16.12.08
Dancing Queen & WLS
ขออนุญาต แสดงความรู้สึกส่วนตัว เกี่ยวกับ อมตะนิรันดร์กาล ของละคร เพลงรักในสายลมหนาว
รู้สึก ชื่นชมกับละครและนวนิยายเรื่องนี้มาก เมื่อปี 2548 แต่แล้วในปี 2550 คุณร้อยตะวันก็มาจุดประกาย เล่าจุดเล็กจุดน้อยใน ละครเรื่องนี้ เสียจน ได้รับความรู้สึกที่ละเอียดอ่อนละมุนละไม ของ เพลงรักในสายลมหนาว
เพลงรักในสายลมหนาว ปี 2550 ที่เกิดจากการประสาน บทบาท การดำเนินเรื่องของตัวละครในละคร ที่เราได้ชมกันแล้ว และนวนิยาย ที่คุณ รำพรรณ แปล ความมาจากผู้เขียน คิมอุนฮี และ ยุน อุน ควง ซึ่ง ได้อ่านมาแล้วเมื่อปี 2548 หากมาย้อนนึกใหม่ ตามบทบาทที่ ยงจุน ของเราแสดง ตามสคริปต์ ผสมด้วยคาแรคเตอร์ ส่วนตัวเองของยงจุนและตัวแสดงอื่น ๆ ทุกตัวละคร ต้องขอยอมรับนับถือ เพลงรักในสายลมหนาวจริง ๆ รวมทั้งคุณรำพรรณ รักศรีอักษร ผู้แปลความ คุณ ร้อยตะวัน ผู้แปลถ้อยร้อยความละคร และหนังสือ รวมกันเป็นหนึ่งเดียวใหม่
รู้สึกว่า พวกเรา ทั้งหลายที่ชื่นชอบ เพลงรักในสายลมหนาว เหมือน หมู่แมลงเหล่าภมร ที่ได้มาบินร่อนชมและดอมดม ดอก มูกุงฮวา หรือ โรสออฟชารอน ดอกไม้ประจำชาติของเกาหลี แล้ว ก็ถูกใจ ใน สีสัน ของดอก มูกุงฮวา ได้รู้ ที่มา ที่ไป ความหมายและสีสัน ก็หลงติดใจ ดื่มด่ำ กับ ความงดงาม ของดอกไม้นี้ แล้วก็มี ผีเสื้อ ที่มี ปีกอันอ่อนช้อย พลิ้วพราย ยามพัดกระพือ เคลื่อนไหว บินร่อน มาสู่ดอกไม้นี้เช่นกัน แต่ อย่างพินิจพิเคราะห์ มองกลีบดอกไม้ ทุกกลีบ เห็นแม้ เส้นสายลายเนื้อกลีบดอกสีชมพู บ้าง สีส้ม โอโรส บ้าง สีอ่อนบ้าง เข้มบ้าง จ้องมองไปถึงเกสรแห่ง ดอก มูกุงฮวา นี้ แทบทุกละอองของเกสรสีเหลืองอร่ามงามตา รวมทั้งได้เข้าไปซุกไซร้ พบ ความหอมหวานอบอวลของมวลเหล่าเกสร เหล่านั้น แล้วพบว่า เพลงรักในสายลมหนาว ได้ประมวลความงดงามของดอก มูกุงฮวา ทุกดอกที่บานสะพรั่งเหนือปฐพี เกาหลี ความหอมหวาน ดั่งหยาดหยดมาจากรวงผึ้ง ทุก รังรวง ที่มีอยู่บนพื้นพิภพ มิรู้ที่จะเอ่ยคำที่จะทำให้ซึมซับในความหมายกับหลายๆสิ่งที่ซ่อนอยู่กับบรรดาตัวอักษรคำบรรยาย หรือการสื่อด้วยบทบาทการแสดงที่โลดแล่น บนจอแก้ว ที่มิเคยได้รับรู้มาก่อนเลย
หากผู้ที่ชื่นชอบ เพลงรักในสายลมหนาว ตั้งอกตั้งใจ ดู สัก ยี่สิบรอบ อย่างคุณร้อยตะวัน จะพบว่า สิ่งละอันพันละน้อย ที่ผู้กำกับยุนซุกโฮ ทีมงาน คนเขียนบท ผู้แสดงบทบาท สอดใส่แทรกอยู่ใน ละครนั้น ล้วนมีความหมายที่ยิ่งใหญ่ เป็นความตั้งใจ ซึ่งคุณร้อยตะวันคิดว่า อาจจะเริ่มตั้งต้น มาตั้งแต่ เจ้าของบทประพันธ์ นวนิยาย ที่มีแรงบันดาลใจในเพลง สากล หลาย ๆ เพลง ที่แทรกอยู่ตาม scene ต่างๆ ว่า น่า จะเป็นจุดเริ่มต้น ของการวางพล็อตของเรื่องด้วยซ้ำไป ทั้งดนตรีบรรเลง ที่มีอยู่ ทั้งเพลงร้องที่หลาย ๆคนพอรู้จัก ถึงได้สอดคล้องลงตัวอย่างพอเหมาะพอเจาะ กับ เนื้อเรื่องอย่างนี้ แถม ไม่ใช่ใช่แค่การลงตัวเท่านั้น สิ่งเหล่านั้น ล้วนเป็นความไพเราะซาบซึ้งอย่างยิ่งยวดอีกต่างหาก และยังหมายรวมไปถึงเพลงประกอบของ ซี่รี่ส์ ที่ใช้เนื้อเพลงเป็นภาษาเกาหลีด้วย ยิ่งติดตามรายละเอียดเล็กๆน้อย ๆ จะยิ่งพบว่า เพลงรักในสายลมหนาว มีมนต์เสน่ห์ เย้ายวน ให้ยิ่งดื่มด่ำลึกซึ้ง ยากจะถ่ายถอนตัวเองให้หลุดพ้นออกมาได้เสียแล้ว
ท้ายที่สุด ของมนต์เสน่ห์ ที่เรา ถลำลึกแล้ว ยิ่งมิอาจจะคิดถ่ายถอนตนเองออกมายอมหลงอยู่ในวังวน ของเพลงรักในสายลมหนาว นี้ ก็ เพราะ เบ ยองจุน ที่สวมวิญญาณ ของคังจุนซาง และ ลีมินฮุง รวมทั้ง ชอยจิวู ด้วย
หากเพลงรักในสายลมหนาว จะบรรเลง และพัดโบก คราใด ก็ตามแต่ หากมิใช่ เบ ยองจุน เพลงรักนั้น สายลมนั้น ก็คง มิมีวัน เป็น เพลงรักในสายลมหนาว ....... ได้. เป็นแน่แท้
(ดอกมูกุงฮวา ดูตามภาพแล้ว ไม่น่าจะมีกลิ่นหอม แต่เกสรดอกไม้ทุกดอก น่าจะหอมและหวานสำหรับ แมลง ภมร ผึ้ง)
Episode - 1
ที่หน้าโรงเรียน หลังจาก ยูจิน พา จุนซาง หลบอาจารย์จอมมาร( กากาเมล)มาได้ ยูจิน เหยียบหลัง คังจุนซาง ปีนขึ้นไปนั่งบนกำแพง รั้วโรงเรียน คังจุนซาง กระโดดข้ามกำแพงเอง โดยไม่ส่งมือให้ ยูจิน ช่วยดึง คังจุนซาง หยิบรองเท้านักเรียนให้ ยูจิน สวมแล้วทำท่าจะรับ ยูจิน ลงจากกำแพง แต่ ยูจิน วางมาดไม่รับความช่วยเหลือ แต่สุดท้ายก็ไม่กล้ากระโดดลงพื้นเอง ต้องให้ จุนซาง ช่วยอยู่ดี ยูจินเข้าไปอยู่ในอ้อมอกของ จุนซาง แล้วเสียหลัก เซทั้งคู่ ยูจิน ทำท่าเขิน ผละออกมาและแก้เขินด้วยการออกคำสั่งกับ จุนซางว่า
เราต้องจัดรายการตอนพักกลางวัน อย่า มาสายล่ะ…
แล้วหันหลังให้ มีเป้หนังสือ สีสันน่ารักสะพายหลัง ทำท่าจะเดินจากไป ก็มีเสียงเรียกว่า
ยูจิน...
ยูจินหันมามองจุนซาง
เธอลืมรูดซิป
ยูจินตกใจรีบหันหน้ากลับก้มมองกระโปรงนักเรียนด้านหน้าของตัวเอง ….(.คงเพราะตกใจ...อาย... เอจะสรุปว่า ซิป กระโปรงนักเรียน ที่เกาหลี อยู่ด้านหน้า ไหมหนอ)
ซิปกระเป๋า ...น่ะ
ยูจิน หันขวับมาที่ จุนซางที่ยืนอยู่ข้างหลัง สะบัดเสียงแบบเสียหน้า อาย และแสนงอนว่า
ฉันรู้แล้วน่ะ....
ตอนพักกลางวัน
......... ในห้องกระจายเสียงของชมรม ฯ สาวน้อย ก้มมองนาฬิกาข้อมือ แล้ว ก็ ปล่อยเสียงออกจากริมฝีปากว่า
ช็วส์... กะแล้วเชียว ว่านายต้องเบี้ยว อีก .....คอยดูเถอะ คังจุนซาง
.ยูจิน จับไมค์ ขึ้นพูดว่า สวัสดีค่ะ พบกับ CHBS ช่วงพักเที่ยงนะคะ วันนี้ฉันอยากจะพูดเรื่องความรับผิดชอบน่ะค่ะ ฉันสัญญากับเพื่อนคนหนึ่งไว้ว่าเค้าจะมาร่วมจัดรายการตอนช่วงพักกลางวัน แต่เพื่อนฉันเขาไม่ยอมโผล่มา ต้องขอขอบคุณเค้านะคะ ที่ฉันต้องจัดรายการคนเดียว ทั้งๆ ที่ท้องฉันมันร้องน่ะค่ะ ฉันออกชื่อเขาไม่ได้.... ตอนนี้ถ้าเขากำลังฟังอยู่ ยังไงก็จำไว้ ว่าคุณเป็นคนเห็นแก่ตัว ทำร้ายจิตใจคนอื่น อย่างเลือดเย็น
แน่ะฉันอาจจะพูดเรื่องส่วนตัวไปหน่อย ต้องขอโทษนะคะ คือเพลงแรกในวันนี้ ที่ฉันจะเล่นให้ฟัง เป็น เพลง Dancing Queen ขับร้องโดย Abba น่ะค่ะ
แล้วเสียงเพลงก็ดังขึ้น หนุ่มน้อย คังจุนซาง นอนเหยียดยาวอยู่บนเก้าอี้ที่เอามาต่อเรียงกัน มีหนังสือกางปิดหน้าตัวเองไว้ ต้องระบายรอยยิ้ม ขำขัน เสียงต่อว่าต่อขานของสาวน้อย ยูจิน ที่เขาไม่ไปตามนัด แล้วก็เดิน ตัวตรงไปที่ห้องกระจายเสียง ..... เมื่อเปิดประตูห้อง ผางออกมา ก็ต้องชะงัก ชักเท้ากลับ งับบานประตู แล้ว ค่อย ๆ แง้มบานประตูใหม่ สายตาจับจ้องแอบมอง พร้อมอมยิ้มกับตัวเอง ดู ยูจิน เริงร่า ทั้งมือไม้ ทั้งหมุนตัว ทำท่าทั้งสนุกสนาน ทั้ง เคลิบเคลื้ม ทั้งมันส์ในอารมณ์ของตัวเอง หยิบไมค์ มาทำท่าร้องคลอไปด้วย ท่าทางของ ยูจิน ทั้งร่าเริง แจ่มใส น่ารักเป็นนักหนา ทั้งในสายตา ของจุนซาง และคนดูอย่างพวกเรา แต่ ยิ่งกว่านั้น คือหน้าตาท่าทาง ของ จุนซาง ที่ทำท่า เอ็นดูภาพข้างหน้า เหมือนกับว่า จุนซาง ตกหลุมรัก ยูจิน ในขณะนั้นไปเสียแล้ว (ไม่เหมือนหรอกนะคะ จุนซางหลงรัก ยูจิน จริง ๆ เสียแล้ว ด้วย บรรยากาศนี้เองตามความรู้สึกของคนเล่า) แล้ว จุนซาง ก็เปิดประตูกว้าง พาตัวเองเข้าไปในห้อง ทำท่าเหมือนเพิ่งเข้ามาจริงๆ ทั้งคู่สบตากัน ต่างสื่อความในใจของกันและกัน แล้วจุนซางก็เมินสายตาหลบสายตา ยูจิน ส่วน ยูจิน ที่ ตาโต ทำท่าชะงักค้าง ค่อย ๆ เอียงข้างหันตัวหนีสายตาของ จุนซาง เหมือนกัน
แล้วก็ต่างคนต่างเขิน ยูจิน เขินอายได้แต่มุดตัวลงใต้โต๊ะ เมื่อเงยขึ้นมาก็เอาปกแผ่นเสียง มาดูแก้อาย จุนซาง ก็ แสร้งทำเป็นไม่เห็นภาพเมื่อครู่ของ ยูจิน เดินเข้าไปในห้อง นั่งลง เมื่อเหลียวไปเห็นสมุดวาดภาพของ ยูจินก็ หยิบเอาสมุด มาดู แก้เขิน(ที่น่ารักมาก ) ของตัวเองเหมือนกัน ท่าทางที่ ยูจิน เงยหน้าและชม้ายตามอง จุนซาง น่ารักมากเลย
จุนซาง ทำท่าทาง ไม่รู้ไม่ชี้ นั่งลงเปิดหน้าสมุดออกดูต่างแอบมองกันและกัน เมื่อ ยูจิน เห็น จุนซาง กำลังดูสมุดของตัวเอง ก็ ทำท่าบอก จุนซาง ไม่ให้ดู แต่ จุนซาง ก็ทำท่าไม่รู้ไม่ชี้ อมยิ้ม ถูกอกถูกใจกับสถานการณ์ในขณะนั้นเสียเหลือเกิน เปิดหน้าสมุดไปเรื่อยๆ ยูจิน นั้นทั้งโกรธทั้งอายทั้งเขิน ทำท่าทางห้าม จุนซาง เต็มที่ เหมือนจะบอกว่า ห้ามดูนะ ดูไม่ได้นะ
แล้ว ทุกคนที่นั่งรับประทานอาหารตามโต๊ะต่างๆ นอกห้องกระจายเสียง ก็พากันสะดุ้งตกใจ... กับเสียง ของ ยูจิน ที่พูดเสียงดัง ผ่านไมค์ แบบเอาเรื่อง แหลมปรี๊ดขึ้นมาว่า
นี่!!!....
