงานกับ BYJ มานานแค่ไหนแล้ว
Hong: ประมาณ 7 ปีแล้วค่ะ ฉันเจอกับเขาตอนถ่าย 'First Love' และทำงานกับเขานับแต่นั้นมาจนถึงตอนนี้

Q: มีอะไรในตัวเขาที่เปลี่ยนแปลงไปบ้าง และอะไรที่ไม่เปลี่ยนไปบ้าง
Hong: สิ่งที่เปลี่ยนไปก็คือบุคลิกของเขาดูผ่อนคลายขึ้น เมื่อก่อนเขามีโลกส่วนตัวมากไปหน่อย แต่ตอนนี้เขาเริ่มเปิดรับคนอื่นบ้างแล้ว สิ่งที่ไม่เปลี่ยนก็คือเขาคอยดูแลคนที่ทำงานร่วมกับเขาอย่างดี

Q: ช่วยพูดถึงบุคลิกของลีมิงฮุงหน่อย
Hong: ในละครเรื่องนี้เขาเป็นผู้จัดการ ผู้จัดการก็คือผู้บริหารของบริษัทที่มักจะสวมเสื้อผ้าแบบเป็นทางการ แต่ฉันขอเปลี่ยนไอเดียนั้นเป็นเสื้อผ้าที่ดูสบายๆ หน่อย มันเป็นความท้าทายสำหรับฉันด้วย ฉันได้คุยกับผู้กำกับยุนและเตรียมสร้างภาพลักษณ์ของลีมิงฮุงขึ้นมา ฉันพยายามอย่างหนักในการหาผ้าพันคอและแว่นตาที่ดูเหมาะกับเขา ฉันดูตัวอย่างมาเยอะแยะแล้วค่อยมาตัดสินใจว่าจะเลือกแบบไหนดี ผมทรงนั้นได้มาจากไอเดียของหลายๆ คน ฉันคิดว่าภาพลักษณ์นี้ประสบความสำเร็จค่ะ ฉันพยายามทำให้เขาดูสดใสขึ้น และลบภาพเดิมๆ ทิ้งไป



Q: สไตล์ไหนที่เหมาะกับเขาที่สุด
Hong: ยองจุนใส่สไตล์ไหนก็ดูดีค่ะ เวลาที่เขาแต่งตัวขึ้นมา เขาก็ชอบแต่งให้ดูดีค่ะ เขาใส่ใจทุกๆ รายละเอียด เขาเคยสวมบทบาทมาหลากหลาย ซึ่งมักดูโดดเดี่ยวและเงียบขรึม ตอนนี้ฉันรู้สึกดีที่ได้สร้างสไตล์แบบที่ฉันอยากทำ ถึงแม้คนจะพูดกันว่านี่เป็นสไตล์เฉพาะตัวลีมิงฮุง แต่ฉันก็เปลี่ยนสไตล์ให้เขามาสวมเสื้อผ้ามีสีสันแบบที่เขาไม่เคยสวม

Q: คุณรู้ตอนไหนว่ามันคุ้มค่าจริงๆ ที่ได้ทำสิ่งนี้
Hong: ตอนที่ยองจุนสวมแหวนในบท “ลีมิงฮุง” เป็นครั้งแรกค่ะ แต่ก่อนเขาไม่ชอบเลยกับการสวมแหวน ต่างหู หรือสร้อยคอ แต่พอฉันอธิบายให้ฟัง เขาก็ยินดีที่จะสวมแหวนนั่น เรื่องสวมแหวนมันไม่สำคัญหรอกค่ะ แต่เป็นเพราะเขาไว้ใจฉัน ต่อให้เขาไม่คิดเหมือนฉัน แต่เขาก็ยอมทำตามหลังจากที่ได้ฟังเหตุผลแล้ว แหวนเป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น แต่เป็นที่ความไว้ใจของเขาต่างหาก เขาไว้ใจให้ฉันดูแลสไตล์การแต่งตัวของเขาทั้งในการแต่งกายตามปกติไปจนถึงเสื้อผ้าในละคร นี่คือเหตุผลที่ฉันคิดว่าการทำงานนี้มันคุ้มค่าจริงๆ ฉันรู้สึกมีกำลังใจเวลาที่เห็นเขาแสดงบุคลิกใหม่ๆ ในสไตล์ใหม่ๆ

Q : สีไหนที่เข้ากับเขาที่สุด
Hong : ให้บอกว่าสีไหนไม่เข้ากับเขาดูจะง่ายกว่านะคะ สีเฉดเดียวกับสีผิวของเขา อย่างเช่น สีน้ำตาลอ่อนๆ หรือสีเบจอ่อนๆ ไม่เข้ากับเขาค่ะ นอกนั้นสีไหนๆ ก็เหมาะกับเขาทั้งนั้น