ทั้ง ซังฮวก และ ยงกุ๊ก ผุดลุกขึ้น วิ่งหน้าเริด ไปห้องเกิดเหตุ ยูจิน ถือสมุดวาดภาพของตนเดิน ออกมานอกห้องอย่างรวดเร็วแทบชนกับเพื่อนฝูง
และ จุนซาง กำลังนั่งถือแผ่นเพลงในห้องด้วยใบหน้าที่ยิ้มละไม เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่กำลังมีความสุขกับแผ่นเสียงในมือ ก้มหน้าเอาปากเป่าเศษผงที่อาจจะมีบนแผ่นเสียงนั้น
Scene นี้ ถูกต้องไหมคะ คุณ Evebyj ก็คุณ Evebyj เพิ่งบอกเล่าเมื่อ วันงานมิตติ้ง 22 /11/08 นี้ว่า ดู เรื่องนี้เป็นครั้งที่ 100 แล้ว คุณ ladymoon คะ ขอความกรุณาลงเพลงประกอบด้วยได้ไหมคะเพลง Dancing Queen ของ Abba ขอบคุณค่ะ
ขอ ให้ แฟน ๆ WLS มีความสุข นะคะ คนเล่าเองด้วยค่ะ Key ไป ก็นั่งอมยิ้ม กับ จุนซาง และ ยูจิน ไป...... เป็น ภาพ Pupy Love ที่น่ารัก น่าเอ็นดู ที่สุด ที่เคยดูมาทั้งหมดในชีวิตของ คนเล่า ทั้งยงจุน และชอยจิวู หน้าตาใสซื่อ แป๋วแหว๋ว น่ารักจริงๆ (ซื่อใสนะคะ ไม่ใช่ซื่อบื้ออย่างบางเรื่องของคนอื่นๆ)
The land of shadows: Jun-sang
Do you know the story about a person who went to the land of the shadows?.... A man went to the land of shadows. All the shadows didn't even want to talk to him. Then what happened? Then this man was very lonely
How to make a friend: Yoo-jin
I think you need a friend. It won't be so bad to be in good relationship with your classmates, is it? Shall I give you a tip on how to make a friend? It's really simple. You just need to go nearer to the person step by step. But you shouldn't do that for just one person. Watch. Right foot, left foot. Right foot, left foot. You can become better friends if you keep going nearer
Reason for missing someone: Jun-sang
Are you the kind who never makes the same mistake twice or the kind who can't help making the same mistake twice? ... For example, you decided that you won't see someone again. Would you keep it that way or would you see that person again?
Yoo-jin :
I would try to see that person again.
Jun-sang :
Why?
Yoo-jin: :
You don't have to have a reason for missing someone.
Stem cell & Lee min hyung
คุณ ร้อยตะวัน เคยเกริ่น ไว้เกือบ 2 เดือน แล้ว ว่า อยาก ย้อนวันวาร กับ WLSและดิฉันเอง ก็เป็นนักเรียน หนีโรงเรียน เหมือนกับคุณ Starpolaris เลย การบ้านก็ไม่ค่อยได้ทำส่ง ก็เลยขอถือโอกาส รายงานตัว ด้วยการเปิดประเด็น WLS ปัญหาก็คือ ภาษาไทยอีกแล้ว
การที่ ลีมินฮุง ประสบอุบัติเหตุ แล้วเกิด ไซด์ เอฟเฟค ก้อนเลือด กดทับประสาทตา ทำให้ ลีมินฮุงต้องไปผ่าตัดที่อเมริกา แล้ว สุดท้ายก็ สายตามองไม่เห็น เมื่อ 3 ปี ผ่านไป เป็นการจบ ที่พวกเราจำนวนมากมาย แสนสงสารและเสียดาย เป็นที่ยิ่ง มีคนในวงการที่คิดอยากสร้างภาพยนตร์ แต่ไม่อยากจบเรื่องแบบนี้ มันสะท้อนสะท้านใจคนดู บางคนคิดไปไกลว่า เมื่อ ลีมินฮุงแต่งงานกับจุงยูจิน แล้ว มีลูกน่ารัก ๆ อย่างที่ มีภาพวาด หลายภาพโถ....... ลีมินฮุง ไม่ได้มีโอกาส มองเห็น สายเลือด สายใยแห่ง ปาฏิหาริย์ รัก แท้ แม้ จากกัน 2 ครั้ง 13 ปี ยังมีวันหวนคืนและสมหวังดั่งปรารถนาที่รอคอยกันมานานขนาดนี้ แค่คิดก็ ปวดร้าวใจ แทน ลีมินฮุง และจุงยูจินเสียยิ่งนักแล้ว
มีผู้ที่สนใจในเรื่องนี้ ไปค้นคว้าหาคำตอบ และมีคนที่อยู่ในวงการที่รู้จัก มีเหตุการณ์ คล้าย ลีมินฮุง มาเป็น กรณีศึกษา นั่นยังไม่เพียงพอ ที่จะยืนยันคำตอบ จึงมีการปรึกษาหารือ แพทย์เฉพาะทางจนได้คำตอบมา และ ได้เล่าสู่ให้คนเล่าทราบ
จากเหตุการณ์จริง มีชายผู้หนึ่ง ประสบอุบัติเหตุ รถชนเหมือนกัน แต่ คนเจ็บ ขี่มอเตอร์ไซด์ หลังอุบัติเหตุ ชายผู้นี้ มีก้อนเลือดทับประสาทตา เช่นกัน ตามองไม่เห็น ทั้ง 2 ข้าง เมื่อได้รับการผ่าตัดเอาก้อนเลือดนี้ออก ขั้นต้น ก็ยัง มองอะไรไม่เห็น แต่ได้รับการแนะนำจากแพทย์ ในเรื่องการรับประทานอาหาร เขารับประทาน อาหารที่สารอาหาร และธัญพืช ต่าง ๆ ที่ช่วยส่งเสริม การคืนกลับ สมรรถนะของประสาท ตา อย่างจริงจังและต่อเนื่อง หลายปี ผ่านไป ประสาทตา ข้างหนึ่ง สามารถ ฟื้นฟูสภาพ ได้ เขาสามารถ มองเห็นได้ลาง ๆ ด้วย ดวงตา ข้างหนึ่ง ที่มีการสร้าง เซลใหม่ขึ้นมาได้ เขาต้องตัดแว่นช่วยเสริมความสามารถในการมองเห็น แต่ว่าเลนส์กระจกหนามาก เป็น พัน ขึ้นไป เขายังคงเคร่งครัดกับเรื่องอาหาร ในขณะนี้ สายตา ใช้เลนส์ที่มีความสั้นน้อยลง น่าจะประมาณ 800 แต่ ถ้าเป็นการมองในความสลัวลาง ๆ หรือในที่ มืด มิด กระจกเลนส์สายตา ก็ไม่ได้ช่วยอะไร เขาก็จะมองไม่เห็น แต่ชาย คนนี้ ได้สายตา กลับคืนมา เพียงข้างเดียว
แต่ ก็ ยังนับได้ว่า โชคดีแล้ว ในโลกนี้ จะมีความสวยสดงดงาม อะไร ที่จะงดงาม ได้เท่า การที่จะได้ มองเห็นคนที่ตัวเองรัก ใน อากัปกิริยา ต่าง ๆ ทั้งหญิงคนรัก ทั้งสายเลือดแห่งรัก ของ ตนเอง
นี่เป็นเรื่องจริง และได้ สอบถาม ไปยังแพทย์ ที่เชี่ยวชาญในด้านสายตา ว่า ชายในเรื่องจริงคนนี้ ไม่ใช่เรื่องของการเกิดปาฏิหาริย์ หากแต่ เป็น เรื่องจริง ตามหลักวิชาการแพทย์ ที่เป็นไปได้ และ ในกรณีเช่นนี้ แพทย์ ในเมืองไทย ก็ ความสามารถ ทำได้ มีนายแพทย์ ท่านหนึ่ง เก่งมากเป็น นายแพทย์ ประจำที่โรงพยาบาล รามาธิบดี ของจริงแท้ แน่นอน
สำหรับ ลีมินฮุงนั้น ก้อนเลือดค่อยๆ คั่งและกดทับประสาทตา ทำให้มีผลกระทบกับสายตา สุดท้ายก็มองไม่เห็น ซึ่งลีมินฮุงก็ได้ไปผ่าตัดที่อเมริกา คาดว่าน่าจะผ่าตัดเอาก้อนเลือดออกไปด้วยแน่
แต่การแพทย์ปัจจุบันนี้มีวิธีการรักษาที่เป็นที่ยอมรับทั้งในยุโรปและอเมริกา ซึ่งวิธีการการรักษานี้บางท่านอาจเคยได้ยินมาบ้างนั่นคือการทำ เสตมเซล (Stem Cell) คือการรักษาโดยเอาเซลล์ซึ่งติดอยู่กับรกเด็กที่คลอดใหม่ไปเพาะเลี้ยงแล้วนำมาซ่อมแซมกับร่างกายของผู้ป่วย ซึ่งวิธีการนี้เป็นเพียงหนทางเดียวเท่านั้นที่จะสามารถฟื้นฟูและพัฒนาเซลล์ ประสาทตาได้การพัฒนาเซลล์ประสารทนี้ ทางการแพทย์เรียกว่า “ NEURAL STEM CELL” คือการเลี้ยงเซลล์เพื่อนำไปพัฒนาและฟื้นฟูเกี่ยวกับประสาทตาโดยตรง ประกอบกับหลักการรับประทานอาหารควบคู่กับการฟื้นฟูสภาพจิตใจด้วยร่วมกัน จะทำให้การซ่อม เซลล์มีประสิทธิภาพสูงขึ้นและรวดเร็วขึ้น แต่จะได้ผลดี 100% นั้นคงเป็นไปไม่ได้ แต่ก็เป็นเพียงวิธีเดียวเท่านั้นที่จะทำการรักษาให้สามารถมองเห็นได้ ค่าใช้จ่ายคิดแล้วประมาณ 1.5 – 2 ล้านบาทไทย เพราะจะต้องทำอย่างน้อยประมาณ 3-4 ครั้ง ค่าใช้จ่ายครั้งละ3-5 แสนบาท
ข้อมูลนี้มาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้าน Stem Cell ของประเทศไทย ซึ่งประจำอยู่ที่ร่วมฤดีคลินิก คือ นายแพทย์ฉัตรชัย ศรีบัณทิต
ขอขอบพระคุณ ที่คุณ ร้อยตะวันบอกกล่าวเล่าให้ฟังเมื่อปี2007 และให้คำอธิบายรายละเอียดนี้ไว้
สำหรับลีมินฮุง นับได้ว่า เป็นคนมีฐานะดี มีเงินทองมากมาย นี่นับว่าเป็นเรื่องเล็กเพียงแต่ว่า.......... ต้องใช้ระยะเวลา
เวลา แค่ 3 ปี ใน ละคร ลีมินฮุง ยัง ไม่สามารถมองเห็นได้ ส่วนการฟื้นฟูสภาพจิตใจ นั้น ลีมินฮุง มีจุงยูจิน และน่าจะมี มินฮุงน้อย หรือยูจินน้อย หรือ อาจจะมี ทั้งสองคน(หรือมากกว่า) เป็น แรงใจ เป็นกำลังใจ เป็น หยาดน้ำทิพย์ชโลมใจ ให้กับลีมินฮุง อยู่แล้ว ลีมินฮุงอาจมองเห็นโลกที่สวยงามอบอวลด้วยความรัก ด้วยดวงตาทั้ง 2 ข้าง
ลีมินฮุง คง กลับไปรักษาที่อเมริกาต่อ (ในช่วงเวลา 3 ปี หลังผ่าตัด ลีมินฮุง ส่วนใหญ่ แล้ว ก็ อยู่ ที่ อเมริกา อยู่แล้ว) หวังว่า นี่น่าจะเป็น ข่าวที่น่ายินดี ของ แฟนคลับคุณลีมินฮุง คนเล่าเอง ยังดีใจ ปลื้มใจ มาก ๆเลย ยังกับ ตัวเอง เป็น จุงยูจิน รู้สึกเหมือนกับว่า ...คล้ายกับว่า ...จากปี 2002 จนปัจจุบัน ปี 2008 ลี มินฮุง น่าจะ ได้ ดวงตาที่จะทอดทัศนาสรรพสิ่งในโลกนี้ได้แล้ว คือจากในละคร ผ่าตัดแล้ว 3 ปี รวม ปี 2008 นี้ ก็ 9 ปีแล้ว
และในคืนข้างแรมหลังประเพณีลอยกระทง ( ซึ่งที่เกาหลีก็มีประเพณีนี้เช่นกัน) ลี มินฮุง อาจกำลังชี้ชวน จุงยูจิน ให้ชมดาวเหนือ โพราริส ที่บ้านพักชายทะเลที่เกาหลี และในบ้านอาจมีเด็กน้อยทั้งหญิงและชาย 2 คนขึ้นไป นอนหลับอุตุอยู่ในห้องนอน ส่วนพ่อแม่ ก็ ออกมานั่ง รำพึงถึงความหลังกันก็เป็นไปได้ ลีมินฮุง คงขยับเสื้อโค๊ด กางออก โอบ ยูจิน ให้เข้ามาอยู่ในเสื้อตัวเดียวกัน เพราะอากาศคงเย็น และ ลีมินฮุง ก็คง บอกว่า ผมอยากให้อากาศหนาวกว่านี้
Can you see the stars in the shape of Cassiopeia? Can you Polaris beside that? The star of the polar. Can you see the big star in between the Big Dipper and Cassiopeia? Whenever you get lost in the mountain, look for the Polaris first. And then you open your arms and be a compass .... Polaris doesn't move the whole year round. You will be able to find it easily whenever you are. When you are lost, try to find Polaris first. It will be there where you last saw it.
10.4.08
Indulging in the Happiest Scandal in the world with BYJ.
credit : www.baeyongjune.com by Joanne
ข่าวปี 2004 จากบทความในการให้สัมภาษณ์นิตยสาร
Mild, Intelligent, Gentle, The man whom those descriptive words likely have most frequently followed, BYJ. As such man had made a surprising transformation recently, it becomes the topic of conversation. An interview with attractive man, BYJ, who had transformed from a tender gentleman to an unstoppable playboy in Chosun period!
ความอ่อนโยน, ความเฉลียวฉลาด, ความสุภาพ, ชายหนุ่มผู้ซึ่งได้รับการกล่าวถึงคุณสมบัติเหล่านั้นบ่อยมากที่สุด คือ เบยองจุน เขาคนเดียวกันนี้ก็ได้สร้างความประหลาดใจในการเปลี่ยนแปลงเมื่อเร็วๆ นี้ อันกลายเป็นหัวข้อของการสนทนา การสัมภาษณ์กับชายหนุ่มผู้มีเสน่ห์, เบยองจุน ผู้ได้เปลี่ยนแปลงจากชายผู้อ่อนโยน กลายเป็นหนุ่มเพลย์บอยผู้ไม่เคยหยุดนิ่งในสมัยโชซอน
Editor-Kim Miseun l Photo-Kim Joongman∙ SK Telecom∙ ML Photo department l Designer-Lee Eunhee
เขียนบทภาพยนตร์ โดย คิม มีซึน / ถ่ายภาพโดย คิม จูงมัน , เอสเค เทเลคอม (แผนกเอ็มแอล โฟโต) / ออกแบบเครื่องแต่งกายโดย ลีอุนฮี.
INDULGING IN THE HAPPIEST SCANDAL IN THE WORLD WITH BYJ.
”The biggest aim in this year is to challenge the movie” This is what BYJ said last year in an interview. He has been reigning as the big star in the Brown tube (TV*) to the degree that he did not have any work that had not make a hit beginning with to the latest .
“เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในปีนี้ก็คือการเข้าวงการภาพยนตร์ครับ” นี้คือสิ่งที่เบยองจุนกล่าวไว้เมื่อปีที่ผ่านมาในการให้สัมภาษณ์ เขากำลังก้าวขึ้นสู่การเป็นดาราระดับบิ๊กของวงการโทรทัศน์ ซึ่งเขาไม่ได้มีผลงานมากนักในตอนเริ่มต้น ไม่ได้ฮิตในทันที จาก “ซาลุต ดามู” จนถึงเรื่องล่าสุด “เพลงรักในสายลมหนาว”
Although numerous movie scripts have passed through his hands for those period, none was easily selected by BYJ, who is known to have strict self-management and particular about choosing his works. The welcoming news was heard that BYJ was at last advance into the screen in the end of such a long-time waiting.
ถึงแม้ว่ามีสคริปต์หนังจำนวนมากผ่านมาถึงมือเขาในช่วงเวลาที่ผ่านมา, ไม่มีอะไรที่ถูกเลือกได้ง่ายๆ สำหรับเบยองจุน ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าเป็นผู้ซึ่งเคร่งครัดในการจัดการเรื่องส่วนตัว และโดยเฉพาะเกี่ยวกับการเลือกงาน ข่าวที่น่ายินดีที่ได้ยินมา คือ ในที่สุด เบยองจุนก็ได้ตัดสินใจก้าวเข้าสู่วงการภาพยนตร์หลังจากที่รอคอยมาเป็นเวลานาน
Having been shown only as a lovely and dandy man like a royal prince on the white horse on TV, with what kind of appearance he is indeed going to melt our hearts on the screen? Is it going to be a melodrama, which is best suitable to him? If not, romantic comedy? No, he will fit well in the action∙∙∙ expecting his wonderful appearance shown on the big screen, we had expanded many wings of imagination. However, our imaginations were of course proven wrong.
การที่รับบทบาทเป็นชายหนุ่มที่น่ารัก และผู้ดีเหมือนเจ้าชายขี่ม้าขาวทางโทรทัศน์, การแสดงแบบใดที่เขาละลายหัวใจของผู้ชมอย่างแท้จริง? เป็นหนังแนวชีวิตหรือ ? ที่เหมาะสมกับเขามากที่สุด ถ้าไม่ล่ะ, แนวโรแมนติกคอมเมดี้หรือ? เปล่าเลย เขาเหมาะกับหนังแนวแอ๊คชั่นหรือ? …. ความคาดหวังถึงการแสดงอันน่าประทับใจบนภาพยนตร์จอใหญ่, พวกเราความหวังด้วยปีกแห่งจินตนาการอันมากมาย อย่างไรก็ตาม, จินตนาการของพวกเราเป็นเพราะเพื่อป้องกันการผิดหวังนั่นเอง
The fact is that BYJ had appeared after boldly taking off his glasses, which was a symbol of his intelligent images, tightly hiding his hair, which gave tender impression of him, in the top-knot, and wearing the ancient cloak instead of long trench coat with good atmosphere. Even though we will be surprised enough from his appearance, the further surprising fact was his character “Jo Won”, he was going to act.
ความจริงคือ เบยองจุนปรากฏตัวอีกครั้ง โดยการไม่สวมแว่นตา ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของภาพพจน์อันเฉลียวฉลาดของเขา, การซ่อนผมของเขาโดยการมัดไว้ ซึ่งเก็บเสน่ห์อันอ่อนโยนของเขาไว้กึ่งกลางศีรษะ และสวมเสื้อผ้าคลุมโบราณแบบหลวม แทนที่เสื้อโค๊ทยาวด้วยท่าทางที่ดี (แนวอาร์ต) ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม พวกเราประหลาดใจพอสมควรจากการแสดงของเขา, ความจริงที่น่าประหลาดใจยิ่งไปกว่านั้นคือ บทบาทที่เขารับแสดง “โจวอน” ซึ่งเขากำลังแสดงขณะนี้
Do you know what is the true faith? The true faith is to believe in the unbelievable. -(Hotelier) from Donghyeok’s dialogue.
คุณรู้หรือเปล่า ว่าอะไรคือความสัตย์จริง? ความสัตย์จริงคือการเชื่อในสิ่งที่ไม่น่าเชื่อได้ –(ละครซีรีย์ “เช็คอินหัวใจ”) จาก บทพูดของ ดองฮวก (พระเอกของเรื่อง)
The character “Jo Won” he is going to act is the one and only playboy on the earth who lives freely declining high official titles and indulging in the women despite having all the conditions. It is exactly the opposite charter from his TV images in which he would never pay attention to the women unless he himself liked her. How the most unexpected selection of the “historical drama” came to suit to his hard to please taste∙∙∙
บท “โจวอน” เขาจะต้องแสดงเป็นเพียงเพลย์บอยคนหนึ่งบนโลกใบนี้ซึ่งใช้ชีวิตอิสระ ปฏิเสธฐานะทางสังคมชั้นสูง และยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงโดยไม่สนหรือคิดว่าผู้หญิงนั้นจะอยู่ในสถานะใด (อาจหมายถึงมีพันธะหรือไม่ก็ได้) มันเป็นบทบาทที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับคาแร็กเตอร์ในละครโทรทัศน์ ซึ่งเขาจะไม่เคยให้ความสนใจกับผู้หญิง ยกเว้นแต่ว่าเขาจะรักผู้หญิงคนนั้น อย่างไรก็ตามทางเลือกที่ไม่ได้คาดหวังมากที่สุดของ ”บทชีวิตแนวย้อนยุค” มาถึงเขาซึ่งยากที่เขาจะมีโอกาสแสดง
However, has he ever even once disappointed us? Like his word of changing himself into the entirely different person, getting rid of BYJ’s images he has been showing thus far, we cannot take our eyes off from the attractive playboy “Jo Won” BYJ is about to show us.
อย่างไรก็ตาม, เขาเคยทำให้พวกเราผิดหวังสักครั้งหรือ? ดังคำพูดของเขาถึงการเปลี่ยนแปลงตัวเองไปเป็นคนที่แตกต่างจากเดิมในที่สุด , กำจัด “ภาพพจน์ของเบยองจุน” ซึ่งเขาแสดงมานาน, พวกเราไม่สามารถเมินจากบทเพลย์บอยเจ้าเสน่ห์ “โจวอน” ซึ่ง เบยองจุนกำลังจะแสดงให้เราชม
Most actors just give autographs on the paper of t-shirts their fans have brought with them. However, BYJ gives autographs as he gets out his pictures, which he always carries with him. The reason is because he hates the fact that those autographs on any piece of paper would end up in the trashcans. He is a sensitive and hard to please actor who would like to be perfectly prepared & and check the small details. -From a writing by Jang Yongwoo, PD
นักแสดงส่วนใหญ่จะเซ็นชื่อลงบนกระดาษ หรือเสื้อทีเชิ้ตของแฟนหนัง ซึ่งแฟนๆ จะนำมาเอง อย่างไรก็ตาม, เบยองจุนจะเซ็นชื่อ โดยการนำรูปภาพของเขาออกมาเซ็นชื่อให้แฟนๆ ซึ่งเขาจะนำมันไปไหนมาไหนกับเขาเสมอ. เหตุผลคือ เขาไม่ชอบความจริงที่ว่าลายเซ็นที่อยู่บนกระดาษใดๆ ก็ตาม สุดท้ายจะไปตกอยู่ในถังขยะ เขาเป็นคนที่อ่อนไหว และเป็นนักแสดงที่พอใจอะไรยาก ซึ่งต้องการที่จะตระเตรียมอะไรให้สมบูรณ์ และจะตรวจสอบทุกอย่างแม้จะเป็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ - จากการเขียนเล่าเรื่อง โดย โปรดิวเซอร์ละคร จาง ยองวู
Q . How do you feel as you are to challenge the movie for the first time?
A. I have faced the movie with a mind as if I would start anew. I tried to become a true movie character, “Jo Won”, not the “JoWon” actor BYJ is acting. Because of that I distanced myself from the script while acting in this time unlike when I acted in TV dramas. It is true that I was faithful in practicing dialogues in the past until the script was torn apart. However, by distancing myself from the script, I felt like that I become faithful the man “Jo Won”
as I naturally get used to the sense of location site. I am very delightful that other appearance of me that was present inside of myself is shown.
ถาม - คุณรู้สึกอย่างไรกับการเข้าสู่วงการภาพยนตร์เป็นครั้งแรก ?
ตอบ - ผมมุ่งหน้าเข้าสู่วงการภาพยนตร์ด้วยใจ คิดว่า ถ้าผมเริ่มต้นทำอะไรใหม่ๆ ผมพยายามที่จะกลายเป็นคาแร็กเตอร์จริงๆ ในภาพยนตร์เรื่องนั้น เป็น “โจวอน” แบบที่ไม่ใช่ “โจวอน” แบบฉบับผมอะไรทำนองนั้น เพราะอย่างนั้น ผมห่างไกลความเป็นตัวเองขณะที่แสดงตามบทภาพยนตร์ที่ได้รับ ซึ่งไม่เหมือนกับการแสดงละครโทรทัศน์
มันเป็นความจริงที่ว่า ผมเชื่อมั่นในการฝึกฝนท่องบทล่วงหน้าจนกระทั่งบทต้นฉบับถูกแยกต่างหากแต่ละคนออกไป อย่างไรก็ตาม, การห่างไกลความเป็นตัวเองจากบทบาทที่ได้รับ, ผมรู้สึกเหมือนกับว่าผมกลายเป็น “โจวอน” จริงๆ เหมือนตอนที่ยังอยู่ในสถานที่ถ่ายทำ ผมรู้สึกยินดีมากที่การแสดงในแบบอื่นๆ ของผม มันเป็นเหมือนว่างานนี้ได้ดึงตัวตนที่อยู่ภายในตัวผมออกมาด้วย
Q. There is a lot of interest because is your first show in the movie and because you have been hitting home runs in every drama on the TV you had appeared so far. In addition as this movie could become a very important work in BYJ’s acting life for the big change, which is definitely different from the previous ones in the aspect of your acting, don’t you feel the burden?
A…If I say that it doesn’t burden me, it is a lie. However, advices from senior actors, Park Joonghoon and Kim Seungwoo who had said that “the actors have to experience many roles on the big screen gave me great strength. In addition, because I believe in director Lee Jaeyong who had directed and and the refined actors, Lee Misook & Jeon Doyeon, I think that if I too put in my best efforts, there surely is going to be a good result.
ถาม.- มีความน่าสนใจมาก เพราะ “SCANDLE” เป็นภาพยนตร์เรื่องแรกของคุณ และเป็นเพราะคุณกำลังได้รับความนิยมอย่างมากจากละครทุกเรื่องที่คุณ
ตอบ - ถ้าผมตอบว่ามันไม่กดดันผม มันเป็นการโกหก อย่างไรก็ตาม คำแนะนำจากนักแสดงรุ่นพี่, ปาร์ค จูงฮูน และ คิม ซุงวู ซึ่งเรียกได้ว่าเป็น “นักแสดงที่มีประสบการณ์การแสดงหลายบทบาทในภาพยนตร์จอใหญ่” ได้ให้กำลังใจผมอย่างมาก อีกอย่างหนึ่ง เพราะผมเชื่อในผู้กำกับการแสดง คือ ลี แจยอง ผู้เคยกำกับเรื่อง และ และนักแสดงที่คัดสรรมาแล้ว, ลี มีซูก และ จอง โดยอง, ผมคิดว่าถ้าผมทุ่มเทความพยายามลงไปในงานของผมให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้, แน่ใจได้ว่ามันจะนำไปสู่ผลงานที่ดี
Q. No one had ever imagined that BYJ’s debut movie would be a historical drama. What is the reason to select the historical drama, which you have not yet once challenged even in the drama so far? ?
A..I did not choose this movie because it was a historical drama. When I first read the script, it attracted me very much and also because the director is respectable, I thought there was no more hesitation.
ถาม - ไม่มีใครที่จะเคยคิดว่า ภาพยนตร์เรื่องแรกของเบยองจุนจะเป็นภาพยนตร์ชีวิตแนวย้อนยุค. อะไรเป็นเหตุผลที่เลือกแสดงภาพยนตร์แนวนี้ ซึ่งคุณไม่มีโอกาสได้แสดงแม้แต่ครั้งเดียวทางโทรทัศน์ ?
ตอบ - ผมไม่ได้เลือกภาพยนตร์เรื่องนี้เพราะเป็นแนวชีวิตย้อนยุค เมื่อผมได้อ่านบทเป็นครั้งแรก, มันดึงดูดใจผมมาก และน่าจะเป็นเพราะผู้กำกับการแสดงที่ผมนับถือ ผมคิดว่าไม่มีอะไรน่าลังเลใจ
Q. This move surprises us in various aspects. Not only it is a historical drama, but also you take off glasses which has been like BYJ’s trademark, is going to show bed scenes which you had never shown and took a role of unstoppable playboy, casting off feeling of tender gentleman. What is the reason for such a sudden change?
A. There is no special reason. In the movie, I just wanted to show the look, which I was not able to show on the TV. In that regard, the character “Jo Won” in the was a very much desirable role to me in many aspects. It is to induce people to think-Is there such side of him in BYJ? , So that it would definitely destroy the stereotyped concepts that people have had on me∙∙∙
ถาม - การเคลื่อนไหวครั้งนี้สร้างความแปลกใจกับเราในรูปลักษณ์อย่างมาก, ไม่ใช่เพียงแต่มันจะเป็นภาพยนตร์แนวย้อนยุคโบราณแล้ว แต่คุณยังไม่สวมแว่นตา ซึ่งเหมือนเป็นเครื่องหมายการค้า “เบยองจุน” มีการแสดงฉากบนเตียงซึ่งคุณไม่เคยแสดงมาก่อน และการรับบทเป็นเพลย์บอยผู้ไม่เคยหยุด สลัดอารมณ์ผู้ชายอ่อนโยน อะไรเป็นเหตุผลที่ทำให้คุณเปลี่ยนแปลงฉับพลันแบบนี้
ตอบ - ไม่มีเหตุผลพิเศษครับ ในภาพยนตร์ ผมต้องการแสดงผลงานซึ่งผมไม่สามารถแสดงทางโทรทัศน์ ในการพิจารณา บท “โจวอน” ใน “SCANDLE” เป็นบทที่น่าแสดงมากสำหรับผมในทุกๆ รูปแบบ มันทำให้คนพากันคิดว่า เบยองจุนมีอีกด้านหนึ่งซึ่งคนไม่รู้จักหรือเปล่า? สิ่งนั้นจะทำลายคอนเซ็ปท์เกี่ยวกับบุคลิกภาพที่ใครๆคิดว่าผมมีในท้ายที่สุดหรือเปล่า?
The actors, they do not need to make public everything of themselves. However, once they stand in front of the public, they should show their best appearances. Because of that, I tend to stop talking unconsciously during the interviews if I think that I have talked somewhat too much. That means I think that would be enough.
นักแสดง, พวกเขาไม่ต้องการที่จะแสดงความเป็นตัวตนที่เขาเป็นทั้งหมดต่อสาธารณชน อย่างไรก็ตาม เมื่อไปยืนตรงนั้นแล้ว พวกเขาควรจะแสดงออกในสิ่งที่ดีที่สุด เพราะฉะนั้น ผมมักจะหยุดพูดในสิ่งที่ผมไม่ทราบขณะที่กำลังให้สัมภาษณ์ ถ้าผมคิดว่าผมพูดบางสิ่งมากเกินไป มันหมายถึงว่า ผมคิดว่าผมพูดมากพอสมควรแล้วครับ
-From the “On dot Com” interview.
-จาก การสัมภาษณ์ “ออน ดอท คอม”
Q. What kind of person is “Jo Won” as viewed by BYJ?
A. In one word, it is all right to say that he is the Chosun period’s best playboy whom one cannot hate, who runs a playboy life, giving up the power and fame. Right at moment I read the script, I was attracted to this man “Jo Won”. Because he would refuse the official government position and enjoy the refined tastes, despite possessing all he needed. Cool-headed and having mean personality, he is a man of humor and intrepidity. As I act as Jo Won for a long time, what I have learned from him was the very fact, the ways to become a playboy. Do you know what? The fact is that playboys have to be diligent. Not everyone could do that because he has to spare their time to work (?) on several projects. He is a very busy person.
ถาม - “โจวอน” เป็นคนแบบไหนในสายตา เบยองจุน
ตอบ - อย่างแรก, มันใช่ที่จะพูดว่า เขาเป็นเพลย์บอยที่ดีที่สุดในยุคสมัยโชซอน ซึ่งไม่มีใครไม่ชอบเขา ผู้ซึ่งใช้ชีวิตเพลย์บอย ปฏิเสธอำนาจและชื่อเสียง ตอนที่ผมได้อ่านบท ผมรู้สึกประทับใจในชายชื่อ “โจวอน” คนนี้ เพราะเขาปฏิเสธตำแหน่งทางการเมือง และชื่นชอบการคัดสรรกลั่นกรองในสิ่งที่พอใจ, เป็นเจ้าของครอบครองทุกสิ่งที่เขาต้องการโดยไม่คำนึงถึงสิ่งใด ความคิดที่ยอดเยี่ยม และบุคลิกที่มีความหมาย, เขาเป็นชายที่มีอารมณ์ขัน และกล้าหาญ การที่ผมแสดงเป็น “โจวอน” เป็นเวลานาน อะไรที่ผมได้เรียนรู้จากเขา เป็นความจริงมาก, วิธีที่จะกลายเป็นเพลย์บอย คุณรู้อะไรไหม ความจริงเพลย์บอยนั้นจะต้องขยัน ไม่ทุกคนหรอกที่จะสามารถทำเพราะเขาจะต้องมีเวลาว่างที่จะทำงานจริงไหม (ทำงานอะไร? อิอิ) ใน 2 ถึง 3 โครงการ เขาเป็นคนที่ยุ่งมากๆ
Q. Do you have any character you used as a text to act “Jo Won” character with somewhat ease? Or are there any movie or data that had helped your acting?
A…I have seen all the movies which share the original novel, such as , , & . All three works have unique characteristics and give the different feeling. And there should be something unique in , which is different from them.
ถาม - คุณเคยได้รับบทบางอย่างที่สามารถช่วยให้แสดงเป็น “โจวอน” ง่ายขึ้น หรือมีหนังเรื่องใด หรือข้อมูลใดที่ช่วยในการแสดงของคุณ?
ตอบ - ผมได้ดูภาพยนตร์ซึ่งดัดแปลงมาจากนวนิยายต้นฉบับ อย่างเช่น , และ ทั้งสามเรื่องเอกลักษณ์เฉพาะตัว และให้ความรู้สึกที่แตกต่างกัน และมีเอกลักษณ์บางอย่างใน ซึ่งแตกต่างจากทั้งสามเรื่อง
Q. What was the hardest thing while you filmed the movie?
A…No matter what, the most difficult thing was the problem of wearing, eating, & living. It was uncomfortable to eat due to beards, and because the costumes are traditional ones, it was uncomfortable to put on, take off and to move around∙∙∙ In particular, the topknot hair-do was the hardest thing to bear. It was to the extent that it cut off the blood circulation to the head and caused bruises. However, it is somewhat better now because I became used to it. It was also hard to correct my way of talking. Because I may have gotten a habit from acting in the dramas, soft talking has become my nature. In addition, I felt awkward to carry on the dialogue in ancient language, which I ordinarily don’t use often so that I frequently committed no takes. Because of that I would get O.K. signs only after I strained hard in my neck and talked in over-action.
ถาม - สิ่งที่ยากที่สุดในขณะถ่ายทำภาพยนตร์คืออะไร
ตอบ - ไม่ว่าอย่างไร สิ่งที่ยากที่สุดคือ ปัญหาเรื่องเสื้อผ้า, การกิน, และความใช้ชีวิต มันเป็นความสำบากในการที่จะกินอาหารโดยที่ยังมีหนวด และเพราะชุดที่ใส่เป็นชุดตามธรรมเนียมเกาหลีโบราณ มันลำบากในการสวม, ถอด และเคลื่อนไหวไปรอบ ๆ โดยเฉพาะ การเกล้าผมเอาไว้กลางศีรษะเป็นสิ่งที่ทนได้ยาก มันประมาณว่าจะดึงเลือดรอบๆ ศีรษะ และทำให้เป็นแผลถลอกที่หนังศีรษะ อย่างไรก็ตามผมอาจจะติดนิสัยในการแสดงภาพยนตร์โทรทัศน์, การพูดแบบนุ่มนวลกลายเป็นธรรมชาติของผม อีกอย่างหนึ่งผมรู้สึกเขินเวลาที่ต้องพูดบทภาษาโบราณซึ่งโดยปกติไม่ค่อยได้ใช้ ดังนั้นผมจะต้องฝึกบ่อยๆ เพื่อจะไม่ให้ผิด เพราะผมต้องการที่จะได้รับสัญลักษณ์ว่าโอเคเท่านั้นจากผู้กำกับ หลังจากที่ผมรู้สึกตึงเครียดที่คอ และต้องพูดในลักษณะ Over action
Q. What do you feel somewhat lacking in regard to the movie progress?
A. I feel much lacking myself. Although there will be some make-ups as retouching work is in progress in the future, I particularly feel lacking in the snowing winter scenes in which I could have done better. You know it is difficult to make-up for it now because the scene was filmed in the winter.
ถาม - คุณรู้สึกว่ามีอะไรที่ยังเป็นข้อบกพร่องในความคืบหน้าในภาพยนตร์เรื่องนี้
ตอบ - ผมรู้สึกว่าบกพร่องในตัวเองมาก ถึงแม้ว่าจะมีการแต่งหน้าด้วยการรีทัชภาพเพื่อให้เหมาะต่อความคืบหน้าของงานต่อไป ผมรู้สึกบกพร่องโดยเฉพาะฉากฤดูหนาวซึ่งมีหิมะตก ผมคิดว่าผมน่าจะทำให้ดีกว่านั้น คุณรู้ไหมว่ามันเป็นการยากที่จะแสดงเพราะฉากที่ถ่ายทำเป็นฤดูหนาว
Q. Do you have any episode while you were filming the movie?
A. Although it is very hot summer-like weather in
ถาม - มีฉากไหนบ้างในการถ่ายทำ ?
ตอบ - ถึงแม้ว่าตอนนี้อากาศร้อนมากเหมือนในกรุงโซล, ในบริเวณสถานที่ถ่ายทำกลับหนาวมาก อย่างเช่นที่ หมู่บ้านยองอิน, หมู่บ้านอันดองโฮเฮ และเฮนัม เป็นต้น น่าจะเป็นเพราะสถานที่เหล่านี้เป็นหมู่บ้านชนบทที่เงียบสงบปราศจากอาคารสมัยใหม่ เพราะมีเทือกเขามากมายซึ่งทำให้อากาศแต่ละวันมีความแตกต่างกัน ไม่ใช่แค่ผมคนเดียวที่หนาวแต่ทุกคนในกองถ่ายต้องทุกข์จากอากาศที่หนาวเย็น
If you really like, there are no reasons. –(Winter Love Song) from Minhyeong’s dialogue.
ถ้าคุณชอบจริง ๆ, มันไม่มีเหตุผลหรอก - (เพลงรักในสายลมหนาว) จากบทพูดของมิงฮุง
INVITATION TO THE ORDINARY ROUTINE LIFE!
การเชื้อเชิญสู่ชีวิตประจำวัน !
At present, BYJ is concentrating in the filming of the movie. Because his personality naturally does not allow him to easily touch another thing once he begins one, his attitude toward the movie is truly tremendous. It was to the degree that co-star Lee Misook threw a joke about him, “he might die in the line of duty on the shooting site” Probably because he has attitude of disliking appearance in the press, he is told by people that he is a difficult and arrogant (?) actor.
ปัจจุบัน, เบยองจุนกำลังตั้งใจกับการแสดงภาพยนตร์เรื่องใหม่ เพราะบุคลิกภาพโดยธรรมชาติของเขาเป็นคนที่ยากจะเป็นกันเองเมื่อเริ่มต้น, ทัศนคติเกี่ยวกับภาพยนตร์เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่สำหรับเขาจริงๆ มันมีนักแสดงที่มีระดับร่วมแสดงด้วย ลีมีซูกหยอกล้อเกี่ยวกับเขาว่า “เขาอาจจะตายในหน้าที่ในสถานที่ถ่ายภาพยนตร์” ซึ่งเป็นไปได้ เพราะเขามีทัศนคติที่ไม่ชอบการปรากฏตัวทางสื่อต่างๆ หลายคนบอกว่าเขาเป็นนักแสดงที่คบยากและหยิ่ง
Although even the very famous actors would appear in the TV talk shows and chitchat about themselves for an hour, BYJ has not done that at all until now. May it be all that he briefly appeared with co-actors in Special Show for the public relation purpose while he was shooting at that? (That show was not broadcast on TV). Because of that, they tend to use the metaphor of saying. Do you think you are BYJ? When the stars refuse the casting in the entertainment field. However, people who have chance to work closely with BYJ would know what kind of man he really is.
ถึงแม้ว่านักแสดงที่มีชื่อเสียงส่วนใหญ่จะปรากฏตัวตามรายการทีวีประเภททอล์กโชว์ และใช้เวลาเป็นชั่วโมงในการสนทนาเรื่องสัพเพเหระเกี่ยวกับพวกเขา เบยองจุนไม่ได้ทำในสิ่งเหล่านั้นจนกระทั่งปัจจุบัน อาจจะมีบ้างใน สกู๊ปสั้นๆ ที่เขาปรากฏกับผู้แสดงร่วมในละคร “เช็คอินหัวใจ” หรือรายการพิเศษเพื่อประชาสัมพันธ์ขณะที่กำลังถ่ายทำละคร “เช็คอินหัวใจ” (ซึ่งรายการพิเศษนี้ไม่ได้ฉายทางโทรทัศน์) เพราะอย่างนั้น พวกเขาจึงมักพูดเปรียบเทียบ (อุปมา) เบยองจุนแบบทำนองว่า “คุณคิดว่าคุณเป็นเบยองจุนหรือไง” เมื่อดาราหลายคนปฏิเสธเข้ารับงานบางอย่างในวงการบันเทิง อย่างไรก็ตาม คนที่มีโอกาสได้ทำงานใกล้ชิดกับเบยองจุนจะรู้ว่าจริงๆ แล้วเขาเป็นคนอย่างไร
On the shooting site, BYJ is well known for showing passionate and perfect appearance and at the same time for the most courteous and humble person. Quite some time ago, when there was a brief showing of college student BYJ on TV, I also thought just like that. The appearance of him, eating and chatting in company with college students, was an every inch a college student BYJ. Even the students would doubt if he was really a top star BYJ when he ordinarily took a walk on the campus with out any star attitude. BYJ thought that it was more important to show his fans the appearance of an ordinary man, BYJ’s of everyday life instead of star, BYJ- as published on the press.
ในกองถ่ายทำละคร เบยองจุนเป็นคนกระตือรือร้น และมีภาพลักษณ์ที่สมบูรณ์แบบ และเป็นคนสุภาพ อ่อนน้อมในเวลาเดียวกัน จริงแล้วเท่าที่ผ่านมา เมื่อมีการนำข่าวสั้นๆ ของเบยองจุนตอนเป็นนักเรียนในวิทยาลัยออกโทรทัศน์ ผมก็รู้สึกอย่างนั้น ภาพลักษณ์ภายนอกของเขา, การรับประทานอาหาร และการคุยเล่นกับเพื่อนๆ ในวิทยาลัย เขาก็เหมือนนักเรียนธรรมดา แม้แต่เพื่อนนักเรียนยังสงสัยว่า เขาคือดาราระดับท๊อปสตาร์ เบยองจุนจริงๆ หรือเปล่า เมื่อเขาออกค่ายตามธรรมดา โดยปราศจากทัศนคติว่าตัวเองเป็นดารา เบยองจุนคิดว่ามันเป็นสิ่งสำคัญมากกว่า ในการที่เขาจะทำตัวเหมือนคนทั่วไป ทุกวันของเบยองจุนที่ไม่ใช่ดารา อย่างที่ปรากฏตามสื่อต่างๆ
The elder brother* (*BYJ called by Park Yongha) was much impressed by the fact that famous foreign actors would stand up and initiate greeting the unfamiliar fans as he saw in the Beverly Hills. Thus he advised me, “if possible, do not put on cap and when you meet your fans, make a habit of first recognizing them and greeting them”. -From the interview with Park Yongha.
พี่ชาย (ปาร์คยองฮา เรียก เบยองจุนว่าพี่ชาย) ทำให้เขารู้สึกประทับใจโดยบอกเขาว่าความจริงแล้ว นักแสดงต่างประเทศจะยืนขึ้น และทักทายแฟนๆ ที่ไม่ค่อยรู้จักก่อน อย่างตอนที่เขาเห็นที่ เบเวอรี่ ฮิลล์ ดังนั้นเขาแนะนำผมว่า “ถ้าเป็นไปได้, อย่าสวมหมวก และเมื่อคุณพบกับแฟนๆ ฝึกนิสัยที่จะต้องจำพวกเขาให้ได้ก่อน และทักทายพวกเขา – จากบทสัมภาษณ์ กับ ปาร์ค ยองฮา
Q. Who are your close colleagues as it looks as if you have many buddy entertainers, whom you occasionally meet such as entertainer’s sports gatherings?
A. There is a golf gathering, which holds regular meeting once a month. We play golf on the field and build up friendship. The seniors, Ahn Seonggi, Park Joonghoon, Kim Seunwoo, and Mr. Jeong Wooseong & Jang Donggeon, etc. are the main members. I love to meet with people after a long time, play golf and chat on the useful topics. However, I miss them lately because I am not able to participate in because of the filming of the movie.
ถาม - ใครคือเพื่อนร่วมงานที่ใกล้ชิดกับคุณเพราะดูเหมือนว่าถ้าคุณมีเพื่อนคู่หูในวงการอยู่มาก ซึ่งคุณจำเป็นต้องเจอกันอย่างเช่นการร่วมกลุ่มเล่นกีฬาของดารา
ตอบ - มีการเล่นกอล์ฟร่วมกัน ซึ่งจัดขึ้นตามปกติเดือนละหนึ่งครั้ง พวกเราเล่นกอล์ฟในสนามและพัฒนามิตรภาพ ดารารุ่นพี่ อันซุงกี, ปาร์คจูงฮูน, คิทซุนวู และคุณเจียงวูเซียง และจางดองกอน เป็นต้น เป็นสมาชิกหลัก ผมรักที่จะพบปะผู้คนหลังจากผ่านไปนานนาน, เล่นกอล์ฟ และคุยกันในหัวข้อที่มีสาระ อย่างไรก็ตาม ผมมักจะคิดถึงพวกเขาทีหลัง เพราะผมไม่สามารถไปร่วมด้วยได้เนื่องจากต้องถ่ายภาพยนตร์
Q. When do you exercise, as you do not have time? ∙∙∙∙∙∙
A. I do exercise on the movie filming sites on every spare moment. With light exercising equipment such as dumbbells∙∙∙ Because of that I have better body than before. Despite the weight loss, the body seems to look better. I am managing my physical shape every day without a miss.
ถาม - คุณออกกำลังกายเมื่อไรคะในเมื่อคุณไม่ค่อยมีเวลา?
ตอบ - ผมออกกำลังกายที่กองถ่ายภาพยนตร์ทุกๆ ครั้งที่มีเวลาว่าง ด้วยอุปกรณ์ออกกำลังกายเบาๆ เช่น ดัมบ์เบลล์ เพราะยังงั้นผมถึงมีรูปร่างที่ดีกว่าเมื่อก่อน ถึงแม้น้ำหนักจะลดลง, ร่างกายดูเหมือนดีกว่าเดิม ผมจะจัดการดูแลรูปร่างของตัวเองทุกวันโดยไม่เคยลืม
Q. As you are famous for having many enthusiastic fans who would visit the location sites preparing good for entire staff, how do you feel about those passionate fans?
A. I feel sorry as well as thankful. The strawberries, loach soup & custom-ordered Korean court cakes, etc∙∙∙ They brought them so much that there would be left over after all staff ate. Even though I greatly appreciate all those fans, I have stronger mind of sorry because I made them spend that much money. And I would also give my thanks to staff because they took care of my fans more than I did. Because other staff paid more attention to them for me. Although it is my share of duty, I would like to convey my gratitude to them as well.
ถาม - การที่คุณมีชื่อเสียง มีแฟนหนังที่กระตือรือร้นมาเยี่ยมถึงกองถ่ายทำ เตรียมอะไรดีๆ ให้ทีมงาน คุณรู้สึกอย่างไรเกี่ยวกับแฟนๆ ที่กระตือรือร้นของคุณบ้าง?
ตอบ - ผมรู้สึกเสียใจ และขอบคุณไปพร้อมๆ กัน สตอร์เบอร์รี่, ซุป และอาหารเกาหลีพื้นบ้าน, เค็ก เป็นต้น พวกเขานำมันมาเยอะมากจนทำให้พวกเขาต้องเอากลับบ้านหลังจากที่เจ้าหน้าที่ในกองถ่ายรับประทานเรียบร้อยแล้ว ถึงแม้ว่า ผมรู้สึกยินดีอย่างมากกับแฟนๆ เหล่านั้น, ผมก็รู้สึกเสียใจจากใจจริงของผม เพราะผมทำให้พวกเขาต้องจ่ายเงินเป็นจำนวนมาก และผมอยากขอบคุณเจ้าหน้าที่กองถ่ายทุกคนเพราะพวกเขาดูแลแฟนๆ ของผมมากกว่าผมซะอีก เพราะเจ้าหน้าที่บางคนเอาใจใส่แฟนๆ แทนผม ถึงแม้ว่ามันจะเป็นการช่วยเหลือกัน, ผมอยากที่จะถ่ายทอดความรู้สึกขอบคุณถึงพวกเขาเช่นกัน
Q. Have you prepared any present recently?
A..Recently I gave a present to Lee Yoojin, PD. Not only I but also other staff & co-actors all together gave her birthday presents. It is to express thanks with hearts. I will keep it a secret about what I had bought.
ถาม - คุณเตรียมของขวัญอะไรเมื่อเร็วๆ นี้หรือ
ตอบ - เมื่อเร็วๆ นี้ ผมให้ของขวัญกับ ลียูจิน, Producer ไม่เพียงผมคนเดียว แต่เจ้าหน้าที่คนอื่น และนักแสดงร่วมทุกคน ได้ให้ของขวัญวันเกิดกับเธอ มันเป็นการแสดงความขอบคุณด้วยหัวใจ ผมจะเก็บมันไว้ความลับว่าผมซื้ออะไรให้เธอ
Q. What are your favorite keepsakes you always carry with you in your car?
A. My camera, light exercise equipment and books. There are books on the interior regarding housing life, books on croquis works, photographic book, and other various books, which fans have sent to me. To tell you the truth, although I am not able to read too many books nowadays as I am too short of time, I do read books from fans on and off while I am on the move.
ถาม - สิ่งที่คุณมักไม่ลืมนำไปไว้ในรถยนต์ของคุณเสมอคืออะไร
ตอบ - กล้องถ่ายรูป, อุปกรณ์ออกกำลังกายแบบเบาๆ และหนังสือ มีหนังสือเกี่ยวกับตกแต่งภายในบ้านหลายเล่ม, หนังสือการสเก็ตรูปภาพ, หนังสือการถ่ายรูป และหนังสืออื่นๆ ที่แฟนๆ ส่งมาให้ ผมบอกคุณจริงๆ แล้วผมยังไม่สามารถอ่านหนังสือมากมายเหล่านี้ได้หมดเพราะผมมีเวลาน้อยมาก ผมจะอ่านหนังสือจากแฟนๆ ขณะเดินทาง
When you have said that you loved me, all my desire had been fulfilled -from Jaeho’s dialogue in (Have We Really Loved?)
เมื่อคุณพูดว่าคุณรักผม, ทั้งหมดที่ผมปรารถนาก็ถูกเติมเต็ม – จากบทพูดของ เจโฮ ใน HAVE WE REALLY LOVED?
Q. When asked if he ever imagined his look 10 years later, he said that
A..would I probably still act and follow the path of movie producer, which is my long-kept dream? On the homely life, he would have a wife & children and lead an ordinary life also with a dog. Despite saying that I like a woman who understands my work, is kind to family, is wise, and has common interests with me, BYJ said the word “love” is difficult to define after all. In one interview, he said that he felt meaningless about the words “I love you” when talking about a forever love, which the drama was pursuing. May be because of that, in reality, BYJ does not waste “I love you” He said that true love would be wanting to say “I love you” for the first time when one feels lovely at he look of the back of a wife who is washing dishes after one is over 40 years of age.
ถาม - เมื่อถามเขาว่าถ้าให้เขาจินตนาการตัวเองในอีก 10 ปีข้างหน้าจะเป็นอย่างไร เขาตอบว่า
ตอบ - คงเป็นไปได้ที่ผมยังคงแสดงหนัง และติดตามเส้นทางของการเป็นผู้โปรดิวเซอร์ภาพยนตร์ อะไรคือสิ่งที่ผมฝันมานานแล้ว? ชีวิตครอบครัวครับ, ผมจะมีภรรยาและลูก ใช้ชีวิตธรรมดา และเลี้ยงสุนัข ถึงอย่างไรก็ตามผมพูดได้ว่าผมชอบผู้หญิงที่เข้าใจงานของผม, รักครอบครัว, ฉลาด และมีความสนใจในสิ่งเดียวกับผม
เบยองจุนบอกว่า คำว่า “รัก” เป็นสิ่งที่ยากที่จะจำกัดความที่สุด ในการให้สัมภาษณ์ครั้งหนึ่ง เขากล่าวว่าเขาไม่รู้สึกถึงความหมายเกี่ยวกับคำว่า “ฉันรักเธอ” เมื่อคุยกันถึงความรักนิรันดรซึ่งพูดไปตามบทละคร อาจเป็นเพราะอย่างนั้น, ในความเป็นจริง เบยองจุนจึงไม่เคยใช้คำว่า “ฉันรักเธอ” เขากล่าวว่ารักแท้อาจจะเป็นความต้องการที่จะบอกว่า “ฉันรักเธอ” เป็นครั้งแรกหลังจากใครสักคนรู้สึกถึงรัก เมื่อเขามองไปที่ด้านหลังของภรรยาซึ่งกำลังล้างจานอยู่หลังจากที่เขาคนนั้นอายุเกิน 40 ปีแล้ว
Even though I was not aware of this before, this is exactly the kind of life I have been longing for. I would work hard, my wife would cook at home, while having occasional arguments, reconciling at night, and children who look after me are healthy physically and in heart. Accumulation money in the bank accounts, thus very ordinary
ถึงแม้ว่า ผมจะไม่เคยตระหนักถึงสิ่งนี้มาก่อน, สิ่งนี้เท่านั้นที่เป็นชีวิตที่ผมปรารถนา ผมจะทำงานหนัก, ภรรยาของผมจะทำอาหารอยู่ที่บ้าน, ขณะที่เรามีการถกเถียงกันบ้างเป็นบางครั้ง, เราก็จะคืนดีกันในตอนค่ำ และลูกๆ ซึ่งดูแลพวกเรามีสุขภาพร่างกายและจิตใจที่ดี มีเงินสะสมในบัญชีธนาคาร เป็นอะไรที่สามัญธรรมดามาก
I thought of me as very greedy lass. However, isn’t it too simple? Man should be ambitious, I, like that, am not attractive, am I? -From Jaeho’s dialogue in (Have We Really Loved?)
”ผมคิดว่าผมเหมือนกับหญิงสาวที่มีแต่ความโลภ อย่างไรก็ตามมันไม่ง่ายไปหน่อยเหรอ? ผู้ชายควรจะมีความทะเยอทะยาน ผมก็เป็นอย่างนั้น ผมไม่น่าดึงดูดใจเหรอ? - จาก บทพูดของ เจโฮ ใน HAVE WE REALLY LOVED
เบยองจุน ดาราแห่งเอเชีย
Currently in
เมื่อเร็ว ๆนี้ เบยองจุนเหมือนกระแสลมร้อนในเอเชีย จากประเทศจีน, ไต้หวัน, สิงคโปร์, เวียตนาม, มองโกเลีย เป็นต้น เขากำลังก้าวขึ้นมาเป็นดาราที่ได้รับความนิยมอย่างสูงอย่างน่าภาคภูมิ และเป็นดารานำของเกาหลี (จาก SYMPATHY 2.5) ดังระเบิดในญี่ปุ่น เป็นต้น และเพราะ ละครซีรี่ส์ WINTER LOVE SONG (เพลงรักในสายลมหนาว) ไม่ใช่จะได้รับความสนใจจากแฟนๆ ชาวญี่ปุ่นเท่านั้น ยังรวมถึงในไต้หวัน และจีน อีกด้วย เขาเป็นที่ต้องการจากผู้กำกับหนังชาวต่างประเทศที่มีชื่อเสียงให้ไปร่วมงานด้วยเป็นอันดับต้นๆ ของการเลือก และเป็นนายแบบหน้าปกนิตยสารหลายๆ ฉบับ รวมทั้งนิตยสารบันเทิงของสิงคโปร์ “U-WEEKLY MODEL” มีข่าวว่าเขากำลังได้รับความนิยมมากที่สุดในเวียดนาม (จากการพูดของ จาง ดองเจียน ดาราศิลปินแห่งขาติ)
“I love the thorough and perfect things. Due to that I have strong sense of responsibility. Although it takes me some time to be intimate with other people, I would keep friendly relationship once I get close to them.” -From the interview by ML.
”ผมชอบความละเอียด และสิ่งที่สมบูรณ์แบบ เพราะอย่างนั้น ผมมีเต็มไปด้วยความรู้สึกของความรับผิดชอบ อย่างไรก็ตาม มันทำให้ผมได้ใกล้ชิดกับคนอื่นๆ บ้าง, ผมอยากจะรักษามิตรภาพเมื่อผมได้ใกล้ชิดกับพวกเขา” – จากการสัมภาษณ์ โดย เอ็มแอล
Q. Recently there is tremendous BYJ hot wind in
A. I rather have been felling it because whenever there are events, many fans from
ถาม - เมื่อเร็วๆนี้ มีเบยองจุนดังมากเหมือนกระแสลมร้อนในแถบเอเซีย คุณรู้สึกอย่างไรกับเรื่องนี้ ? ฉันอยากทราบความรู้สึกของคุณค่ะ
ตอบ - ผมค่อนข้างจะรู้สึกว่ากำลังได้รับผลจากข่าวนี้ เพราะเมื่อไรที่มีกำหนดการที่ไหน แฟนๆ จำนวนมากจากไต้หวัน, สิงคโปร์, ฮ่องกง, จีน เป็นต้น จะมาหาที่นั่น และผมจะได้รับจดหมายจากแฟนๆ ด้วย อย่างไรก็ตาม เพราะผมไม่เคยได้ไปยังประเทศของพวกเขา, ผมได้แต่รู้สึกเสียใจ หลังจากผมถ่ายหนังเสร็จ และถ้ามีโอกาส, ผมก็อยากจะไปเยี่ยมเยียนพวกเขา
Q. Is it true that you received an offer a drama from
A. That is true. Although it is only a stage of getting an offer, I have heard through my manager that it was put off indefinitely by the Chinese side due to SARS.
ถาม - จริงหรือไม่คะที่ว่าคุณได้รับการติดต่อจากประเทศจีน ? ถ้าจริง, คุณตัดสินใจจะไปแสดงไหมคะ ?
ตอบ - จริงครับ อย่างไรก็ตามมันเป็นแค่การทาบทามเท่านั้น ผมได้ยินจากผู้จัดการของผมว่า ยังไม่แน่เพราะตอนนี้ที่จีนกำลังมีโรคซาร์สอยู่
Q. Do you have any plan in the future to advance your self to various other countries not only the
A. Of course I'd love to if I were given an opportunity. It is a happy thing for an actor to stand on the more expanded stage. In order to do that, I think that I have to do my best at this very moment. Then a good chance would come.
ถาม - คุณเคยวางแผนในอนาคตที่จะไปประเทศอื่นอีกไหมคะ นอกจากจีนแล้ว ?
ตอบ - แน่นอนครับ ผมก็อยากทำอย่างนั้นเหมือนกันถ้าผมมีโอกาส มันเป็นความสุขอย่างหนึ่งของนักแสดงที่จะได้แสดงในหลายๆ เวที ในการที่จะทำอย่างนั้นได้ ผมคิดว่าผมจะต้องทำให้ดีที่สุดในทุกๆ ช่วงของเวลา โอกาสดีๆ ก็คงจะมาถึงครับ
Q. Do you have any special plan after you finish movie?
A. Although I have an idea to do one or two more movies after finishing the work on this movie, I am not going to place any limitation on either dramas or movies. Even though the most actors have perception that once getting into movie, one would stay there for about 3 years, I would not necessarily insist upon only the movie. Once there is good script and good opportunity, the medium, either the movie or the drama, is not important.
ถาม - คุณมีโครงการพิเศษหลังจากแสดงหนังเสร็จแล้วหรือยังคะ ?
ตอบ - ถึงแม้ว่า ผมจะมีความคิดที่จะแสดงหนังอีกเรื่อง หรือสองเรื่อง หลังจากเสร็จจากหนังเรื่องนี้ก็ตาม ผมไม่ได้วางแผนอะไรเกี่ยวกับการเล่นละครหรือเล่นหนังมากนัก แม้นักแสดงส่วนใหญ่จะมีการกำหนดว่าจะเล่นหนัง บางคนก็จะเล่นหนังประมาณ 3 ปี ผมไม่อยากยืนยันว่าจำเป็นจะต้องแสดงหนังเท่านั้น ถ้ามีบทดีๆ และโอกาสดีๆ ทางสายกลางสำหรับผม คือคิดว่าไม่สำคัญว่าจะหนังหรือละครครับ
“I would rather choose 53 wins in 100 fights than 9 knock out wins in 9 fights” - From one of BYJ's interviews.
”ผมค่อนข้างจะเลือกชนะ 53 ครั้ง ต่อ 100 ครั้ง ของการต่อสู้ มากกว่า ชนะน็อค 9 ครั้ง ในการต่อสู้ 9 ครั้ง” – จากการให้สัมภาษณ์ของเบยองจุนครั้งหนึ่ง (น่าจะปี 2001)
Q. As I have heard that you are planning a visual image book to commemorate 10 years since your debut, is there really anything planned?
A. I got an offer from a foreign country for the visual image book. By the way it would not contain semi-nude as falsely reported in the newspapers. It was rather an offer for an image album for the fans in
ถาม - ฉันได้ยินมาว่าคุณกำลังวางแผนที่จะทำหนังสือรวมภาพเป็นที่ระลึก 10 ปี ตั้งแต่คุณเข้าสู่วงการ, จริงไหมคะ ?
ตอบ - ผมได้รับการขอให้ทำหนังสือรวมภาพจากหลายๆ ประเทศ เพราะอย่างนั้น มันจะไม่ใช่รูปแบบกึ่งนู้ดแน่นอนอย่างที่มีการรายงานข่าวผิดๆ ตามหน้าหนังสือพิมพ์ มันค่อนข้างจะเป็นอัลบั้มตามคำขอของแฟนๆ ชาวญี่ปุ่น, ไต้หวัน และจีน และผมคิดว่ามันมีความหมายดีที่จะมีอัลบั้มภาพ ซึ่งจะเต็มไปด้วยรูปของผมตอนยังวัยรุ่น อย่างไรก็ตามยังไม่ได้มีการตกลงใจแน่นอน และคงจะไม่ใช่ตอนนี้เพราะผมต้องถ่ายหนัง ในเร็ว ๆ นี้ ความรู้สึกของผมถึงแฟนๆ มันอาจจะไม่พอเพียงแม้ว่าผมจะกล่าวคำขอบคุณเสมอกับแฟนๆ ขอบคุณสำหรับความห่วงใยต่อผม และการให้ความรักที่เก็บไว้ให้ผม โปรดมีความหวังสำหรับฤดูหนาวนี้ เพราะผมทำงานหนักมากในการถ่ายหนังเพื่อที่จะแสดงให้ดีที่สุด
” Well-known perfectionist, BYJ. Although I worried about being unable to see his wonderful look on the Brown tube often in the future following his advance to the silver screen, I was able to take a sigh of relief through this interview. BYJ, who is trying a grand transformation of his acting through , He is ambitiously preparing. Isn’t that he, who is one the top of the list of entertainers, with whom women desires the most to commit a scandal with in this period. ML
”ผู้ที่เป็นที่รู้จักว่า เป็นผู้นิยมความสมบูรณ์แบบ, เบยองจุน ถึงแม้ว่าผมจะคิดกังวลว่าจะไม่สามารถเห็นรูปร่างที่ดูดีทางทีวีบ่อยๆ ในอนาคตหลังจากที่เขาเข้าสู่วงการจอเงิน ผมสามารถนึกฝันถึงความรู้สึกที่สบายๆ ตลอดการสัมภาษณ์นี้ เบยองจุน ผู้ซึ่งกำลังพยายามเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในอาชีพการแสดง “SCANDLE” เขากำลังเตรียมตัวด้วยความปรารถนาอย่างมาก ไม่ใช่เขาหรือ ซึ่งเป็นคนหนึ่งในรายชื่อนักแสดงในระดับต้นๆ, ซึ่งผู้หญิงหลายๆ คนปรารถนาจะทำเรื่องอื้อฉาว (SCANDLE) ด้วยในปัจจุบันนี้”
Photo-artist, Mr. Kim Joongman’s view on BYJ!
นักถ่ายภาพ, มิสเตอร์ คิม จูงมาน พูดถึง เบยองจุน
Text is from the posting by Choonhyangyi on BYJ's official home board.
ข้อความจากการโพสต์โดย CHOONHYANGYI ใน HOMEBOARD อย่างเป็นทางการของ เบยองจุน
He is a royal prince. I am talking about the real royal prince, not the prince syndrome.
Among the company whom I have worked with, he is the very man, who, I came to think, is the most “like a prince”. I am interested in the princes but dislike prince syndrome. Those two are undeniably different. The charisma felt from BYJ, his image management, and also his appearance facing work are greatly admirable.
เขาเป็นเจ้าชายที่แสนดี ฉันกำลังพูดถึงเจ้าชายที่แสนดีที่แท้จริง ไม่ใช่อาการของโรคคลั่งเจ้าชาย. ระหว่างการทำงานร่วมกันกับฉัน, เขาเป็นลูกผู้ชายมาก ซึ่งฉันคิดว่า เป็นสิ่งที่ “เหมือนเจ้าชาย” มากที่สุด ฉันสนใจในเจ้าชายแต่ไม่เหมือนโรคคลั่งเจ้าชาย ทั้งสองอย่างนั้นไม่อาจปฏิเสธความแตกต่าง ความรู้สึกน่าดึงดูดใจจากเบยองจุน, การจัดการภาพลักษณ์ของเขา และรวมทั้งการปรากฏตัวในการเผชิญหน้ากับการทำงาน เป็นสิ่งที่น่ายกย่องอย่างมาก
On the other hand, he is broad-minded and is always full of self-confidence. Speaking of BYJ as a photo object, he is the one with exquisite feeling as he has grand scale, is handsome like sculptures, and is overflowing with manly charm. I worked with him for the first time in “Sympathy
ในอีกด้านหนึ่ง เขาเป็นคนใจกว้าง และเต็มไปด้วยความมั่นใจเสมอ การพูดถึงเบยองจุน เช่น การถ่ายภาพ เขาเป็นคนหนึ่งที่มีความรู้สึกละเอียดพิถีพิถัน เหมือนเขามีตาชั่งตัวใหญ่ หล่อเหมือนรูปปั้น และท่วมท้นไปด้วยเสน่ห์ของผู้ชาย ฉันทำงานกับเขาครั้งแรกใน “SYMPATHY
Courtesy : BYJ's Quilt - Joanne
จาก www.baeyongjune.com BYJ’s Quilt โดย Joanne
Kunthara Choksomboon : Translator
shiny_blue@hotmail.com
27.3.08
"Winter Sonata" Animation

The famous Korea star Bae Yong-joon will try acting in "Winter Sonata" once more after the 2002 release. The 26-part animation of "Winter Sonata" will be airing across Asia, and Bae Yong-joon will not be able to flash his smile but only donate his voice as Joon-sang.
As the main shareholder of Key East, he is investing in this animation. He has decided that becoming the voice of Joon Sang was a way to repay his fans for their overflowing love.
He is still going back and forth from his home to the hospital after hurting his ankle while filming "The Legend". Although there was a rumor that he was to star in the drama "Tears of God", a remake of the best-selling manga, he has chosen the "Winter Sonata" animation as his comeback.
The official press conference for the "Winter Sonata" animation, produced both by Korea and Japan, will take place at the Tokyo International Animation Fair on the coming 28th. Bae Yong-joon will comment through a video message about his feelings on becoming the voice.
There is great anticipation to see if Bae Yong-joon can create a sensation in Asia once again with the remake of "Winter Sonata", which has kept its spot for several years as a top Korean drama.
Bae Yong-joon to Voice Act for Animated Series of 'Winter Sonata' (Source)
Bae Yong-joon to Voice for Animated Series of ‘Winter Sonata’ (Source)
เบยองจุนใช้เสียงพากษ์ภาพยนตร์อนิเมชั่น (การ์ตูน) ซีรี่ย์ เรื่อง Winter Sonata (จากเค้าโครงเรื่องเดิม)
Array The star of 'Winter Sonata', Bae Yong-joon, will voice act in the animated version of the popular drama series.
งานลำดับต่อไปของดาราจาก Winter Sonata – เพลงรักในสายลมหนาว เบยองจุนจะพากย์เสียงในภาพยนตร์อนิเมชั่นจากละครรักยอดฮิต
Bae's management agency BOF said the actor will take on the role of Jun-sang in the animated series jointly being produced with Japan.
BOF ซึ่งเป็นบริษัทเอเจนซี่ผู้จัดการของเบยองจุน กล่าวว่า เขาจะพากย์ในบทบาท “จุนซาง” ในภาพยนตร์อนิเมชั่นชุดนี้ ด้วยความร่วมมือในการผลิตร่วมกับญี่ปุ่น
The animation 'Winter Sonata', which will go into joint production in late March by Keyeast Inc. and Japan's Total Promotion Company, will be made into both small screen and large screen versions.
อนิเมชั่น “Winter Sonata” ซึ่งจะเข้าสู่งานการผลิตร่วมกันในเดือนมีนาคม ระหว่างบริษัท Keyeast Inc. และบริษัท Japan’s Total Promotion จะผลิตเป็นสองแบบคือ แบบภาพยนตร์สำหรับจอเล็ก และในรูปแบบภาพยนตร์
The preview of the animated series as well as a video message from Bae will be screened during a press conference in Tokyo on March 28.
ภาพยนตร์ตัวอย่างของซีรี่ย์เรื่องนี้ รวมถึงวีดีโอฝากข้อความจากเบยองจุน จะฉายระหว่างการแถลงข่าวสื่อมวลชนในกรุงโตเกียว ในวันที่ 28 มีนาคม 2551
The TV drama 'Winter Sonata', which aired in 2002 on KBS, became a phenomenal hit in both Korea and Japan. The series was aired in Japan on NHK in 2004. The huge success of the drama series made Bae one of Asia's biggest stars.
ละครเรื่อง Winter Sonata ซึ่งออกอากาศเมื่อปี 2002 ทางสถานีโทรทัศน์ KBS ได้สร้างปรากฏการณ์ฮิตในเกาหลีและญี่ปุ่น ละครซี่รี่ย์เรื่องนี้ได้ถูกนำออกอากาศอีกครั้งในญี่ปุ่นทางสถานีโทรทัศน์ NHK เมื่อปี 2004 การประสบความสำเร็จอย่างสุดๆ ของละครเรื่องนี้ทำให้เบยองจุนเป็นหนึ่งในดาราที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชีย
Source : english.kbs.co.kr... ( English ) Related movies/dramas
ที่มา : english.kbs.co.kr... ( English ) เกี่ยวกับ ภาพยนตร์/ละคร
Kunthara Choksomboon : Translator
shiny_blue@hotmail.com
15.10.07
10 Hallyu Star.

10-14-2007 20:31
10 Hallyu Stars
2. Rain
3. Song Seung -heon
4. Kwon Sang-woo
5. Yun Eun-hye
6. Choi Ji-woo
7. BoA
8. Song Hye-kyo
9. Hyun Bin
10. Lee Yuong -ae
http://www.koreatimes.co.kr/www/news/art/2007/10/201_11884.html
27.8.07
Happy Birthday Mr.BYJ...!

Happy Birthday To…
...Mr. Bae Yong Joon ( Asian Superstar )...
God gave a gift to the world when you were borna person
who loves, who cares,who sees a person’s need and fills it,
who encourages and lifts people up,
who spends energy on othersrather than herself,
someone who touches each life she enters,
and makes a difference in the world,
because ripples of kindness flow outwardas
each person you have touched, touches others.
Your birthday can make any poeple in Asian to be happy,
because you are a special treasure for all that you’ve done.
May the love you have shown to others return to you, multiplied.
I wish you the happiest of birthdays,and many, many more,
so that others have time to appreciate you as much as I do.
May God bless you with peace, love, wisdom,
good health, prosperity, a long life and happiness.
…Happy Birthday!...
From ... Roytavan : Thai Writer
13.8.07
Happy Birthday …To...Bae Yong Joon…

29 August 2007
แสงดาราระยับยิบกระพริบหวาน
แล้วโปรยปรายคลี่คล้ายมาลีมาลย์
ดุจสายม่านผ่านสายหมอกระลอกปลิว
...ประดับลงตรงนี้ที่เรียงถ้อย
เอายอดดอยทั่วปฐพีที่สูงลิ่ว
เอเวอร์เรสหิมาลัยทั้งเทือกทิว
แล้วใช้สิ่วชะแลงงัดสกัดมา
...ด้วยความเพียรอุตสาหะมานะขยัน
เติมด้วยฝันฝนขุนเขา เกลาหินกล้า
ใส่ความรักเพิ่มเติมเสริมศรัทธา
ได้ปากกาใช้จารจรดพจน์พจี
...ผืนปฐพีพสุธาแทนหน้ากระดาษ
ขาวสะอาดลาดปูดูหลากสี
ประกายแสงวาวแวววับจับฤดี
ทั้งราตรีและทิวามาลาดาว
...รวมเกสรดอกไม้ในทุกถิ่น
กลั่นจนรินรวงน้ำผึ้งซึ่งกลางหาว
เป็นน้ำหมึกจารึกถ้อยร้อยเรื่องราว
เพื่อบอกกล่าวเขาคนนั้นอันคู่ควร
...เขาเป็นใครในหล้านี้มีเพียงหนึ่ง
ที่ซาบซึ้งตรึงตราหาผันผวน
มีเหตุผลดลจิตคิดใคร่ครวญ
มิได้ด่วนหลงละเมอเพ้อเอียงเอน
...เขามิใช่มีเพียงเสียงเสนาะ
หาใช่เพราะสง่างามยามเมื่อเห็น
ทั้งมิใช่บทละครแสดงเป็น
ความโดดเด่นโลกมายามาเป็นรอง
...ด้วยภาพลักษณ์ภายนอกบอกเด่นชัด
เขาถูกจัดอันดับต้นมิปนสอง
ห้วงหัวใจของพวกเราเขาครอบครอง
คอยจดจ้องความเป็นไปในเรื่องจริง...
...หากติดตามความเคลื่อนไหวในชีวิต
ความนึกคิดการกระทำล้ำทุกสิ่ง(ล้ำเลิศไปหมด)
อุปนิสัยความตั้งใจมีให้อ้างอิง( หลายสิบหน้ากระดาษA 4 )
เรื่องพาดพิงจะแจ่มแจ้งแห่งตัวตน
...เป็นพลเมืองเกาหลีมีคุณค่า( แค่ภาษีเงินได้ยังไม่รวมเรื่องอื่นก็เกินพอ)
เป็นดารานักธุรกิจคิดฉงน(ธุรกิจหลายพันล้าน)
ความห่วงใยผู้ประสบพบทุกข์ทน(คนป่วยผู้ประสบภัยเด็กผู้ด้อยโอกาสคนแก่)
และยิ่งล้นความช่วยเหลือเผื่อมากมาย(เงินบริจาคมากมายหลายครั้งหลายสิบล้านบาท)
...เป็นลูกที่ดีศิษย์ดีมีคารวะ(ครูก็รักโดยเฉพาะผู้กำกับรักมาก)
ไม่เลยละคนใกล้ชิดมิตรสหาย(รวมถึงแฟนคลับด้วย)
เหล่าสต๊าฟท์ใต้ใบบุญอุ่นใจกาย(ผู้จัดการบางคนได้บ้านบางคนได้รถช่วยเหลือพนักงาน)
ช่างเป็นชายมหัศจรรย์นั่นกระไร(คนเกาหลีเองรับรองว่าชายชาตรีแน่นอนและชายผู้นี้ไม่ธรรมดา)
...เขาเป็นชายอบอุ่นกรุ่นรอยยิ้ม( ชายอบอุ่นในสายลมหนาว
เป็นภาพพิมพ์ยิ้มสว่างกระจ่างใส( Killing Smile , Flower man )
ช่างงดงามนุ่มนวลละมุนละไม
ดุจลูบไล้ด้วยสายลมพรมเบาเบา
...อันตัวจริงน่าศึกษากว่าไหนไหน(กว่าบทในละคร)
ว่ายิ่งใหญ่ใครจะเปรียบเทียบเทียมเท่า
ชื่อของเขาสะท้อนทั่วรอบตัวเรา
เสน่ห์เขาเนาแนบใจไม่ร้างลา(เนา=อยู่)
...เบยองจุนตรึงมั่นให้ตามติด( เรื่องราวข่าวคราวราวกับเป็นอาหารประจำวัน)
...เบยองจุนทำให้จิตคิดห่วงหา( แสนคำนึง-ชื่อเพลงไทยเดิมด้วย)
...เบยองจุนหาใช่เพียงดารา
...เบยองจุนล้ำค่าเหมือนฟ้าประทาน (ยงจุนเป็นของขวัญล้ำค่าของชาวโลก)
...เบยองจุนเป็นของขวัญสวรรค์ให้(ประทานให้เกาหลีแล้วเผื่อแผ่มาที่ชาวโลก)
...เบยองจุนช่วยยาใจให้อ่อนหวาน(เพราะเรื่องของยงจุนล้วนเป็นสิ่งดีๆที่ทำให้โลกนี้งดงาม)
...เบยองจุนทำให้โลกเบิกบาน(โลกนี้หลากสีสันเพริดพรายดุจสายรุ้งเพราะยงจุน)
...เบยองจุนเป็นสะพานสานโกรธมลาย(สานสัมพันธ์ญี่ปุ่นกับเกาหลี)
...เบยองจุนเป็นภาพงามยามแลเห็น(งามทั้งภายนอกและงามทั้งภายในที่จิตใจ)
...เบยองจุนเป็นเช่นสุรีย์ฉาย( ส่องสว่างอบอุ่นนุ่มนวลละมุนละไม)
...เบยองจุนเป็นหนึ่งไม่กลับกลาย
...เบยองจุนเป็นยอดชายดั่งได้พรรณนา

...ยี่สิบเก้าสิงหามาบรรจบ
เป็นวันครบสามสิบห้าปีนี้แล้วหนา
แฟนคลับไทยพร้อมใจอวยพรมา
ลัดข้ามฟ้าผ่านท้องทุ่ง มุ่งโบยบิน
...นำมูกุงฮวาทั่วมหาอาณาจักร
นำความรักปรารถนาดีไม่มีสิ้น
นำความหวานหยาดน้ำผึ้งซึ่งหยดริน
นำไอกลิ่นผกาฟุ้ง จรุงใจ
...นำจันทร์เพ็ญผาดผ่อง ของคืนค่ำ
นำลำนำดนตรีเสียงสำเนียงใส
นำมาลีมาร้อยเป็นเช่นมาลัย
นำดวงหทัยของพวกเรา เนานิรันดร์
...สายลมเอย...พัดจากไทย ไปเกาหลี
นำอักษรรจนาไว้ ไปสู่ขวัญ
ขอยงจุนมีสุขทุกคืนวัน
อันความฝันสมประสงค์จำนงเทอญ
...สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองจงผ่องใส
ไปที่ไหนเป็นที่รักและสรรเสริญ
ธุรกิจการงานสานต่อเจริญ
ยงจุนเดินสู่เส้นชัยในทุกทาง
...อายุมั่นขวัญอยู่คู่เกาหลี
ขอให้มีคนที่รักอยู่เคียงข้าง
ขอให้รักคงอยู่มิรู้จาง
ยงจุนสร้างอาณาจักรรักเถิดเอย...
....ขอให้อาณาจักรของเบยองจุนเป็นอาณาจักรที่รุ้งกินน้ำไม่เคยจางหาย
ที่ซึ่งดวงดาวแผ่กระจายอยู่เบื้องหน้าของยงจุน ล้อมรอบไปด้วยความสุข
ความสมปรารถนาตลอดไป…
amornbyj@gmail.com
Friday, August 10, 2007 2:13 AM
31.7.07
Note left by Min-hyung (Jun-sang)







